กรุงเทพธุรกิจ

  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
ad a1

การเมือง : ทัศนะวิจารณ์

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555 09:13
ทัศนะจากผู้อ่าน
ทัศนะจากผู้อ่าน

การยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา112 เป็นเสรีภาพทางวิชาการ ที่จะได้รับความคุ้มครอง จริงหรือ

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

การแสดงออกของ “ กลุ่มนิติราษฎร์” ที่เสนอให้ยกเลิกหรือแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ได้เกิดแนวโน้มที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้า

และความแตกแยกของประชาชนที่ฝ่ายหนึ่งต้องการจะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์     ให้พระมหากษัตริย์อยู่ในสถานะเป็นประมุขของประเทศตามวัฒนธรรมประเพณีอันเป็นหลักประกันแห่งความมั่นคงของรัฐโดยเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชาติให้เป็นหนึ่งเดียว    กับอีกฝ่ายหนึ่งที่ไม่ต้องการให้พระมหากษัตริย์อยู่ในสถานะของการเป็นประมุขของประเทศตามวัฒนธรรม ประเพณีที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชาติอันเป็นหลักประกันแห่งความมั่นคงของรัฐ  โดยจะให้นำมาตรา 112  ออกจากการเป็นความผิดต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร   และมีสาเหตุอื่นๆอีกรวม  7  ประการ    เมื่อมีแนวโน้มของความแตกแยกที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้าของมวลชนที่จะมีต่อ “กลุ่มนิติราษฎร์” และผู้สนับสนุนกลุ่มนิติราษฎร์   คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ได้ออกประกาศไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ของมหาวิทยาลัย   เพื่อจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวชี้นำมวลชนในเรื่องเกี่ยวกับการเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112  หลังจากมีประกาศของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แล้ว  อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็มีจดหมายถึงอธิการบดีฯ   เพื่อให้มหาวิทยาลัยอนุญาตให้ใช้พื้นที่ในการดำเนินการของกลุ่มนิติราษฎร์   โดยมีข้ออ้างโดยสรุปถึงเสรีภาพในทางวิชาการ     เพื่อปฏิรูป-แก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112   ที่ล้าหลังและเป็นมรดกของระบอบอำนาจนิยม     และเพื่อให้สถาบันพระมหากษัตริย์มีความมั่นคงอยู่คู่กับระบอบประชาธิปไตยตามมาตรฐานสากลของนานาอารยประเทศ ฯลฯ (ข่าว ไทยโพสต์  2  ก.พ.2555 ) 
              

ผู้เขียนในฐานะเป็นเลือดเหลือง-แดง    ใคร่เสนอข้อคิดเห็นทางวิชาการเกี่ยวกับคำว่า     “เสรีภาพในทางวิชาการ” ว่าจะมีขอบเขตอย่างไร     เพราะความคิดเห็นที่แตกแยกไม่เห็นด้วยในทางวิชาการจะไม่ก่อให้เกิดแนวโน้มของการเผชิญหน้า     หรือความแตกแยกของประชาชนเป็นฝ่ายอย่างเด็ดขาด   เพราะความคิดเห็นในทางวิชาการ       จะต้องมีเหตุผลของวัตถุประสงค์ทางหลักวิชาการหรือต้องมีข้อมูล   (  Information  ) ที่เป็นวิชาการ   อันนำมาสู่การถกเถียง  การเสวนาที่มีเหตุผลซึ่งกันและกัน   และหาทางสรุปเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคมโดยรวมตามเหตุผลวัตถุประสงค์และข้อมูลที่เป็นวิชาการดังกล่าว    แต่เหตุผลของวัตถุประสงค์และข้อมูลที่เกิดขึ้นที่นิติราษฎร์นำมาเป็นประเด็นเพื่อยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112  นั้น   จะเป็นเรื่องของอารมณ์ความชอบหรือความไม่ชอบสถาบันพระมหากษัตริย์  หรือจะเป็นเรื่องของการกระทำเพื่อประโยชน์ทางการเมือง  หรือเป็นเรื่องที่เป็นวิชาการอันก่อให้เกิดเสรีภาพหรือไม่นั้น      จำเป็นต้องพิจารณาถึงเหตุผลของวัตถุประสงค์และข้อมูลที่เป็นวิชาการที่นำมาเป็นเหตุที่จะยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112  ดังกล่าวด้วย
           

1.   เหตุผลของวัตถุประสงค์ของการแก้ไขหรือยกเลิก ม.112 เป็นไปตามหลักวิชาการหรือไม่
 

 เหตุผลของวัตถุประสงค์ที่นิติราษฎร์นำเสนอต่อสาธารณชนนั้น   ไม่มีความชัดเจนในทางวิชาการว่าการยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112  นั้น   เป็นการปฏิรูปแก้ไขกฎหมายเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อให้สถาบันพระมหากษัตริย์มีความมั่นคงยั่งยืนสถาพร  เป็นหลักแห่งความมั่นคงของราชอาณาจักรไทยตลอดไปหรือไม่     แต่การแสดงออกต่อสาธารณชนมีแนวโน้มของการไล่ล่าสถาบันพระมหากษัตริย์ให้สูญสิ้นซึ่งศักดิ์ศรีของความเป็นประมุขที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชาติ     สูญสิ้นในศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ที่แทบจะไม่มีที่ยืนในผืนแผ่นดินไทย     อารมณ์ของประชาชนที่มีความจงรักภักดีในสถาบันพระมหากษัตริย์จึงได้พร้อมใจกันลุกขึ้นมาคัดค้านต่อต้านการกระทำของนิติราษฎร์แทบจะทันทีที่นิติราษฎร์ได้แถลงจุดยืนของนิติราษฎร์ที่จะแก้ไขมาตรา 112    และความต้องการของนิติราษฎร์ที่จะให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ในสถานะอย่างไรเมื่อมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ     การยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112  จึงมีประเด็นว่าในทางวิชาการว่า  เป็นการแก้ไขโดยหลักการทางวิชาการของกฎหมายหรือไม่
   

กฎหมายอาญามาตรา 112  เป็นกฎหมายที่มิได้ห้ามเด็ดขาดมิให้ผู้ใดกระทำ       แต่เป็นกฎหมายที่บัญญัติขึ้นเพื่อปกป้องคุ้มครองประมุขของรัฐที่มีสถานะเป็นพระมหากษัตริย์และเป็นสถาบันพระมหากษัตริย์         อันอยู่ในสถานะที่มีความเกี่ยวพันทางวัฒนธรรม ประเพณีและความมั่นคงของประเทศ     ซึ่งผู้ใดหมิ่นประมาท  ดูหมิ่น  หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์    พระราชินี  รัชทายาท  หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ไม่ได้    มาตรา 112  เป็นเพียงกฎหมาย  ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการดังกล่าวเท่านั้น  ( Mala  Prohibita )   ดังนั้นผู้ใดจะหมิ่นประมาท    ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์หรือสถาบันพระมหากษัตริย์ย่อมกระทำได้    แต่ผู้นั้นก็ต้องรับผิดชอบกับการถูกดำเนินคดี   ถูกศาลพิพากษาลงโทษเอง    กฎหมายมาตรา 112  จะมีผลกระทบต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะก็ต่อเมื่อบุคคลนั้นได้กระทำการหมิ่นประมาท  ดูหมิ่น  หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์    การที่บุคคลใดจะกระทำการดังกล่าวนั้น  จะต้องมีการกระทำของบุคคลนั้นเกิดขึ้น  โดยบุคคลนั้นจะต้องมีการคิด  มีการตกลงใจ   และมีการลงมือกระทำตามที่ตกลงใจ  การกระทำหมิ่นประมาท  ดูหมิ่น  หรืออาฆาตมาดร้ายจึงจะเกิดขึ้น     ดังนั้นการยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112    จึงเป็นการกระทำในทางที่เป็นคุณหรือเกิดประโยชน์แก่ผู้กระทำความผิด      ผู้ที่มีความประสงค์ร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และต่อความมั่นคงของราชอาณาจักร     การยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112  จึงเป็นการกระทำเพื่อช่วยเหลือผู้ที่กระทำความผิดเพื่อไม่ให้มีความผิด หรือไม่ต้องรับโทษ  หรือได้รับโทษน้อยลง     และเป็นการกระทำที่ไปสนับสนุนผู้ที่ไม่คิดกระทำการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพให้กระทำการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ   เพราะการกระทำดังกล่าวไม่มีความผิด หรือมีโทษน้อยลง 
   

ในขณะเดียวกันการยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112    ดังกล่าวก็เป็นการกระทำที่มีจุดประสงค์เพื่อทำลาย หรือทำร้ายต่อพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นประมุขของประเทศและเป็นสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ให้มีสถานะความเป็นประมุขของประเทศและสถาบันพระมหากษัตริย์และอยู่ในภาวะที่จะต้องถูกหมิ่นประมาท  ถูกดูหมิ่น และถูกอาฆาตมาดร้ายได้ตลอดเวลา      ซึ่งไม่ต่างกับความคิดที่คิดแบบ  “ ย้อนขน” ว่า   เมื่อไม่มีกฎหมายก็ไม่มีความผิด    ดังนั้น  ถ้าไม่ต้องการให้มีคนลักทรัพย์  มีโจรปล้นทรัพย์  ก็ออกกฎหมายมายกเลิกความผิดฐานลักทรัพย์   ฐานปล้นทรัพย์นั้นเสีย    เพื่อให้การลักทรัพย์ปล้นทรัพย์กระทำการได้โดยไม่มีความผิด   ไม่ต้องรับโทษ   เช่นนั้นหรือ       ความคิดในการยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112     จึงเป็นความคิดที่เปรียบเสมือนเป็นการช่วยเหลือคนชั่วให้ทำชั่วได้มากยิ่งขึ้น  และย่ามใจที่จะทำชั่วได้สะดวกยิ่งขึ้น และไม่ปกป้องคุ้มครองคนดี      ซึ่งมีสถานะเป็นพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นประมุขของประเทศและเป็นสัญลักษณ์แห่งสถาบันพระมหากษัตริย์     เพื่อให้หมดสภาพการดำรงอยู่ในสถานภาพแห่งสถาบันพระมหากษัตริย์     อันเป็นวิธีการไล่ล่าหรือรุกไล่เพื่อให้พ้นไปจากสถานะความเป็นพระมหากษัตริย์และสถาบันพระมหากษัตริย์     ด้วยการหมิ่นประมาท  ดูหมิ่น  อาฆาตมาดร้ายโดยผู้ที่ประสงค์ร้ายต่อพระมหากษัตริย์และสถาบันพระมหากษัตริย์สามารถกระทำได้อย่างกว้างขวางและทำได้อย่างเสรี   การยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112    โดยปราศจากซึ่งเหตุผลของวัตถุประสงค์จึงเป็นความคิดและการกระทำที่ไร้ซึ่งหลักวิชาการทางกฎหมาย  ปราศจากซึ่งหลักนิติธรรม  นิติรัฐ  ขัดต่อหลักศีลธรรม  คุณธรรม และปราศจากซึ่งบรรทัดฐานของความรับผิดชอบทางสังคม ( norm of  social  - responsibility )  เป็นอย่างยิ่ง     การยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112  ดังกล่าวย่อมนำมาซึ่งช่องทางการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์    อันเป็นการกระทำที่เกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐทั้งทางตรงและทางอ้อม
  

วัตถุประสงค์ของนิติราษฎร์ที่ปรากฏต่อสาธารณชนอีกประการหนึ่งคือ  การห้ามบุคคลทั่วไปหรือประชาชนกล่าวโทษผู้ที่กระทำความผิด     อันเป็นการเปลี่ยนสถานภาพของความเป็นผู้เสียหายของพระมหากษัตริย์    และของประชาชนที่พบเห็นการกระทำความผิดไม่ให้เป็นผู้เสียหายได้อีกต่อไป     โดยพระมหากษัตริย์ไม่อาจเป็นผู้เสียหายได้ทั้งฐานะเป็นบุคคลธรรมดาและในฐานะเป็นพระมหากษัตริย์    เพราะการกระทำความผิดอาญาดังกล่าวไม่ใช่เป็นความผิดอาญาต่อแผ่นดินอีกต่อไป     เพราะจะให้สำนักราชเลขาธิการฯมีอำนาจเป็นผู้กล่าวโทษแทนเท่านั้น    เป็นการแก้ไขกฎหมายให้พระมหากษัตริย์และสถาบันไร้ซึ่งศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์มีสถานะต่ำกว่าสามัญชน     เพราะสามัญชนยังมีสิทธิในความเป็นผู้เสียหายที่จะร้องทุกข์  กล่าวโทษ  แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่หมิ่นประมาท  ดูหมิ่นตนเองได้   แต่พระมหากษัตริย์ไม่อาจเป็นผู้เสียหาย   แม้จะถูกอาฆาตมาดร้ายเอาชีวิตก็ไม่อาจเป็นผู้เสียหายได้      การจะเป็นผู้เสียหายหรือไม่กลับต้องอยู่ในดุลพินิจของข้าฯในพระองค์คือสำนักราชเลขาธิการฯ     แม้ในความเป็นจริงพระมหากษัตริย์อาจไม่ใช้พระราชอำนาจของพระองค์ในการร้องทุกข์กล่าวโทษราษฎรของพระองค์   แต่ประชาชนหรือผู้พบเห็นการกระทำความผิดซึ่งสามารถเป็นผู้เสียหายเพราะเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน   ซึ่งสามารถแจ้งความดำเนินคดีอาญาได้   ก็ไม่สามารถทำได้   หรือแม้แต่เจ้าพนักงานตำรวจ  พนักงานสอบสวนซึ่งมีอำนาจในการดำเนินคดีอาญา  เพราะพบเห็นการกระทำความผิดซึ่งหน้าก็ไม่สามารถดำเนินคดีอาญาแก่ผู้กระทำความผิดได้    การแก้ไขกฎหมายโดยกำหนดให้พระมหากษัตริย์  สถาบันพระมหากษัตริย์ และราชวงศ์จะเป็นผู้เสียหายในการกระทำความผิดอาญาของผู้หมิ่นพระมหากษัตริย์  สถาบันพระมหากษัตริย์นั้น     ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของสำนักราชเลขาธิการซึ่งเป็นข้าฯในพระองค์เช่นนี้       จึงเป็นการแก้ไขกฎหมายที่ทำให้พระมหากษัตริย์   สถาบันพระมหากษัตริย์  และราชวงศ์ปราศจากซึ่งศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์     เป็นการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เกิดช่องทางการดูหมิ่น  เหยียดหยามพระมหากษัตริย์   สถาบันพระมหากษัตริย์ และราชวงศ์ได้ทั้งต่อหน้าและลับหลัง   ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง   และทำได้โดยการโฆษณาหรือทางสื่อได้ทุกประเภท     อันเป็นการทำให้พระมหากษัตริย์และสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่มีสถานะของความเป็นมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์    แยกพระมหากษัตริย์และสถาบันพระมหากษัตริย์ออกจากประชาชน   โดดเดี่ยวพระมหากษัตริย์และสถาบันพระมหากษัตริย์    ทำให้ดูเสมือนหนึ่งประชาชนไม่สนใจแยแสในระบอบพระมหากษัตริย์แต่อย่างใด   การแก้ไขมาตรา 112  ดังกล่าวจึงไม่ใช่เป็นการแก้ไขกฎหมายโดยอาศัยหลักการทางวิชาการ    แต่เป็นการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นการโดดเดี่ยวและเหยียบย่ำพระมหากษัตริย์และสถาบันพระมหากษัตริย์      ซึ่งเข้าข่ายเป็นการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ให้สิ้นไปโดยอาศัยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
 

และตามหลักการของนิติราษฎร์ที่ประกาศต่อสาธารณะจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ    โดยมีเนื้อหาสรุปได้ในทำนองว่า  ไม่ให้พระมหากษัตริย์มีพระราชดำรัสในที่สาธารณะหรือต่อประชาชน  หรือต้องสาบานตนต่อรัฐสภาก่อนเข้ารับตำแหน่งนั้น   ก็ยิ่งเป็นการชี้ให้เห็นถึงวัตถุประสงค์ของนิติราษฎร์ได้ว่า   คณะนิติราษฎร์ต้องการให้การดำรงอยู่ซึ่งความเป็นพระมหากษัตริย์ต้องอยู่อย่างไร้ศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์   ไม่มีสิทธิและเสรีภาพในการพูด  การแสดงความคิดเห็น  หรือการสื่อต่อประชาชนของพระองค์     คือจะมีพระราชดำรัสในที่สาธารณะไม่ได้     หรือกล่าวง่ายๆก็คือจะพูดหรือแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณชนหรือในที่สาธารณะไม่ได้    และพระมหากษัตริย์ต้องสาบานต่อรัฐสภาซึ่งหมายถึงพระมหากษัตริย์ต้องแสดงความจงรักภักดีต่อนักการเมือง   โดยต้องสาบานตนต่อหน้านักการเมืองด้วยนั้น    สถานภาพของพระมหากษัตริย์หรือสถาบันพระมหากษัตริย์จึงมีสถานภาพที่ไร้ศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์อย่างยิ่ง   ไร้ซึ่งสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานอย่างยิ่ง     เพราะเป็นผู้ถูกจำกัดสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์   คือ  มีพระราชดำรัสในที่สาธารณะไม่ได้     และอยู่ในสถานะที่ต่ำกว่าผู้แทนของประชาชนคือ  นักการเมือง     การกระทำดังกล่าวส่อให้เห็นวัตถุประสงค์ของการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์  นั่นเอง
                

2.  ข้อมูล ( Information ) ที่ยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา  112 เป็นข้อมูลที่เป็นหลักวิชาการหรือไม่
     

สำหรับข้อมูลทางวิชาการที่ขอยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112  นิติราษฎร์ ไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112  ต่อสาธารณชนแต่อย่างใด    แต่จะปรากฏข้อมูลที่เป็นปัจจัยที่ทำให้สาธารณชนในระดับวิญญูชนเห็นได้ว่า     การขอแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112  ก็คือ   การที่มีคนเสื้อแดงหรือ น.ป.ช. ได้กระทำความผิดในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจำนวนมาก    ซึ่งได้เกิดขึ้นระหว่างที่มีการชุมนุมของคนเสื้อแดง    เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่     ผลจากการที่มีการชุมนุมได้มีการกระทำอันเป็นการจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์จนเกิดเป็นคดีจำนวนมาก     ผู้นำ น.ป.ช.ได้กล่าวอ้างในที่สาธารณะในทำนองว่านิติราษฎร์เป็นแขนข้างหนึ่งของน.ป.ช.     มวลชนคนเสื้อแดงเป็นแขนอีกข้างหนึ่งของน.ป.ช.    กับมีการกระทำของพรรครัฐบาลที่ได้ช่วยเหลือคนเสื้อแดงที่ถูกดำเนินคดีโดยการจัดสถานที่ให้อยู่ใหม่โดยไม่ต้องคุมขังในคุกเช่นผู้กระทำความผิดโดยทั่วไป   แต่แยกมาใช้สถานที่ราชการ    โดยมีการตกแต่งดัดแปลงสถานที่ราชการนั้นให้เป็นที่พำนักแห่งใหม่   โดยอ้างว่าเป็นคดีทางการเมืองซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงแก่สาธารณชนโดยทั่วไป    ทั้งรัฐบาลได้มีมติคณะรัฐมนตรีให้ช่วยเหลือคนเสื้อแดงที่ตายและบาดเจ็บในระหว่างการชุมนุมและในระหว่างที่ถูกคุมขังโดยได้สั่งจ่ายเงินหลวง  ซึ่งเป็นภาษีอากรของประชาชนไปเป็นเงินจำนวนมาก      โดยมิได้มีการกล่าวถึงการกระทำของคนเสื้อแดงที่ได้กระทำในช่วงเวลาดังกล่าวเลยว่าได้กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดในข้อหาใดบ้าง   และจะต้องดำเนินคดีกับบุคคลเหล่านั้นหรือไม่อย่างไร   กับไม่ต้องรอผลของการดำเนินคดีกับบุคคลเหล่านั้นให้เสร็จสิ้นเสียก่อนแต่อย่างใดเลย   กับมีข้อมูลที่เกี่ยวกับคดี  “ อากง” ในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดอาญาในหมู่ของคนเสื้อแดงด้วยเช่นกัน   การขอยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา   112   ของนิติราษฎร์   จึงไม่ปรากฏว่ามีข้อมูลทางวิชาการที่เป็นแกนหลักของการยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112   นอกจากข้อเท็จจริงที่เป็นข้อมูลของการกระทำความผิดของคนเสื้อแดง หรือ น.ป.ช.  ดังกล่าว     ซึ่งก็มีนักการเมืองของพรรคที่เป็นรัฐบาลร่วมดำเนินการอยู่ในคนเสื้อแดงและน.ป.ช.ด้วย    การขอยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112   จึงเป็นการยกเลิกหรือแก้ไขเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพให้เป็นผู้ไม่มีความผิด   ไม่ต้องรับโทษ  หรือได้รับโทษน้อยลง  ( ขึ้นอยู่กับจะมีการยกเลิก หรือการแก้ไขกฎหมายว่าจะแก้ไขอย่างไร  )  การยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา  112  จึงเป็นการกระทำที่ส่อไปในทางช่วยเหลือผู้กระทำความผิดทางอาญา    จึงเป็นการยกเลิกหรือแก้ไขกฎหมายโดยปราศจากซึ่งพื้นฐานทางวิชาการที่จะยกเลิกหรือแก้ไขได้    ขัดต่อหลักนิติรัฐ  ขัดต่อหลักศีลธรรมและคุณธรรม  ขัดต่อจรรยาบรรณของวิชาการทางกฎหมาย
    

การแก้ไขมาตรา  112   โดยปราศจากหลักการทางวิชาการ  ทั้งทางวัตถุประสงค์และข้อมูลของการแก้ไข   การนำประเด็นปัญหาการยกเลิกหรือแก้ไขกฎหมายดังกล่าวมาสู่เวทีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์      ซึ่งทำให้ดูเสมือนหนึ่งเป็นการเสวนาทางวิชาการนั้น     หาอาจทำให้การเสวนาการแก้ไขมาตรา 112 บนเวทีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้นเป็นการเสวนาทางวิชาการแต่อย่างใดไม่    การเสวนาที่ปราศจากซึ่งหลักวิชาการแต่กลับมีวัตถุประสงค์และข้อมูลที่ส่อให้เห็นว่าเป็นการช่วยเหลือผู้ที่กระทำความผิดไม่ให้มีความผิด    ไม่ต้องรับโทษหรือได้รับโทษน้อยลง     และมีแนวโน้มมุ่งทำลายสิทธิ  เสรีภาพ และศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ของพระมหากษัตริย์  และประชาชนที่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์     จึงมิใช่เป็นเสรีภาพในทางวิชาการและไม่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญมาตรา  50   และไม่ใช่เป็นเรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น   ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 45    แต่เป็นเสรีภาพที่จะต้องถูกกำจัดสิทธิในการแสดงความคิดเห็นและการกระทำนั้นเสีย      เพราะการยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112  เป็นปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ    และการแสดงความคิดเห็นและการกระทำของนิติราษฎร์และพวกดังกล่าว   เป็นการละเมิดต่อสิทธิ เสรีภาพของพระมหากษัตริย์   ในฐานะที่พระมหากษัตริย์เป็นมนุษย์ที่ต้องมีศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์   ที่มีสิทธิ เสรีภาพอย่างมนุษย์ที่จะเป็นผู้เสียหายได้เมื่อถูกละเมิดสิทธิ     และเมื่อพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของรัฐ   ประชาชนโดยทั่วไปก็เป็นผู้เสียหายในความผิดอาญาแผ่นดินที่ได้กระทำต่อประมุขของรัฐได้     การให้สำนักราชเลขาฯมีอำนาจในการดำเนินคดีกับผู้ที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพได้แต่เพียงผู้เดียว    การห้ามมิให้พระมหากษัตริย์มีพระดำรัสในที่สาธารณะ    การให้พระมหากษัตริย์ต้องสาบานตนต่อรัฐสภาจึงเป็นการกระทำที่ไปลิดรอนสิทธิ เสรีภาพและศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ของพระมหากษัตริย์ ของประชาชนและตลอดจนเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจในการดำเนินคดีอาญาไม่ให้ดำเนินคดีอาญาคือไม่ให้เป็นผู้เสียหาย      จึงเป็นการกระทำที่ละเมิดต่อสิทธิ  เสรีภาพ และศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น    ละเมิดต่อสิทธิ  เสรีภาพ และศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ของพระมหากษัตริย์และประชาชนที่ห้ามมิให้พระมหากษัตริย์พูดในที่สาธารณะกับประชาชน    ละเมิดต่อศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ของพระมหากษัตริย์และประชาชนที่ให้พระมหากษัตริย์ต้องสาบานตนต่อนักการเมืองที่เป็นเพียงตัวแทนของประชาชนเท่านั้น   การแสดงออกและการกระทำของนิติราษฎร์และคณะเพื่อจะยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา  112   โดยปราศจากหรือขัดต่อหลักเหตุผลในทางวิชาการก็ดี    หรือมีข้อมูลที่ไม่ใช่เป็นหลักวิชาการก็ดี    การกระทำดังกล่าวของนิติราษฎร์หรือ ครก.112   จึงสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำฐานหมิ่นประมาท  ดูหมิ่น อาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์หรือสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์     อันเป็นความผิดต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรซึ่งจะไม่ได้รับความคุ้มครองสิทธิตามรัฐธรรมนูญ  แต่อย่างใด 

Tags : ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement