กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง : ทัศนะวิจารณ์

วันที่ 29 สิงหาคม 2553 00:06
คิดใหม่ วันอาทิตย์
คิดใหม่ วันอาทิตย์

นี่แหละ"คน"ของ"นายกรัฐมนตรีของเรา"

เทพไท เสนพงศ์ ,ศิริโชค โสภา

เทพไท เสนพงศ์ ,ศิริโชค โสภา

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

"นายกรัฐมนตรีของเรา" มี "คน" ใกล้ตัวหลายคนที่ไม่มีตำแหน่งอย่างเป็นทางการในทางการเมือง

 แต่ดูเหมือนว่าจะมีอย่างน้อย 2 คน ที่มีความสามารถพิเศษในการ "ชิงพื้นที่ข่าว" ได้อย่างต่อเนื่อง

คนแรก คือ คุณเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช ที่มักอธิบายตัวเองว่า เป็น "โฆษกส่วนตัว" ที่ "นายกรัฐมนตรีของเรา" มอบหมายให้ทำหน้าที่แถลงข่าวรายวัน เพื่อตอบโต้ประเด็นของคู่ต่อสู้ทางการเมือง ด้วยการคิดสร้างสรรค์ "วรรคทอง" ในลีลา "ยวน"ๆ เพื่อ "ชิงพาดหัว" ของหนังสือพิมพ์กับโฆษกพรรคเพื่อไทย "เด็จพี่" พร้อมพงศ์

คนที่สอง คือ คุณศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา ที่มักอธิบายตัวเองว่าเป็น "ทำหน้าที่เสมือนเลขาฯ ส่วนตัว" บ้าง "เพื่อนคุยเล่น" บ้าง และยอมรับฉายาของสื่อมวลชน ที่มอบให้เป็น "วอลล์เปเปอร์"  แต่ไม่ยอมรับตำแหน่งที่ภรรยานายวิคเตอร์ บูท บอกว่าคุณศิริโชคแนะนำตัวกับนายวิคเตอร์ บูท ว่า เป็น "ผู้ช่วยนายกรัฐมนตรี"

น่าจะเป็น ส.ส. 2 คนของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ไม่เคยออกมาปฏิเสธว่าไม่ใช่ "คนใกล้ชิดของตัวเอง" และไม่เคยต่อว่าต่อขานใดๆ ว่าไม่ใช่อย่างที่พูด

จนทำให้สังคมรับรู้และทึกทักไปว่า "คำพูด" ของทั้งสองคนล้วนแต่เป็นการ "พูดแทน "นายกรัฐมนตรีของเรา ด้วยภาษาท่วงทำนองที่นักเรียนนอกอย่าง "นายกรัฐมนตรีของเรา" พูดไม่ได้ แต่คิดเช่นนั้น หรืออยากจะพูดเช่นนั้นจริงๆ

บทบาทของโฆษกส่วนตัวมักเป็นไปใน "ทางเปิด" เลือกใช้ "ลีลาสำนวนโวหาร" เชือดเฉือนคู่แข่งขันทางการเมือง เพื่อสนองตอบ "แฟนคลับ" ที่ไม่ยอมให้ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ถูกโจมตีฝ่ายเดียวแล้วนั่งเฉยๆ ไม่ตอบโต้ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ได้ผลในเชิงกว้าง สร้างความสะใจ "สุโค่ย" ให้แก่บรรดาแฟนพันธุ์แท้ประชาธิปัตย์ ที่อยากให้คงเอกลักษณ์ "เล่นการเมืองด้วยปาก" ในการเชือดเฉือนคู่ต่อสู้ทางการเมืองให้เหวอะหวะได้

อยากจะแนะคุณเทพไทให้ลองหัดใช้ Social Media มาเสริมการแถลงข่าวรายวัน เพื่อเพิ่ม "ความถี่" ในการตอบโต้ และเพิ่มอานุภาพในการทำลายล้างด้วย "คำพูด" วรรคทองผ่าน Old Media

คุณเทพไทควรจะเปิด Twitter@thepthai_PMmouth และ Facebook แล้วพลังของโซเชียลมีเดีย จะทำให้มี "สาวก" Follower มากมายเพียงชั่วข้าวคืน

ช่วงกลางคืนดึกดื่นแค่ไหนสะดุ้งตื่นกลางดึกคิด "วรรคทอง" มุกเด็ดได้ แทนที่จะรีบคว้ากระดาษปากกาบนหัวเตียงมาจด แล้วเก็บไว้แถลงข่าวกับนักข่าวประจำพรรคประชาธิปัตย์มันไม่น่าจะทันกาลแล้ว กว่าจะนัดนักข่าวให้มากันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้วแถลงข่าวด้วยมุกเด็ด

คุณเทพไทสามารถ "Tweet" ด้วยตัวอักษรไม่เกิน 140 ตัว  ซึ่งน่าจะมากเพียงพอสำหรับ "มุกเด็ด"+วรรคทองบนทวิตเตอร์ เพราะฉะนั้น คุณเทพไทจะสามารถแถลงข่าวในฐานะโฆษกส่วนตัว "นายกรัฐมนตรีของเรา" หรือในอีกความหมายภาษาชาวบ้าน คือ "ปากของนายกฯ" นั่นเอง ได้อีกวันละหลายเวลา

เผลอๆ อาจจะกลายเป็น @Thepthi a24 ทวีตแบบ 24 ชั่วโมง เพื่อแย่งชิงพื้นที่ข่าวทั้ง Old Media และ New  Media ให้สมกับเป็น "ปากของนายกฯ" ที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่ว

คุณเทพไทอาจจะยังไม่รู้จักอานุภาพของโซเชียลมีเดีย ที่มีการสะสมพลังแบบทวีคูณต่อเนื่องกัน  แต่หากลองใช้แล้วจะ "ติดใจ" แน่ๆ สามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ๆ แบบเสธ.ไก่อูได้ เพราะแฟนคลับคุณเทพไท+แฟนคลับ "นายกรัฐมนตรีของเรา" จะช่วยกัน RT บน Twitter และแบ่งปันบน Facebook แพร่กระจายยิ่งกว่า Old Media หนังสือพิมพ์ และทีวีที่คุณพี่ชอบมั่กๆ

แต่บทบาทของวอลล์เปเปอร์คุณศิริโชค มักเป็นไปใน "ทางปิด" อยู่ด้านตรงกันข้ามกับคุณเทพไท

เมื่อคุณศิริโชคทำตัวประหนึ่ง "เงา" ของ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่า "นายกรัฐมนตรีของเรา" ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวว่าวันๆ คุณศิริโชคไปทำ "ภารกิจลับ" อะไร เพราะแทบจะไม่มีช่างภาพคนไหนถ่ายรูป "นายกรัฐมนตรีของเรา" แล้ว ไม่มีวอลล์เปเปอร์แผ่นเดิมประดับติดอยู่ด้านหลัง

วีรกรรมของคุณศิริโชคได้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตามหาชนหลายๆ ต่อหลายครั้ง

เจ้าตัวมักบอกว่าตัวข้า คือ "จอมข้อมูล" การทำงานหลายอย่างเสี่ยงตายอย่างมาก จนไม่สามารถอธิบายให้คนอื่นฟังได้ว่ากำลังทำอะไร

กรณีการซื้อดาวเทียมไทยคมก็คราวหนึ่งแล้ว ที่ทำเอาวงการดาวเทียมหัวร่องอหายกับแนวคิดซื้อดาวเทียมไทยคม เพื่อสกัดไม่ให้ช่อง People Channel ออกอากาศได้อีกที่เป็นไปไม่ได้เลย ซึ่งกลายเป็นมุกตลกในวงการดาวเทียมข้ามชาติยิ่งกว่า "ขี่ช้างจับตั๊กแตน" หรือ "เผาบ้านไล่หนู"

ล่าสุดกรณีการเข้าไปเยี่ยมพูดคุยกับนายวิคเตอร์ บูท ที่คุณจตุพร พรหมพันธุ์ สืบทราบมาว่าคุณศิริโชคดอดเข้าไปคุยกับนายวิคเตอร์ บูท เพื่อแลกเปลี่ยนตัวระหว่างนายวิคเตอร์กับอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ปฏิบัติการลับ 2 ครั้งสำคัญของคุณศิริโชคที่กลายเป็น "ฉาวโฉ่" ไม่สามารถ "ปิดลับ" คือ การเดินทางไปสิงคโปร์ เพื่อพบตัวแทนจากบริษัทเทมาเส็กเจรจาในประเด็นสั่งการให้สถานีดาวเทียมไทยคมปิดสัญญาณช่อง People Channel จนกลายเป็นเรื่องราวว่ารัฐบาลจะซื้อคืนดาวเทียมไทยคม จากเทมาเส็ก แล้วถูกฝ่ายค้านกล่าวหาว่าคุณศิริโชคปั่นหุ้นไทยคม

แล้วมาถึงปฏิบัติการล่าสุดที่ถูก "เปิดโปง" จากคุณจตุพรอีกครั้ง จนทำให้ "ปฏิบัติการปิดลับ" ปิดไม่มิด แล้วต้องจำยอมเปิดปากให้สัมภาษณ์แก้ตัวดำน้ำไปเรื่อยเปื่อยจนชนก้อนหัวโนลิ้นคับปากขว้างงูไม่พ้นคอ แถมยังพาดพันไปถึง "นายกรัฐมนตรีของเรา" ที่อยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

แรกๆ "นายกรัฐมนตรีของเรา" บอกว่าไม่รู้เรื่องไม่เคยสั่งให้ "วอลล์เปเปอร์" แวะเข้าไปในเรือนจำ เพื่อต่อรองกับนายวิคเตอร์ บูท ให้คายข้อมูลเล่นงานอดีตนายกฯ ทักษิณ

แต่อันเนื่องมาจากขยันทำงานเพื่อชาติจนไม่เวลาได้ "เตี๊ยม" กันมาก่อน ทำให้ "วอลล์เปเปอร์" เผลอหลุดปากไปบอกว่ากลับออกมาจากเรือนจำก็ไปบอก "นายกรัฐมนตรีของเรา" ว่าได้มาคุยอะไรกับนายวิคเตอร์

เอาละสิ!จะทำไงดีหว่า ปฏิบัติการลับถูกเปิดโปงจากปากของ "เพื่อนคุยเพื่อนเล่น" ของ "นายกรัฐมนตรีของเรา" เองเลยว่าได้รายงานให้ทราบไปแล้ว

ถ้าเป็นในหนังประเภทสายลับนักสืบ "เจมส์บอนด์ 007" แทบจะเป็น "มุกควาย" ก็ว่าได้  สายลับถูกจับได้มีโทษสถานเดียว "ตาย" หรือฆ่าปิดปากแล้วทำทียกเลิกปฏิบัติการ เพื่อกลบเกลื่อนร่องรอย "แมวขี้" ไม่ให้มีใครตามดมกลิ่นได้

กรณีปฏิบัติการลับของคุณศิริโชคงวดนี้ ที่ถูก "เปิดลับ" นับว่าอ่อนหัดสายลับยังไม่สิ้นน้ำนมแม่  เพียงแค่คุณจตุพรแพลมออกมานิดเดียว ด้วยการใช้กลยุทธ์ "ตกปลากะพงด้วยกุ้งฝอย" บอกว่าคนใกล้ชิด "นายกรัฐมนตรีของเรา" ใช้อำนาจเข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมเข้าไปข่มขู่นายวิคเตอร์ บูท ว่าจะแลกตัวกับอดีตนายกฯ ทักษิณ ที่เดินทางเข้าไปรัสเซีย

ยังไม่ทันที่ศัตรูหมายเลขหนึ่งอย่างคุณจตุพรจะเปิดชื่อออกว่า "คนใกล้ชิด" นายกฯ เป็นใคร

นายกรัฐมนตรีของเรา" ลุกขึ้นบอกว่าคุณจตุพรแต่งนิยายอีกแล้ว และต้องการทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมไทย

สายลับ "วอลล์เปเปอร์" ก็ลุกขึ้นมา "แก้ผ้า" ตัวเองออกมาล่อนจ้อน ในสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติว่าคนใกล้ชิดนายกฯ คนนั้น คือ ข้าพเจ้าฉายา "วอลล์เปเปอร์" นั่นเอง  ด้วยการทำหน้าที่ ส.ส.ในการหาข้อมูล "ลับ-ลวง-พราง" เพื่อรักษาแชมป์ "ศิริโชคจอมข้อมูล" หาใช่เพื่อจะใช้แบล็คเมลใส่ร้ายอดีตนายกฯ ทักษิณว่าสั่งซื้ออาวุธจากนายวิคเตอร์ บูท เพื่อโค่นล้ม "รัฐบาลวอลล์เปเปอร์"

สายลับ "วอลล์เปเปอร์" ซื่อสัตว์ๆ เสียเหลือเกิน ในการเผยตัวเองว่าข้าพเจ้า คือ คนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย จะมาถามนายว่า นายเป็น KGB หรือเปล่าแล้วรู้หรือไม่ว่ายังมี KGB ทำงานอยู่ในประเทศไทยกี่คน

การเข้าไป "แก้ผ้าล่อนจ้อน" ต่อหน้าต่อตาผู้ต้องหาค้าอาวุธสงครามพ่อค้าแห่งความตายที่ยิ่งใหญ่ของโลกในเรือนจำ ย่อมไม่มีทางรอดพ้นสายตาของ "จตุพร" ที่มีตาสับปะรดสีแดงอยู่ทั่วเมือง 

จึงไม่แปลกใจใดๆ เมื่อนายสี่พรออกมา "ตกปลากะพงด้วยกุ้งฝอย" แพลมนิดเดียวว่ามีคนใกล้ชิดของนายกฯ เข้าไปเปิดโง่ และ "ของลับ" ให้นักโทษแห่งความตาย

"คน" ของ "นายกรัฐมนตรีของเรา "ที่เลือกโดย "นายกรัฐมนตรีของเรา" ที่มีความรู้ระดับออกซ์ฟอร์ด เลือกมาเป็นได้แค่ "วอลล์เปเปอร์" รีบงับเหยื่อแล้ววิ่งออกมาเต้นแร้งเต้นกา "แก้ผ้า" โชว์ "ลับ" หนักขึ้นไปอีก ลิ้นพันกันพูดไปพูดมาลาก "ปลาใหญ่-นายกรัฐมนตรีของเรา" ออกมาติดเหยื่อเข้าไปอีกคน น่าสงสารจริงๆ "ประเทศของเรา" กับ "คน" ของ "นายกรัฐมนตรีของเรา" (คริ..คริแซวเล่นอย่าซีเรียสนะคร้าบ 5555)
   
  
      

 
  

 

Tags : เทพไท เสนพงศ์ ศิริโชค โสภา

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

  • ความเห็นที่ 1

    Cancer Foods

    อาหาร Fast Food จากต่างประเทศอันตราย บริโภคแล้วเป็นมะเร็ง
    Fast Food จากต่างประเทศ มีไขมันทรานส์ (Trans Fat) เป็นจำนวนมาก
    ไขมันทรานส์ จะเพิ่มระดับโคเลสเตอรอลชนิดเลว และ ลดระดับของโคเลสเตอรอลชนิดดีให้ลดลง
    ไขมันทรานส์ เป็น ไขมันที่ทำให้ ผนังเส้นเลือดจะสะบักสะบอม เต็มไปด้วยคราบไขอุดตัน
    Big Mac แฮมเบอเกอร์ มีไขมันทรานส์ 1.5 กรัม
    เฟรนช์ฟราย (french fries) ขนาดใหญ่ 170 กรัม มีไขมันทรานส์ 8 กรัม
    ไขมันทรานส์ มีใน อาหารสำเร็จรูป จากต่างประเทศ และ Fast Food จากต่างประเทศ
    อาหาร Fast Food จากต่างประเทศ บริโภคแล้วเป็นมะเร็ง

    (1.) แฮมเบอร์เกอร์ จัดเป็นอาหารประเภทที่ “มีความเสี่ยงสูง” เพราะเวลาที่สูญเสียไปในระหว่างรอกระบวนการนำ “เนื้อ” มาใช้ปรุงทำให้มี “แบคทีเรีย” เกิดขึ้นได้สูง ทำให้จำเป็นต้องมีการใช้ “สารเคมีสีแดง” มาช่วยกำจัดเนื้อที่กำลังจะเน่าเสีย ทำให้เนื้อแดงเปลี่ยนเป็นเขียว นอกจากนี้แฮมเบอร์เกอร์ทั้งหมดจะใส่ “สารปรุงรส”(MSG=Monosodium Glutamate) ทำให้ปวดศีรษะและเกิดอาการแพ้ โดย “MSG” เป็นสารเคมีที่ห้องปฏิบัติการทดลองใช้ช่วยทำให้สัตว์อ้วนขึ้น และท้ายที่สุดก็ทำให้ผู้บริโภคอ้วนขึ้นด้วย
    มีสารอะคริลิไมด์ (Acrylimides) ซึ่งเป็นสารก่อโรคมะเร็งและทำลายประสาท

    (2.) ฮอทด็อก

    เป็นอีก “เมนูอันตราย” เพราะมีกระบวนการผลิตคล้ายแฮมเบอร์เกอร์ และ “ฮอทด็อก” ทั้ง หมดยังใส่ “สารไนไตรท์” เพื่อช่วยทำให้เนื้อยึดตัวและช่วยเติมไส้กรอกให้เต็ม โดย “สารไนไตรท์” เป็นสารที่ทำให้เกิด “โรคมะเร็ง” ในกระเพาะอาหาร มะเร็งในเม็ดเลือด เนื้องอกในสมองและมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะ นอกจากนี้ “ถุงหลอด” ที่ใช้บรรจุฮอทด็อก ก็ทำจาก “คอลลาเจนสังเคราะห์” ที่เป็นสารก่อให้เกิด “โรคมะเร็ง” ได้สูง มีไขมันที่เป็นสารประกอบไม่เปิดเผยอยู่ประมาณ 40% เมื่อนำ ไปปิ้งย่าง มันจะทำให้มี “สารพิษร้ายแรง” ที่เรียกว่า “อะคริลิไมด์” (Acrylimides) ออกมา ซึ่งรู้จักกันดีว่าเป็นสารก่อมะเร็ง และ “ทำลายประสาท” นอกจากนี้
    ไส้กรอก และ หมูแฮม ยังทำให้คนที่บริโภค เข้าไป เกิดโรคอ้วนด้วย

    (3.) เฟร้นช์ฟราย- มันฝรั่งทอด เป็นอาหารที่มี “ความเป็นพิษสูง” โดยการทอด “เฟร้นช์ฟราย” ใช้อุณหภูมิสูงทำให้มี “สารอะคริลิไมด์” ซึ่งเป็นสารก่อโรคมะเร็งและทำลายประสาท
    ออกมา นอกจากนี้ “น้ำมัน” ที่ใช้ในการทอดมันฝรั่งแต่ละครั้งจะเกิดการ “ออกซิไดซ์” ในมันฝรั่งยังมี “ดรรชนีกลีซิมิค”(Glycemic) อยู่สูงมาก…..นั่นหมายถึงมันเปลี่ยนให้กลายเป็นน้ำตาลภายในร่างกายได้เร็ว มาก

    (4.) พิซซ่า
    “พิซซ่า” ประกอบด้วยอาหารที่มาจากการ “ตัดแต่งพันธุกรรม” 5 ชนิด คือ…..1.”เนยแท้”(cheese) เพียง 10% เท่านั้น ซึ่งไม่ควรเรียกว่าเนยแท้ได้เลย…..2.”แป้ง” ที่ผ่านการปรุงแต่งให้ขาวที่ได้ทำการฟอกสี ทำให้วิตามินและเกลือแร่ออกไปแล้ว แต่ได้ทำการเติมเกลือแร่สังเคราะห์ตามจำนวนโม เลกุลที่เคยมีอยู่เข้าไปใหม่…..3.”ซอสมะเขือเทศ” ทำด้วยสารคล้ายมะเขือเทศที่สร้าง “ยาฆ่าแมลง” ของมันขึ้นมาได้เองในร่างกายของท่าน…..4.”แป้งสาลี” ชนิดที่มีการตัดแต่งทางพันธุกรรม…..5. มี “น้ำมันฝ้าย” ประกอบอยู่ โดยฝ้ายไม่ได้จัดเป็นพืชพวกอาหาร มันผ่านการสเปรย์ด้วยยาฆ่าแมลงที่ชาวไร่ใช้ในฝ้ายเมล็ดจะเป็นตัวดูดเอาสาร พิษต่างๆเอาไว้ได้มากที่สุด ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงสาธารณะสุข ต่างไม่ให้ความร่วมมือซึ่งกันและกันที่จะรับรองว่ามันปลอดภัยต่อการบริโภค ได้หรือไม่ มันไม่ได้ช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น แต่มันเป็น “น้ำมันไฮโดรจีเนต” และมีอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง

    นอกจากนี้ “ผิวหน้าแป้งพิซซ่า” ที่อบปิ้งในอุณหภูมิสูง อาจมี “สารอะคริลิไมด์” เกิดขึ้นด้วย ขณะที่การเพิ่มหน้าพิซซ่า “เพ็พเปอโรนิ” หรือเพิ่มหน้าไส้กรอกทำให้มีความเสี่ยงสูงจาก “ไนไตรท์” สารกันบูดและสารเคมีอื่นๆ รวมทั้งไขมันอิ่มตัวที่มีการเติมเข้าไปจากโรงงาน

    (5.) ชิ้นไก่ทอด-เนื้อนุ่มไร้กระดูก
    เป็นเมนู ที่ทำมาจากชิ้นส่วนของไก่ที่ไม่ใช้แล้ว การรับประทานต่อครั้งโดยทั่วไปจะให้พลัง งาน 340 แคลอรี่ 50% เป็นไขมัน มีแป้งขนมปังผสมอยู่มาก จึงมีคาร์โบไฮเดรตอยู่สูง มีการเติมสารปรุงรส “MSG” ทำให้ปวดศีรษะและเกิดอาการแพ้ นอกจากนี้ “นัคเก็ตชิคเก้น” บางอันจะมี “สารอะลูมิเนียม” ซึ่งเป็นอันตรายต่อสมองและเป็นอันตรายต่อการเมตะโบลิสซึมของร่างกายด้วย

    (6.) โดนัท
    โดยเฉลี่ยแล้วจะให้พลังงานประมาณ 300 แคลอรี่ ในโดนัท 1 ชิ้นมีแป้งคาร์โบไฮเดรตอยู่มากกว่า 50% ของที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้งต่อวัน มีเกลือโซเดียมอยู่สูงมาก ทำให้ร่างกายขาดน้ำได้ นอกจากนี้โดนัทยังทอดในน้ำมันที่มีอุณหภูมิสูง ซึ่งน้ำมันประเภทนี้จะทำให้มีกลิ่นหืนและมีสารอนุ มูลอิสระเกิดขึ้น ทำให้เกิดสารพิษและทำให้ร่างกายเมตะโบลิสซึมช้าลง เป็นการคุกคามต่อสุขภาพที่ดี และยังเป็นสาเหตุทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น

    (7.) ไอศกรีม
    มีไขมันอยู่สูงมากเกินกว่า 50% ของไขมันที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้งต่อวัน มีคาร์โบไฮเดรตอยู่มากเกือบ 40% ของคาร์โบไฮเดรตที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้งต่อวัน มีน้ำตาลอยู่มากทำให้มีความกระหายน้ำตาลมากยิ่งขึ้น เป็นสาเหตุทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น เต็มไปด้วยไขมันไฮโดรจีเน็ตและไขมันที่แปรเปลี่ยน(Transfat) ไปจากธรรมชาติและยังช่วยเพิ่มพูนโคเลสเตอรอล ทำให้เส้นเลือดแดงใหญ่อุดตัน ทำให้มีสารอนุมูลอิสระในร่างกายเพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรคมะเร็ง

    (8.) น้ำอัดลม
    สารตัวสำคัญที่มีอยู่ใน “น้ำอัดลม” คือ “กรดกำมะถัน”(Phosphoric acid) ซึ่งมีความเป็นกรดสูงมากพอที่จะละลายตะปูได้ภายใน 4 วัน กรดที่สะสมอยู่ในร่างกายทำให้ยากที่จะทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้ และ “น้ำโซดา” ที่เป็นส่วนประกอบอีกตัวของน้ำอัดลมจะเป็นตัวชะล้างแคลเซียมออกจากกระดูก จนทำให้เกิด “โรคกระดูกพรุน”
    นอกจากนี้ในน้ำอัดลม 1 กระป๋อง จะมี “น้ำตาลที่ไม่ให้พลังงาน” อยู่ 12 ช้อนชา ในน้ำอัดลมที่ช่วยลดน้ำหนักตัว หรือ Diet soda ที่ใช้ “น้ำตาลเทียมสังเคราะห์”(Artificial sweetener) เพิ่มความหวาน จะทำให้ร่างกายกระหายน้ำตาลมากยิ่งขึ้น เพราะน้ำตาลสังเคราะห์เหล่านี้มีความหวานมากกว่าน้ำตาลธรรมดามาก ขณะที่ “สี” ที่ใช้เติมในน้ำอัดลม ยังเป็น “สารก่อมะเร็ง” ด้วย

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement