กอร์เสนอแนะให้ชาว HR รู้จักพัฒนา และบริหารบุคลากรที่มีความหลากหลายเหล่านี้ ให้มีความสามารถและศักยภาพ
เพื่อจะทำงานให้องค์กรประสบผลสำเร็จได้สูงสุด
ต้องขออภัยที่คอลัมน์ของดิฉันได้หายหน้าหายตาไปหนึ่งสัปดาห์ เนื่องด้วยดิฉันมีธุระงานต้องไปเข้าสัมมนาที่สหรัฐอเมริกาถึง 3 สัปดาห์ จึงไม่สามารถส่งต้นฉบับมาให้กองบรรณาธิการเซคชั่น HR & Management ได้ทัน
มีสัมมนาใหญ่ถึง 2 สัมมนาที่เผอิญจัดในช่วงเวลาใกล้ๆ กัน คือ สัมมนา “SHRM 62nd Annual Conference and Exposition” จัดโดย The Society for Human Resource Management (SHRM) และสัมมนา “International Teachers Program” (ITP) จัดโดย Kellogg School of Management
นี่คือสัมมนาใหญ่ 2 งานที่ดิฉันได้ไปเข้าร่วมประชุมมา แต่วันนี้ขอเล่าสู่กันฟังถึงการบรรยายครั้งสำคัญของวิทยากรระดับโลกบางท่านที่ได้ไปพูดที่งาน SHRM ที่เมืองซาน ดิเอโกก่อนนะคะ
ไฮ-ไลต์ของงาน SHRM ในครั้งนี้อยู่ที่องค์ปาฐกชื่อกระฉ่อนโลก 3 ท่านด้วยกันคือ อัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา สตีฟ ฟอร์บส์ เจ้าของนิตยสาร Forbes ผู้ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็น “นักคาดการณ์ทางเศรษฐกิจ” (Economic Prognosticator) คนสำคัญของโลก และ เดวิด บัคกิงแฮม นักเขียนสำนัก New York Times ซึ่งปัจจุบันออกหนังสือเกี่ยวกับ Leadership ที่ขายดิบขายดีเป็น “Best Seller” อยู่หลายเล่ม
วันนี้ขอคุยเรื่องของอัล กอร์ ก่อนก็แล้วกันนะคะ เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่ากอร์นั้นเป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโลกที่ได้รับรางวัลโนเบล ไพรซ์ และได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของโลก ที่ได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์ภาวะโลกร้อน (Global warming) ออกมา 2 เล่ม โดยมีคนนำเรื่องราวในหนังสือไปทำหนังสารคดีเรื่อง “An Inconvenient Truth” ที่ได้รับรางวัลออสการ์ในปี 2007 ที่ผ่านมา
ส่งผลให้กอร์เป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ได้รับการยกย่องระดับโลกดังกล่าวแล้ว
จึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นสำหรับชาว HR อย่างดิฉัน และนิสิตในหลักสูตรปริญญาโทด้าน HRM ของศศินทร์ที่จะบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปเรียน HRM ภาคสนามกันที่ซาน ดิเอโก ตัวดิฉันนั้นรีบไปจองที่นั่งแต่ไก่โห่เพื่อจะได้เห็นหน้าท่านอดีตรองประธานาธิบดีชัดๆ ซึ่งก็ได้ที่นั่งดีๆ สมใจนึก หัวข้อการบรรยายของกอร์ในวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ก็คือ “Green Initiatives and How to Make Your Business Sustainable” (ความคิดริเริ่ม “สีเขียว” และทำอย่างไรจึงจะทำให้ธุรกิจอยู่ได้อย่างยั่งยืน)
ได้อ่านหัวข้อก็คงจะพอเดากันได้แล้วว่า เรื่องการบริหารธุรกิจและการบริหาร HR ที่กอร์จะพูดต้องเกี่ยวโยงกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโลกอย่างแน่นอน ตัวดิฉันเองนั้นใคร่รู้ว่าผู้นำระดับอดีตรองประธานาธิบดีนั้นจะมีมุมมองและลีลาในการพูดเรื่องธุรกิจและเรื่อง HR อย่างไร
และเมื่อกอร์ปรากฏตัวขึ้นบนเวที ก็ต้องยอมรับว่าท่านมีบุคลิกที่สง่างาม มีวิธีการพูดที่ชวนฟัง เนื้อหาดำเนินไปอย่างราบรื่น มีจังหวะจะโคน มีอารมณ์ขันสอดแทรกเป็นระยะๆ และที่สำคัญคือ เนื้อหาแน่นปึ้กดีค่ะ
กอร์ว่า ณ ค.ศ.นี้คือ ช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นและท้าทายที่สุดในประวัติศาสตร์ของ HR โดยมีสาเหตุจากปัจจัยสำคัญ 3 ปัจจัยคือ
1. สิ่งท้าทายด้านความหลากหลายของบุคลากรในองค์กร (Diversity Challenge)
2. การศึกษาอย่างต่อเนื่องและรางวัลจูงใจพนักงาน (Continuing Education and Incentives)
3. การบริหารองค์กรให้เกิดความยั่งยืน (Sustainability) ทางธุรกิจ
สำหรับปัจจัยแรกเราจะเห็นได้ว่า ในสังคมยุคโลกาภิวัตน์ที่พลเมืองของโลกมีการโยกย้ายถิ่นฐานกันอย่างค่อนข้างเสรี ทำให้ลักษณะทางประชากรศาสตร์ของบุคลากรในองค์กร มีความหลากหลายมากขึ้นในแง่ของเชื้อชาติ ศาสนา สีผิว อายุ วัฒนธรรม และค่านิยมต่างๆ
แต่องค์กรโดยส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจเรื่อง Diversity Management (การบริหารความหลากหลายของบุคลากร) อย่างถ่องแท้ ส่งผลให้บางองค์กรไม่สามารถบริหาร หรือพัฒนาบุคลากรที่มีเชื้อชาติที่แตกต่างกัน หรือที่มีอายุแตกต่างกัน (เช่น Baby Boomers, Gen X และ Gen Y) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มิหนำซ้ำบางองค์กรยังกีดกันเชื้อชาติ สีผิว เกย์ หรือเลสเบี้ยนอีกด้วย ดังนั้นกอร์จึงเสนอแนะให้ชาว HR จากองค์กรทั้งหลาย รู้จักพัฒนาและบริหารบุคลากรที่มีความหลากหลายเหล่านี้ ให้มีความสามารถและศักยภาพเพื่อจะทำงานให้องค์กรประสบผลสำเร็จได้สูงสุด
กอร์มีความเห็นว่า องค์กรที่มีความหลากหลายของบุคลากร ย่อมได้ประโยชน์จากแง่คิดมุมมองที่หลากหลายของพวกเขาเหล่านั้น
สำคัญที่ว่าผู้บริหารและชาว HR ต้องเปิดใจให้กว้าง และมองให้ไกล...ให้เป็น!
การมองให้ไกลให้กว้างในแนวคิดของอัล กอร์ ยังมีอะไรอีก เรามาคุยกันต่อสัปดาห์หน้า สำหรับ 2 ประเด็นที่เหลือกันนะคะ
Tags : อัล กอร์

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น