ก่อนอื่นผมต้องขออภัยคุณๆ ที่หยุดเขียนคอลัมน์ไปโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า แม้จะไม่ใช่เรื่องฉุกละหุกก็ตามที เลยต้องมาขอโทษขอโพยกันทีหลัง
ผมไม่ได้ไปไหนไกลหรอกครับ ไปแค่ลาวใต้แขวงจำปาสักนี่เอง
เป็นเรื่องที่รับปากแฟนรายการวิทยุที่จัดเอาไว้จำนวนหนึ่ง ว่า จะพาไปเที่ยวปราสาทหินวัดภูแล้วก็เลยถือโอกาสท่องไปจนสุดแดนลาว ที่ติดต่อกับชายแดนเขมรแถวๆ คอนพะเพ็ง-หลี่ผี่ด้วย กว่าจะกลับมาก็ค่ำๆ วันจันทร์แล้ว ไม่สามารถเขียนคอลัมน์ส่งให้ทันได้ก็เลยงดไปสองวัน
วันนี้กลับมาก็ได้เรื่องเลย
อันที่จริงเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ก็เคยประเมินสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงเข้าด้ายเข้าเข็มเอาไว้ก่อนแล้ว ว่า สมควรระมัดระวังอย่าให้กระทบกระทั่งกันได้เป็นดี
ถ้าหากสุดสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะวันเสาร์ที่ 19 กันยายน ทางกลุ่มพลพรรคเสื้อเหลืองจะหยุดเคลื่อนไหวทวงคืนเขาพระวิหารได้ละก็แจ่ม
งานนี้เป็นเรื่องทิฐิไม่ตรงกัน ถ้าหากปรับเข้าหากันได้ ก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องเคลื่อนไหวอะไรมากไปกว่านี้
เรื่องเขาพระวิหารและปราสาทพระวิหารนี่ ผมเห็นด้วยกับแนวทางที่รัฐมนตรีต่างประเทศคุณกษิต ภิรมย์ กำลังดำเนินการอยู่ครับ เราไม่มีความจำเป็นจะต้องรบทัพจับศึกกับใครในห้วงเวลานี้จริงๆ
ส่วนที่คงไม่ขอร้อง คิดว่ายังไงก็คงมีการชุมนุมใหญ่ของพลพรรคเสื้อแดง ในวันเสาร์ที่ 19 กันยายนที่จะถึงนี้ เพราะเห็นว่าทางแกนนำประกาศเอาไว้แล้วว่าจะต้องชุมนุม ส่วนเป้าหมายสุดท้ายของการชุมนุมจะเป็นเช่นไร
ผมเดาใจแกนนำพลพรรคเสื้อแดงไม่ถูกเหมือนกัน
แต่เรื่องที่น่าคิด ก็คือ การเคลื่อนไหวทางการเมืองคนละเรื่องคนละประเด็นของพลพรรคเสื้อเหลืองและเสื้อแดงในเวลานี้ แม้ว่าจะเคลื่อนไหวเหมือนๆ กัน แต่น่าจะมีความแตกต่างกันในเนื้อหาสาระพอสมควร
ถ้าหากให้วิจารณ์ก็ต้องบอกว่า กลุ่มเสื้อเหลืองเคลื่อนไหว เพื่อให้รัฐบาลทำตามที่ตัวเองคิด แต่ไม่ได้คิดจะล้มล้างรัฐบาล
ยังมีสถานภาพเป็นแนวร่วมกันระหว่างรัฐบาลนี้กับพลพรรคเสื้อเหลือง
แต่สำหรับกรณีพลพรรคเสื้อแดงนั้น ต้องบอกว่าเป็นเคลื่อนไหว เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลทางใดทางหนึ่งเท่านั้น ส่วนเงื่อนไขหรือข้อเรียกร้องอะไรไม่ได้มีความสลักสำคัญทั้งนั้น
แบบนี้เขาเรียกว่า มีสถานภาพเป็นปรปักษ์หรือเป็นศัตรูกันอย่างเปิดเผยครับ
เพราะฉะนั้น ผมจึงไม่แปลกใจว่าทางรัฐบาลดูจะเป็นกังวลกับการเคลื่อนไหวของพลพรรคเสื้อแดงมากกว่า เพราะคงเห็นว่าหนทางเจรจากันปิดประตูไปแล้ว
สิ่งที่รัฐบาลทำเมื่อวานนี้ ก็คือ ประกาศให้ใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 กำหนดให้เขตดุสิตเป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์ อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรช่วงระหว่างวันที่ 18-22 กันยายน 2552
เข้าใจว่าจะละม้ายคล้ายคลึงกับประกาศในลักษณะเดียวกัน ในห้วงเวลาระหว่างวันที่ 29 สิงหาคมถึง 1 กันยายน 2552 ที่ผ่านมา
ถ้าจำกันได้ตอนนั้นพลพรรคเสื้อแดงประกาศชุมนุมใหญ่วันที่ 30 สิงหาคม แต่ได้เลื่อนการชุมนุมใหญ่ออกไปในภายหลัง
แต่คราวนี้คงไม่เลื่อนแน่นอน ทางรัฐบาลเองก็จะใช้อำนาจตามกฎหมายฉบับนี้ เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์การชุมนุมอย่างแน่นอนเช่นกัน
สำหรับการชุมนุมของพลพรรคเสื้อเหลืองในวันเดียวกัน แต่เป็นที่จังหวัดศรีสะเกษนั้น คงไม่มีการใช้กฎหมายพิเศษ แต่คงจะสกัดกั้นมิให้มีการเดินทางไปยุ่มย่ามแถวอาณาบริเวณที่เป็นกรณีพิพาทกันอยู่ ซึ่งคงไม่ยากเพราะพื้นที่ตรงนั้นทางฝ่ายทหารและตำรวจดูแลโดยตรงอยู่แล้ว
ไม่ให้ไปก็ไปไม่ได้หรอกครับ ถ้าขัดขืนก็ต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย
งานนี้ต้องดูแลกันให้ดี อย่าปล่อยให้มีใครบ้าเลือดบุกฝ่าเข้าไปในเขตแดนของเขา แล้วถูกจับกุมตัวไว้ เพราะจะทำให้เรื่องลุกลามบานปลายได้โดยง่าย
สำหรับในพื้นที่เขตดุสิตสถานการณ์คงจะตึงเครียดพอสมควร ส่วนจะมีเหตุการณ์ลุกลามบานปลายหรือเปล่า ยังพยากรณ์ในวันสองวันนี้ไม่ได้
แต่เข้าข่ายน่าหวาดเสียว
บอกตามตรงช่วงตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นเดือน ผมได้แต่ภาวนาไม่มีเหตุการณ์แทรกซ้อนอะไรมากไปกว่านี้ เพราะเท่าที่ติดตามข่าวจากสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุโทรทัศน์ใจคอไม่ค่อยดีเอาเลย
ยังสงสัยอยู่ว่าคุณอภิสิทธิ์จะได้ไปสหประชาชาติหรือเปล่านี่
Tags : ปราสาทพระวิหาร
