กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง : ทัศนะวิจารณ์

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 01:00
ดร.ไสว บุญมา
ดร.ไสว บุญมา

หนึ่งมุมมองของวิกฤติเศรษฐกิจ

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

เป็นเวลาหลายปีที่ข่าวดีๆ ทางด้านเศรษฐกิจไม่ค่อยปรากฏ สัปดาห์นี้มีการประชุมสุดยอดของสหภาพยุโรป

สื่อรายงานว่าวาระหลักที่การประชุมจะพิจารณาคือการหาทางออกจากวิกฤติให้ผู้ใช้เงินสกุลยูโรซึ่งล้มละลายไปสามประเทศแล้ว คือ ไอร์แลนด์ โปรตุเกสและกรีซ ส่วนสเปนและอิตาลีตกอยู่ในภาวะลูกผีลูกคน แม้ข้อมูลเบื้องต้นจะบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นบ้าง แต่เนื่องจากการขยายตัวในจีนลดลงและญี่ปุ่นยังคงซบเซา ข่าวดีๆ ทางเศรษฐกิจภายในปีสองปีนี้จะยังมีน้อยต่อไป นั่นหมายความว่า ความถดถอยครั้งใหญ่ที่เริ่มในปี 2551 จะมีความเรื้อรัง ตอนนี้เริ่มมีการย้อนหลังกลับไปดูวิกฤติเศรษฐกิจอันเกิดจากตลาดหุ้นของสหรัฐล่มสลายในปี 2472 เนื่องจากวิกฤติครั้งนั้นเพียงครั้งเดียวที่ร้ายแรงกว่าครั้งที่เรื้อรังอยู่ในขณะนี้ สิ่งหนึ่งซึ่งสร้างความสนใจให้แก้ผู้ย้อนหลังกลับไปดูได้แก่ทฤษฎีหนี้สินที่ ศาสตราจารย์เออร์วิง ฟิสเชอร์ เสนอไว้  ทฤษฎีนั้นถูกมองข้ามมานานเพราะศาสตราจารย์ฟิสเชอร์ ทำนายว่าตลาดหุ้นที่กำลังเฟื่องฟูอยู่ในปี 2472 นั้นเป็นการเฟื่องฟูแบบถาวร แต่หลังจากนั้น เพียงไม่ถึงสัปดาห์ราคาค่าหุ้นก็ตกฮวบฮาบลงส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์หายไปถึง 89%
 

ความผิดพลาดครั้งนั้นผลักดันให้ศาสตราจารย์ฟิชเชอร์กลับไปศึกษาว่าเขาอ่านเหตุการณ์ผิดเพราะอะไร เขาศึกษาอยู่หลายปีจึงได้ทฤษฎีหนี้สินที่สรุปว่า วิกฤติใหญ่หลวงครั้งนั้นเกิดจากการกู้หนี้ยืมสินกันแบบล้นพ้นตัว ภาวะหนี้ที่ท่วมหัวผลักดันให้นักลงทุนต้องขายหุ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อคนขายมีหลายคน ราคาหุ้นก็ตกส่งผลให้รายได้ของผู้ขายทรุดฮวบลงมา ทว่าภาระหนี้สินยังคมเดิม ภาวะเช่นนี้มีปฏิกิริยาลูกโซ่ต่อไปถึงการใช้จ่าย การผลิต การจ้างงานและผลประกอบการอย่างกว้างขวาง วิกฤติครั้งนั้นนำไปสู่การแจ้งเกิด แนวคิดของจอห์น เมย์นาร์ด เคนส์ ที่ให้รัฐบาลกระตุ้นการใช้จ่ายเพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัว
 

ไม่มีใครนึกถึงทฤษฎีหนี้สินนั้นในช่วงเวลาที่ราคาบ้านในสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนปี 2551 ทั้งที่การเพิ่มขึ้นนั้นเกิดจากการก่อหนี้จำนวนมหาศาลของผู้ซื้อบ้านเป็นส่วนใหญ่ ผู้มองข้ามที่น่าอับอายได้แก่ธนาคารกลางของสหรัฐเอง ความจริงข้อนี้ถูกเผยแพร่ออกมาตอนกลางเดือนมกราคมเมื่อสำนักข่าวเข้าถึงบันทึกการประชุมของธนาคาร บันทึกนั้นบ่งว่าในปี 2549 ทั้งประธานธนาคารกลางเบน เบอร์นันเก้ และรัฐมนตรีกระทรวงการคลังทิมโมธี ไกธ์เนอร์ ซึ่งตอนนั้นดำรงตำแหน่งประธานของธนาคารกลางสาขานิวยอร์กต่างย้ำว่าราคาบ้านไม่มีทางตก เพียงปีกว่าๆ ต่อมาฟองสบู่อันเกิดจากราคาบ้านที่พุ่งขึ้นไปแบบไร้เหตุผลบนกองหนี้ก็ปะทุออกมา ทำให้ราคาบ้านตกฮวบและเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ที่สร้างผลเสียหายไปทั่วโลก 
 

อันที่จริงเรื่องหนี้ไม่น่าจะมีอะไรลึกลับมากหนัก เนื่องจากหนี้ทำให้เกิดการล้มละลายทั้งในระดับบุคคล บริษัทห้างร้าน เทศบาลและระดับประเทศ หน้าที่สำคัญด้านหนึ่งของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จึงเป็นการให้ประเทศที่มีภาระหนี้ท่วมท้น จนไม่สามารถชำระได้ให้กู้เงินชั่วคราว ไอเอ็มเอฟมีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงวอชิงตันและมีงานทางด้านติดตามความเป็นไปในภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก แต่งานนั้นส่วนใหญ่มุ่งไปที่ประเทศกำลังพัฒนาเนื่องจากประเทศก้าวหน้ามักคิดว่าตัวเองเก่งแล้ว ย้อนไปไม่นาน ญี่ปุ่นประสบภาวะซบเซาติดต่อกันนับสิบปีจนมีผู้ให้สมญาว่า “ทศวรรษแห่งความสูญเสีย” ก็เพราะภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว รัฐบาลสหรัฐเคยหยุดทำงานชั่วคราวเมื่อรัฐสภาไม่ยอมเพิ่มเพดานหนี้และเมื่อปลายปีที่ผ่านมาก็เกือบจะต้องหยุดเพราะเหตุเดียวกันอีก ส่วนในยุโรปนั้นย่อมเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า หากสเปนหรืออิตาลีไม่ชำระหนี้ตามกำหนดเวลา เป็นไปได้สูงว่าความล้มละลายจะแพร่กระจายไปจนทำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลก
 

เมื่อตัวอย่างปรากฏให้เห็นแบบเด่นชัดขนาดนี้จึงมีคำถามว่า เพราะอะไรรัฐบาลไทยจึงกระเหี้ยนกระหือรือ ที่จะสร้างหนี้ใหม่จำนวนมหาศาลพร้อมกับการแต่งบัญชีโดยการย้ายหนี้ของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินออกจากความรับผิดชอบของรัฐบาลและการขายหุ้น 2% ของ ปตท. ที่กระทรวงการคลังเป็นเจ้าของให้แก่กองทุนวายุภักษ์ทั้งที่กองทุนนี้ก็เป็นของรัฐบาล การกระทำเช่นนั้นเป็นการปูทางเพื่อกลบเกลื่อนและเล่นลิ้นกับภาวะหนี้สินที่แท้จริงต่อไปใช่หรือไม่ คงเป็นที่ทราบกันดีว่า การแต่งบัญชีเป็นปัจจัยที่ทำให้กรีซล้มละลายไปเมื่อปีที่ผ่านมาและตอนนี้ก็ยังมีปัญหาว่าจะแก้อย่างไร  เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกจะซบเซาเรื้อรังต่อไป ความหวังที่หนี้ใหม่จะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวสูงจนสามารถชำระหนี้ได้แบบไร้อุปสรรคนั้นเป็นการสร้างวิมานในอากาศ จำกันได้ไหมว่า การชำระหนี้ไม่ได้ทำให้เกิดวิกฤติปี 2540 ตอนนี้ภาคเอกชนบ่นกันอุบว่าผู้มีอำนาจฉ้อฉลเสียจนแทบจะทำอะไรไม่ได้ถ้าไม่ยอมจ่าย 30% ของราคาโครงการให้พวกเขา การเร่งกู้เงินมาใช้จ่ายมีเป้าหมายเพียงเพื่อทำให้ผู้มีอำนาจร่ำรวยกระนั้นหรือ การขายหุ้น ปตท. เคยสร้างความอื้อฉาวเมื่อคราวก่อน คราวนี้จึงมีข้อสงสัยว่ารัฐบาลซ่อนอะไรไว้อีกบ้าง การบริหารบ้านเมืองแบบนี้ไม่มีทางรุ่งเรืองแน่ จะมีก็แต่การพาประเทศชาติลงเหวเร็วขึ้นเท่านั้น            

 

Tags : ดร.ไสว บุญมา

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement