ตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็น "ตำแหน่งบริหารสูงสุด" ของหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนไทย
ฉะนั้นถ้าหากตำแหน่งเลขาฯ ก.ล.ต. มีข้อกังขาตั้งแต่กระบวนการสรรหาและแต่งตั้ง ก็ย่อมก่อให้เกิดข้อกังขาต่อไปว่า ระดับธรรมาภิบาลของ ก.ล.ต. เองนั้นเป็นฉันใด ยังมิพักต้องพูดถึงธรรมาภิบาลของตลาดทุนซึ่ง ก.ล.ต. พยายามกำหนดกฎเกณฑ์กติกา รณรงค์และส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง
ในแง่นี้ ข่าวหนังสือพิมพ์ ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 3 กันยายน 2554 จึงน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
เนื้อข่าวโดยสังเขประบุว่า - "รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ในการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา มีมติเสนอชื่อ นายชาลี จันทนยิ่งยง รองเลขาธิการ ก.ล.ต. และนายวรพล โสคติยานุรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ให้นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิจารณาคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นเลขาธิการ ก.ล.ต. คนใหม่
รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมบอร์ด ได้เปิดให้ผู้สมัครทั้ง 4 คน ประกอบด้วย นายชาลี นายวรพล นายรพี สุจริตกุล อดีตรองเลขาธิการ ก.ล.ต. และอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย และนายชัยพัฒน์ สหัสกุล กรรมการตลาดหลักทรัพย์ แสดงวิสัยทัศน์ก่อนจะให้บอร์ดพิจารณาคัดเลือกเหลือ 2 คน โดยในการแสดงวิสัยทัศน์ครั้งนี้ นายชาลีได้คะแนนอันดับ 1 และนายวรพลได้คะแนนอันดับ 2"
อ่านข่าวนี้จบแล้วผู้เขียนก็มีข้อกังขาหลายประการด้วยกัน
อันดับแรก เหตุใดบอร์ด ก.ล.ต. จึง "พิจารณาคัดเลือกเหลือ 2 คน" แล้วเสนอชื่อทั้ง 2 คนให้รัฐมนตรีคลัง "เลือก" ในเมื่อข่าวก็รายงานชัดเจน ว่า คุณชาลี จันทนยิ่งยง ได้คะแนนในการแสดงวิสัยทัศน์มาเป็นอันดับ 1 ส่วนคุณวรพลได้คะแนนอันดับ 2
ตามมารยาทและสามัญสำนึก หากไม่มีผู้สมัครมากกว่าหนึ่งคนที่ได้คะแนนอันดับหนึ่งเท่ากัน บอร์ด ก.ล.ต. ก็ควรเสนอชื่อผู้ที่ได้รับคะแนนอันดับ 1 เพียงคนเดียวให้แก่รัฐมนตรีคลัง ไม่ใช่เสนอชื่อทั้งผู้ที่ได้คะแนนอันดับ 1 และอันดับ 2
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เขียนแว่วมาว่า คุณรพี สุจริตกุล อดีตรองเลขาธิการ ก.ล.ต. และอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย ผู้สมัครหมายเลขสาม ได้คะแนนในการแสดงวิสัยทัศน์ 5 คะแนน เท่ากับคุณวรพล ซึ่งเป็นชื่อที่บอร์ดเสนอรัฐมนตรีคู่กับคุณชาลี
จึงเกิดคำถามว่า ถ้าหากเสียงแว่วนี้เป็นข้อเท็จจริง เหตุไฉนบอร์ด ก.ล.ต. จึงไม่เสนอชื่อผู้สมัครทั้งสามคน คือ คุณชาลี (ได้คะแนนอันดับ 1) คุณวรพล (อันดับ 2) และคุณรพี (อันดับ 2) ให้รัฐมนตรีคลังพิจารณา กลับตัดชื่อของคุณรพีออกทั้งที่ได้คะแนนเท่ากับคุณวรพล แถมมี "ภาษี" ดีกว่าในแง่ที่เคยเป็น "ลูกหม้อ" ของ ก.ล.ต. ต่างจากคุณวรพลซึ่งเป็น "คนนอก"
ยิ่งดูยิ่งสงสัย
น่ากังขามากขึ้นเมื่อคำนึงถึงข้อเท็จจริงว่า ในอดีตที่ผ่านมา ไม่เคยมีปรากฏการณ์ที่บอร์ด ก.ล.ต. จะเสนอชื่อแคนดิเดทมากกว่า 1 คน ให้รัฐมนตรีคลังนำไปเสนอคณะรัฐมนตรี ซึ่งผู้เขียนคิดว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ดี เพราะเป็นการแสดงออกอย่างชัดแจ้งว่าคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทำงานอย่างเป็นอิสระจากฝ่ายการเมือง ปิดประตูที่จะถูกใครตั้งข้อสังเกตว่าถูกฝ่ายการเมืองแทรกแซงกิจการภายใน
เมื่อเปิดดูกฎหมาย พบว่ากฎหมายหลักทรัพย์ฉบับแก้ไขล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. 2551 ก็มิได้ระบุว่าให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. เสนอชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นเลขาธิการ ก.ล.ต. มากกว่า 1 คนแต่อย่างใด ระบุแต่เพียงว่า
"มาตรา 20 ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเลขาธิการโดยคำแนะนำของรัฐมนตรี ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต."
ดังนั้น การเสนอชื่อบุคคล 2 คน คือ ผู้ที่ได้รับคะแนนอันดับ 1 และ 2 แก่รัฐมนตรีคลัง จึงไม่เพียงแต่ขัดสามัญสำนึก หากยังเป็นการ "ฉีก" ธรรมเนียมปฏิบัติอันดีของ ก.ล.ต. อีกด้วย
ถ้าจะเสนอชื่อก็ควรเสนอแต่ผู้ที่ได้รับคะแนนอันดับหนึ่ง คือ คุณชาลี จันทนยิ่งยง ซึ่งผู้เขียนเห็นตรงกับบอร์ด ก.ล.ต. และผู้เชี่ยวชาญหลายคนในตลาดทุน ว่า เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดด้วยประการทั้งปวง
ถ้าจะเสนอชื่อมากกว่าหนึ่งคน แบบ "ฉีก" ธรรมเนียมปฏิบัติ ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ บอร์ดก็ควรเสนอชื่อทั้ง 3 คน คือ คุณชาลี คุณวรพล และคุณรพี ถ้าเสียงแว่วเป็นจริง คือ สองคนหลังสุดได้คะแนนเท่ากัน ไม่ใช่เสนอแต่ชื่อสองคนแรก
เมื่อความกังขาเพิ่มพูน ผู้เขียนจึงไปค้นหาข่าวที่เกี่ยวกับมติที่ประชุมบอร์ด ก.ล.ต. วันที่ 1 กันยายน บนเว็บไซต์ของ ก.ล.ต. โดยคิดว่าน่าจะให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ได้ และที่ผ่านมา สำนักงาน ก.ล.ต. มักจะสรุปมติที่ประชุมบอร์ดในวาระสำคัญๆ เป็นข่าวเผยแพร่ต่อสาธารณะ
แต่ผู้เขียนได้พบเพียงข้อกังขาครั้งที่สาม เมื่อไม่พบข่าวเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวบนเว็บไซต์ ก.ล.ต. แต่อย่างใด เมื่อสอบถามไปยัง ก.ล.ต. ได้รับคำชี้แจงว่า สำนักงานไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลมติที่ประชุมดังกล่าวได้ โดยคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้แนวทางไว้ว่า ที่ไม่เปิดเผยชื่อบุคคลและรายละเอียดนั้น เนื่องจากเห็นว่ากระบวนการแต่งตั้งมิได้เสร็จสิ้นในชั้นของคณะกรรมการ แต่ต้องเสนอรัฐมนตรีคลัง และคณะรัฐมนตรีต่อไป
เหตุผลนี้ ทำให้ความกังขาของผู้เขียนเพิ่มพูนครั้งที่สี่ เนื่องจากมติที่ประชุมบอร์ด ก.ล.ต. ในเรื่องนี้มีผลผูกพันสูงมาก ถึงแม้ว่ากระบวนการแต่งตั้งจะมิได้เสร็จสิ้นในชั้นของบอร์ด ก.ล.ต. ก็จริง แต่การตัดสินในชั้นของบอร์ดก็มีความสำคัญที่สุดในกระบวนการนี้ เพราะบอร์ดมีหน้าที่ "เสนอแนะ" ต่อรัฐมนตรีคลัง และดังที่ผู้เขียนกล่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ว่า ในธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมา บอร์ด ก.ล.ต. ก็เสนอชื่อบุคคลเพียงชื่อเดียว
ดังนั้น ผู้เขียนจึงคิดว่า ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่บอร์ด ก.ล.ต. จะไม่เผยแพร่มติที่ประชุมดังกล่าวต่อสาธารณะ การเปิดเผยเรื่องนี้นอกจากจะตรงตามหลักธรรมาภิบาล โดยเฉพาะหลักความโปร่งใสขององค์กรแล้ว ยังจะช่วยเป็น "ยันต์กันผี" ปกป้ององค์กรจากข้อครหาในภายหลังอีกด้วย
ณ วันที่ตอนนี้ตีพิมพ์ (19 ก.ย. 2554) คุณธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อดีตเลขาธิการ ก.ล.ต. ยังมิได้เสนอชื่อใครเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี
แต่ ก.ล.ต. กำลังตกเป็นเป้าสงสัยอีกครั้งหนึ่ง ว่า กำลังถูกฝ่ายการเมืองแทรกแซงหรือไม่
ในภาวะเช่นนี้ ผู้เขียนอยากทราบว่าคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยเฉพาะคุณนวพร เรืองสกุล ในฐานะประธานกรรมการ ก.ล.ต. จะช่วยสร้างความกระจ่าง ตอบข้อกังขาเหล่านี้ให้แก่สังคมได้หรือไม่
Tags : สฤณี อาชวานันทกุล
