กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : ทัศนะวิจารณ์

วันที่ 21 มีนาคม 2553 03:00
คิดใหม่ วันอาทิตย์
คิดใหม่ วันอาทิตย์

เปิดโอกาสให้"สันติวิธี"ทำงาน/ปฏิเสธความรุนแรงทุกรูปแบบ

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา พอจะกล่าวได้ว่า สังคมไทยเริ่มรู้จักคำว่า "ชนะ-ชนะ" (Win-Win) ด้วยกันทุกฝ่าย

จากการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ที่เริ่มต้นตั้งแต่วันเสาร์ที่ 13 มีนาคม จนถึงการเคลื่อนขบวนไปทั่วกรุงเทพฯ เมื่อวานนี้ ที่ยังไม่มีเหตุการณ์ในระดับที่เรียกได้ว่าคือ "ความรุนแรง" เกินกว่ายอมรับได้

 หากย้อนกลับไปใน twitter@adisaklive เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม ผมได้ทวีตจากทั้งหมด 7 ทวีตๆ ละ 140 ตัวอักษร  ด้วยความรู้สึกทันทีทันใด หลังจากดูรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ทางช่อง 11 จบ เห็นว่าหากสังคมไทยได้ "ใช้สติ" และยึดมั่นสันติวิธี" อย่างจริงจัง แล้วปฏิเสธความรุนแรงในทุกรูปแบบ ความรุนแรงจะไม่เกิดขึ้น และสังคมจะเริ่มหันหน้ามาคุยกันแล้วลดอคติระหว่างกันลง

 เริ่มต้นทวีตแรก เมื่อเวลา 11.07 น. วันที่ 14 มีนาคม 2553 ก่อนเวลา 12.00 น. ของวันที่ 14 มีนาคม คำประกาศขีดเส้นตายของ "วีระ มุสิกพงศ์" แกนนำ นปช.ให้ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ยุบสภาภายใน 24 ชั่วโมง หรือนับไปถึง 12.00 น. วันจันทร์ที่ 15 มีนาคม ด้วยความหวังอยากจะให้ "ผู้ชุมนุมและรัฐบาลให้โอกาส "สันติวิธี" ทำงานก่อนจะใช้ความรุนแรงต่อกัน เพื่อเอาชนะให้เด็ดขาด  ตามความเชื่อผิดๆ ของสังคมไทย ว่า ต้อง "เลือดออก" แล้วเรื่องจะจบเร็วขึ้น

 1. ฟังนายกฯ พูด NBT ให้กอร์ปศักดิ์เป็น หน.คณะทำงาน คอยประสานงานคนเสื้อแดง ผ่านหมอเหวง ทำให้เบาใจได้เปลาะหนึ่ง เมื่อมีช่องคุยกันได้ ความรุนแรงจะลดระดับ

  2. หากคนเสื้อแดงยืนหยัดสันติวิธีอย่างถึงที่สุด แม้นายกฯ ยังไม่ทำตามเส้นตายยุบสภา  ก็ไม่ปลุกมวลชนให้โกรธทำรุนแรง ถือเป็นการสะสมชัยชนะของคนเสื้อแดง

  3. หากการแสดงท่าทีถ้อยทีถ้อยอาศัยต่อผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงของนายกฯ ทาง NBT ได้ปฏิบัติเช่นนั้นจริง จากตำรวจ-ทหาร  แม้ไม่ยอมทำตามคำขู่ ก็ถือเป็นชัยชนะเช่นกัน

  4. หากหลังจากนี้ บทบาททหารค่อยๆ ถอยกลับเข้ากรมกอง ดังเช่นหลังเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 ทำให้ต้นไม้ประชาธิปไตยกลับมาออกดอกหลากสี ตามวิถีสังคมที่ควรจะยอมรับได้

    5. พลังจากทุกภาคส่วนได้แสดงออกชัดเจน ปฏิเสธความรุนแรง ไม่ว่าจะเกิดจากฝ่ายไหน  ทั้งจากคู่กรณีแดงกับรัฐ ทำให้เป็นเกราะสังคมปรามสื่อ ไม่เติมไฟ

   6. เมื่อเหตุการณ์ผ่านพ้นไป โดยปราศจากความรุนแรงแล้วไม่มีใครชนะฝ่ายเดียว จะทำให้สังคมลดอคติ ฟังข้อเรียกร้องประชาธิปไตยมากขึ้น จนเริ่มก้าวแรกข้ามทักษิณ

    7. พลังสังคมจะต้องช่วยกันให้คนเสื้อแดง ส่วนที่ก้าวหน้าก้าวให้พ้นข้อเรียกร้องบุคคลทักษิณ แล้วแปรให้เป็นพลังขับเคลื่อนสังคมไปข้างหน้า

    การชุมนุมของ นปช.ที่เริ่มจากเสาร์ที่ 13 มีนาคม จนถึงเมื่อวานนี้ 1 สัปดาห์เต็ม โดยไม่มีเหตุรุนแรงถึงชีวิต แม้จะมีการสละเลือดจำนวนมากไปเทราดหน้าทำเนียบรัฐบาล หน้าพรรคประชาธิปัตย์และหน้าบ้าน "นายกรัฐมนตรีของเรา" 

    แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของความขัดแย้งในสังคมไทย ที่แม้ทุกฝ่ายจะมองไม่เห็นทางออกใดๆ เลย แต่กลับพัฒนาไปสู่การเปิดโอกาสให้ "สันติวิธี" เริ่มต้นทำงานอย่างจริงจัง หลังจากข้อเรียกร้อง "สมานฉันท์" ไม่บังเกิดผลใดๆ ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จนทำให้สถาบันปกเกล้าที่เป็นต้นคิดแนวทางสมานฉันท์ค่อยๆ เจือจางหายไป และไม่มีใครไปเรียกร้องให้คู่ขัดแย้งทำการ "สมานฉันท์" กัน

    สังคมไทยในหลายภาคส่วนได้แสดง "ความอดทน" อย่างยิ่งยวด จากความแตกแยกทางสังคมที่เกิดขึ้น ภายหลังจากการโค่นล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่แม้มาจากการเลือกตั้ง แต่ในวันที่ 19 กันยายน 2549 ที่มีการรัฐประหาร สถานะของรัฐบาลทักษิณอยู่ในสภาพพิการเตรียมการเลือกตั้งใหม่   ไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอย่างสมบูรณ์ เพราะศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเมื่อเดือนเมษายน 2549 เป็นโมฆะจากการทำผิดกำหมายเลือกตั้งหลายประเด็น

    เมื่อช่วงก่อนเกิดรัฐบาลอภิสิทธิ์ในเดือนธันวาคม 2551 กลุ่มคนเสื้อเหลืองที่พัฒนามาจากพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) แล้วกลายเป็นพรรคการเมืองใหม่ ณ ปัจจุบัน เคยเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่พัฒนาจากแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)

    แต่เมื่อรัฐบาลอภิสิทธิ์เกิดขึ้นมาได้ กลายเป็นเป้าหมายสูงสุดของ นปช.มุ่งโค่นล้มทุกวิถีทาง  "อดีตนายกรัฐมนตรีของเรา" พ.ต.ท.ทักษิณได้เบนเป้าหมายจากการโจมตีกลุ่มคนเสื้อเหลือง ที่มี "สนธิ  ลิ้มทองกุล" เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ มาสู่การโจมตี "อำมาตย์" ที่กล่าวหาว่าเป็น "นายใหญ่" ของนายกฯ อภิสิทธิ์


    ข้อสังเกตที่น่าสนใจ ก็คือ กลุ่มคนเสื้อแดงและอดีตนายกฯ ทักษิณ แทบไม่เคยเอ่ยชื่อโจมตี "สนธิ ลิ้มทองกุล" และพันธมิตรมาระยะหนึ่งแล้ว

    แต่ "นายกรัฐมนตรีของเรา" กับ "อำมาตย์ใหญ่" พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษกลับกลายเป็น "ศัตรูหมายเลขหนึ่ง" ในการโค่นล้ม

     ณ ปัจจุบันนี้ กิจกรรมคนเสื้อเหลืองได้เบาบางลง กลายเป็นกิจกรรม "หารายได้" มากกว่า "เป้าหมายทางการเมือง" แม้ว่าโดยเนื้อหาบนเวทีพันธมิตรยังโจมตีอดีตนายกฯ ทักษิณเช่นเดิม ว่าเป็น "ปัญหาของแผ่นดิน" จะต้องกำจัดออกไปจากสังคมไทย  


    และยังพาดพิงรุนแรงไปถึงกองทัพภายใต้การนำของ "อำนาจใหม่" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีกลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ เป่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ที่มีจุดมุ่งหมายจะยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ แล้วสถาปนาอำนาจใหม่ที่อยู่ภายใต้การระดมทุนผ่านทาง "เนวิน ชิดชอบ" นักการเมืองที่อดีตนายกฯ ทักษิณ หมายหัวว่าเป็น "คนเนรคุณ"


     ความขัดแย้งระหว่าง "คนเสื้อเหลือง" กับคนเสื้อแดง" ดูๆ ไปน่าจะเจือจางลง จนกล่าวได้ว่าทั้งสองฝ่าย "ลดละ" ไม่ค่อยตามล้างตามเช็คกันเหมือนกับช่วงปี 2551 ที่เมื่อใดก็ตาม ที่กลุ่มคนเสื้อเหลืองจัดเวทีปราศรัย จะต้องถูกก่อกวนจากกลุ่มคนเสื้อแดง ในทางกลับกัน เช่นเดียวกัน กลุ่มคนเสื้อเหลืองบางส่วน มักจะตั้งตนเป็นอริกับกลุ่มคนเสื้อแดงบางกลุ่มในแต่ละพื้นที่จนทำร้ายกัน


    คู่ขัดแย้งรุนแรงได้กลายเป็น นปช.-ทักษิณกับนายกฯ อภิสิทธิ์-พรรคประชาธิปัตย์-อำมาตย์ต่อเนื่องมาตั้งแต่เหตุการณ์สงกรานต์เลือดปี 2552 การล้มประชุมอาเซียนพัทยาจนต่อเนื่องมาถึงสถานการณ์ตึงเครียดที่สุด หลังวันที่ 26 กุมภาพันธ์ วันพิพากษายึดทรัพย์อดีตนายกฯ ทักษิณ 46,000 ล้านบาท และคืนให้ 30,000 ล้านบาท


    ก่อนวันที่ 12 มีนาคมที่ นปช.ได้นัดซ้อมใหญ่ระดมพลให้ได้ 1 ล้านคน นำคนชนบทเข้ามากรุงเทพฯ เพื่อกดดันให้ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน ด้วยความเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทย หรือพรรคการเมืองใดก็ตามที่กลุ่มคนเสื้อแดงหนุนหลังจะได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งใหม่ เพื่อจะได้ยึดกุมอำนาจรัฐมาจัดการ "สร้างความยุติธรรม" ขึ้นมาใหม่ ตามความเชื่อของอดีตนายกฯ ทักษิณ ที่โจมตีระบบศาลยุติธรรม ว่า 2 มาตรฐาน


   รัฐบาลเล่นสงครามข่าวสารสร้างภาพความรุนแรง ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการระดมพลของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่มีเบาะแสว่าเตรียมการก่อวินาศกรรมทั่วกรุงเทพฯ


   ทำให้องค์กรเอ็นจีโอต่างๆ ที่หวั่นวิตกว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้นในการชุมนุมครั้งนี้ จึงเตรียมการอย่างดี รณรงค์เรียกร้องปฏิเสธความรุนแรงจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเกิดจากฝ่ายใด และยังผลิตปลอกแขน "สีเขียว" ให้นักข่าวทุกสำนัก สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างปลอดภัย


   ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ไม่เกิดความรุนแรงในระดับเกินกว่าควบคุมได้ ย่อมพูดได้ว่าส่วนหนึ่งมาจากพลังทางสังคม ที่แสดงออกชัดเจนมากว่าไม่สามารถยอมรับความรุนแรงในรูปแบบใดๆ ไม่ว่าจะมาจากฝ่ายใด


    จนทำให้แกนนำ นปช.สายพิราบที่ยึดแนวสันติวิธี ด้วยความเชื่อว่าชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ ไม่ยอมรับความรุนแรงได้เน้นหนัก และทำตามนั้นเช่นกันในการเคลื่อนไหวตั้งเวทีผ่านฟ้า และการเคลื่อนขบวนไป "ราบ 11" ที่เป็นศูนย์บัญชาการของรัฐบาลกับกองทัพ รวมทั้งความเคลื่อนไหวในพื้นที่กว้างขึ้นครอบคลุมพื้นที่ถนนสายหลักๆ ในกรุงเทพฯ ที่ไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ เลย


    แต่ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ที่เป็น "ปมปัญหา" ที่กลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนมากรู้สึกได้ และมองเห็นถึงความแตกต่างระหว่าง "คนเมือง" กับ "คนชนบทรากหญ้า" ที่มองเป็นอภิสิทธิ์ชนมากกว่า "ชนชั้น" ซึ่งไม่น่าจะเป็นเรื่องสงครามชนชั้นระหว่าง "อำมาตย์กับไพร่" ตามทฤษฎีสู้รบที่แกนนำ นปช.สายคนเดือนตุลาพยายาม "ฝังหัว" กลุ่มคนเสื้อแดง ให้จงเกลียดจงชัง "อำมาตย์ใหญ่" อย่าง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่เป็นถึงประธานองคมนตรี ที่ย่อมไม่มีทางจะไม่จงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


     คนกรุงเทพฯ หรือชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ ควรจะพินิจมองกลุ่มคนเสื้อแดงในสายตาที่ไม่มี "แว่นทักษิณ" อย่างถี่ถ้วนมากกว่าฉาบฉวย แล้วทึกทักไปว่าคนเสื้อแดงทั้งหมดถูกจ้างวานให้มาชุมนุม ช่วยอดีตนายกฯ ทักษิณ แต่ขอให้มองอย่างจำแนก และลดอคติลงจะเห็นว่าคนเสื้อแดงอีกจำนวนหนึ่งมาด้วยทุนตัวเอง ด้วยความเชื่อเช่นกัน ว่า การต่อสู้เพื่อให้อดีตนายกฯ ทักษิณกลับมา จะเป็นประโยชน์กับพวกเขา ที่เคยได้ประโยชน์จากรัฐบาลทักษิณ อย่างที่ไม่เคยมีรัฐบาลไหนให้มาก่อน


      ผมจึงเขียนคอลัมน์วันนี้ด้วยความสบายใจขึ้น ว่า สังคมไทยได้เรียนรู้แก้ปัญหาความขัดแย้งไม่ให้ลุกลามกลายเป็น "ความรุนแรง" ทำลายสังคม หลายภาคส่วนกำลังเริ่มเข้ามาช่วยกันประคับประคอง "บ้านเมืองของเรา" ไม่ให้เลวร้ายไปกว่านี้ จนทำให้คู่ขัดแย้งที่มี "หลายเฉดสี" ไม่กล้าใช้รูปแบบ "รุนแรง" มาใช้ เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่กลับเรียนรู้ในการเคลื่อน ไหวแบบ "สะสมชัยชนะ" มากกว่าพร่ำประกาศ "สงครามครั้งสุดท้าย" ที่ไม่เคยสำเร็จเลย


   กลไกสันติวิธีกำลังทำงาน คนไทยอย่าใจร้อน ควรจะปล่อยให้กลไกสันติวิธีค่อยๆ ทำงาน เพื่อสะสมฐานความคิด "สันติวิธี" ในทุกรูปแบบ ทั้งการกระทำ วาจาและใจ ให้ฉุดรั้งออกจากวงจรความรุนแรง แล้วก้าวผ่านสถานีทักษิณเสียที

Tags : นปช. กลุ่มเสื้อแดง

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14

วันที่20มีนาที่เสื้อแดงเคลื่อนพลมีจัดฉากคนยืนเชียร์ข้างทาง
มีคลิปแอบถ่าย ดูได้เห็นจะจะตั้งแต่ต้นจนจบรับเงินครับ

"เบื้องหลัง เสื้อแดงเคลื่อนพล 20 มี.ค. 53"
http://www.youtube.com/watch?v=W9iBaAwYeDU

กองเชียร์เสื้อแดงจัดตั้ง รวมตัวที่เดอะมอลล์รามฯ เปลี่ยนชุดจากเสื้อดำเป็นเสื้อแดง ออกไปยืนให้กำลังใจ โบกผ้า ให้ดอกไม้ขบวนรถเสื้อแดงที่ผ่านบริเวณหน้า เดอะมอลล์รามฯ เสร็จงานเปลี่ยนชุด รับเงินแล้วแยกย้าย ผู้ประสานงานโทรศัพท์รายงานนาย .. จบข่าว

ความคิดเห็นที่ 13

อดิสาก => "กากสื่อ" ไร้จุดยืน ไร้ราคา กากๆ

ความคิดเห็นที่ 12

ต้องปฏิเสธการปฏิวัติ รัฐประหาร ด้วย เพราะเป็นความรุนแรงทางการเมือง เช่นเดียวกัน กรุงเทพธุรกิจ ต้องแสดงจุดยืนนี้ให้ชัดเจน

ต้องแสดงจุดยืนต่่อต้านรัฐประหารในทุกกรณีไม่ว่า จะอ้างว่าเป็นการปฏิวัติท่ี่อ้าง่ว่าทำเพื่อพระมหากษัตริย์ เพราะการปฏิวัติรัฐประหารเป็นความผิดฐานล้มล้างการปกครองประชาธิปไตยแบบรัฐสภา

ความคิดเห็นที่ 11

5555 กลัวขี้หดตดหาย เจอพลังแดงนับแสนเข้าไป ทำมาร้องหาสันติๆ ทุเรศสิ้นดี ไม่มาพล่ามก็ไม่มีใครว่า น่ารำคาญปล่าวๆ

ความคิดเห็นที่ 10

ยุบสภา ยุบสภา ยุบสภา
ยุบสภา ยุบสภา ยุบสภา
ยุบสภา ยุบสภา ยุบสภา
ยุบสภา ยุบสภา ยุบสภา!!!

ความคิดเห็นที่ 9

แผนการไพร่ แยกกันเลว รวมกันโจมตี เพื่อให้พ่อมันกลับมาโกงประเทศอีกครั้ง
เรียกร้อยให้ยุบสภา เพื่อชนะเลือกตั้งกลับมามีอำนาจ ถอนทุน แก้รัฐธรรมนูญ ลดบทบาทคณะองคมนตรี เพื่อบั่นทอนสถาบัน

ความคิดเห็นที่ 8

สาธิตย์จะมาปิดเนชั่นเพราะไม่เขียนเชียร์พรรคประชาธิปัตย์ 55555 กลัวจนขนหัวลุก กล้าๆหน่อยไ อ้เตี้ยหนองใน..เดี๋ยวหยุ่นก็สั่งลุย อิอิ..พูดเล่นใครจะกล้าทุบหม้อข้าวตัวเอง..อิอิ

ความคิดเห็นที่ 7

นาย อดิศักดิ์เขียนบทความนี้ได้ดีกว่าทุกครั้งที่เคยอ่านเจอ

แต่ก็ยังมีอีกหลายประเด็นที่อดิศักดิ์ไม่สามารถอธิบายได้อย่างน่าเชื่อถือ เช่น

คนอย่างพล.อ.เปรมไม่มีวันที่จะทรยศต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว..

แล้วต่างจากประชาชนส่วนใหญ( 99.9999%)ของประเทศอย่างไร ผมเชื่อว่าคนไทยจำนวนมากนับไม่ถ้วนจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มากกว่า พล.อ.เปรม เพราะคนไทยส่วนใหญ่เคารพสถาบันด้วยใจบริสุทธิ์ ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงใดๆเหมือน เปรม.ซึ่งยอมรับเป็นประธาณบริษัทเอกชนหลายบริษัทไปพร้อมกัน ซึ่งก็คือต้นตำหรับของผลประโยชน์ทับซ้อน ระบบเส้นสาย รากเง่าของการทุจริตในวงราชการ

ทั้งที่เปรมรับเงินตำแหน่งประธาณองคมนตรี ตำแหน่งรัฐบุรุษเดือนละสองแสนกว่าตลอดชีพคนทั่วไป60ปีก็ปลดเกษียณแล้ว) ไหนยังมารับเงินเดือนบริษัทเอกชนอีกเดือนๆหลายล้านบาท อยู่บ้านหลวงฟรี น้ำไฟฟรี ร่วม 50 ปีภาษีก็ไม่เสีย ให้ท้ายเศรษฐียึดเขาสอยดาวทำสนามกอล์ฟ พาทหารยึดอำนาจซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ แทรกแซงการเมืองและกระบวนการยุติธรรม จนขบวนการยุติธรรมขาดการยอมรับความเชื่อถือจากประชาชน

แค่นี้ความผิดเลวทรามของเปรมก็มากมายเกินกว่าคนไทยทั่วไป มีคนไทยคนไหนจะทำแบบเปรมได้โดยไม่ติดคุกหรือโดนประหารชีวิต แค่พาทหารปล้นอำนาจประชาชนก็สมควรยิงเป้า การเป็นประธาณองคมนตรี ควบประธาณบริษัทเอกชน แค่นี้ก็ทำให้เสื่อมพระเกียรติ ไหนจะไม่จ่ายภาษี ใช้อิทธิพลให้เศรษฐียึดป่าทำสนามกอล์ฟก็ขัด พระราชดำริเรื่องการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ..

พันท้ายนรสิงห์แค่ทำหัวเรือพระที่นั่งหัก ยอมสละชีพ..พล.อ.เปรม ชายชาติทหารแก่จนเกินแกง เคยกล้าแสดงความรับผิดชอบต่อความเสื่อมเสียใดๆหรือแม้แต่คำขอโทษใดๆหรือไม่

ทำไมจึงได้แต่หลบหนีไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริง ยิ่งวันคนยิ่งก่นด่าทั่วบ้านทั่วเมืองเพราะเขาได้รับความเดือดร้อน

หากเทียบกับคนธรรมดาทั่วไปของประเทศนี้ คนอายุกว่า 90 ปี ควรลดละเลิกกิเลส ลาภ ยศ อำนาจ เข้าวัดเข้าวาหาความสงบ เพื่อให้คนเคารพกราบไหว้ ทำไมจึงดิ้นรนทำสิ่งซึ่งคนส่วนใหญ่รังเกียจ มีสักกี่คนที่เป็นอย่าง พล.อ.เปรม เป็นคนเดียวในประวัติศาสตร์ชาติไทยหรือโลกในความอึดหน้าด้าน

ความคิดเห็นที่ 6

สันติวิธีครับ อย่ามาปิดเนชั่นอีกนะครับ พวกผมกลัวแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 5

เห็นม็อบแดงเป็นเรือนแสนแล้ว วันนี้ "นายอ้วน" ไม่เรียกนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่า "นายกฯ ของเรา" อีกแล้ว

ความคิดเห็นที่ 4

ชาวบ้านกำลังจับตามองว่าพวกคุณอันธพาลเสื้อแดง แอบปาระเบิดก่อกวน แอบยิงระเบิดให้ทหารบาดเจ็บ ทุกวัน ทุกวัน อาจทำให้คนไม่รู้เรื่องที่เดินผ่านไป ผ่านมาตาย หรือบาดเจ็บ จะสามารถโค่นล้มรัฐบาลให้อภิสิทธ์ให้ลาออก หรือยุบสภาได้ ??? เพราะระเบิดหมาลอบกัดฝีมือของคุณเสื้อแดง

.. อันธพาลเสื้อแดงคนรักทักษิณมันแอบเขวี้ยงระเบิด เพื่อ ประท้วง ต่อต้านรัฐบาลก่อความรุนแรง ทุกวัน ทุกวัน ตั้งแต่โจรโกงชาติทักษิณถูกยึดทรัพย์คนเสื้อแดงแอบปาระเบิดแบ๊งค์กรุงเทพ โรงเรียนติณสูลานนท์ ต่อต้านป๋าเปรม อันธพาลเสื้อแดงแอบยิงทหารที่ ร.1 แอบยิง ทหารหลังกระทรวงกลาโหม บาดเจ็บหลายคนแล้ว
แท๊กซี่เสื้อแดงแอบปาระเบิดขวดเข้าไปในกองทหารม้า ทั้งแอบยิงระเบิดเอ็ม 79 ก่อกวนข้างๆ บ้านศาล นี่ก็ทำใหชาวบ้านสงสัยเสื้อแดงต่อต้านองค์กรตรวจสอบโกงกิน ปปช สัตว์นรกเลยแอบเขวี้ยงระเบิดก่อกวน ทั้งตู้เอทีเอ็ม แถวบ้านนักการเมือง..
หยุดระเบิดการเมืองเสียทีเหอะ เสื้อแดงคนรักทักษิณ เห็นใจชาวบ้านที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่กับการประท้วงของพวกคุณ อาจโดนลูกหลง ระเบิด อาจถูกพวกคุณยิง ตายหรือบาดเจ็บเพราะอุดมการณ์ฝักไฝ่ความรุนแรงของคนเสื้อแดงอย่างพวกคุณ
วางระเบิดทำลายเศรษฐกิจทั้งประเทศ คนต่างชาติได้ข่าวแล้วก็ไม่อยากมาเที่ยวเมืองไทย

ความคิดเห็นที่ 3

ทักษิณ หรือแกนนำเสื้อแดงมันไม่ได้สั่งอันธพาลเสื้อแดงหรอก แต่แม้วแอบสั่ง แอบให้ท้าย เห็นดีเห็นงาม กับการก่อวินาศกรรม อเมริกาเขาแอบได้ยินมา .
สั น ด า น แกนนำเสื้อแดง แถ ทหาร เจ้าหน้าที่รัฐแอบเอาระเบิดเอ็ม 79 มาแอบยิงตัวเองเพื่อสร้างสถานการณ์
หรือไม่ก็เสื้อแดงเทียม ไม่ใช่เสื้อแองแท้เป็นคนยิง อ้างเสื้อแดงปลอม ไม่ใช่เสื้อแดงจริง เป็นคนแอบลอบยิง
แอบปาระเบิดให้ทหารบาดเจ็บตามเคย ……
ตำรวจซักถามนายนิกร คนขับแท๊กซี่ ที่ผู้โดยสารเสื้อแดง ฝักไฝ่ความรุนแรง ชวนไปปาระเบิดใส่กองทหารม้า ว่าฝักไฝ่อุดมการณ์เสื้อแดง จนกลายเป็นสัตว์นรก แอบปาระเบิดให้ทหารบาดเจ็บทำไม ..ทำไมไม่เรียกร้อง ด้วยวิธีการ พูดกันดีๆ พูดกันด้วยเหตุ ด้วยผล ...
ใช้ความรุนแรงแอบปาระเบิดทำไม. ..ขนาดนายนิกรคนขับแท๊กซี่รับสารภาพกับตำรวจแล้ว แต่ชาวบ้านรู้สั น ดา นแกนนำเสื้อแดง สั นด านเสื้อแดง ก็อ้างตำรวจจับแพะ จับเสื้อแดงตัวปลอม ไม่ใช่เสื้อแดงตัวจริง แถข้างๆ คู ๆ ตามเคย

ความคิดเห็นที่ 2

อืม ข้อเขียนคุณอดิสักดิ์วันนี้ เปลี่ยนไปนะ
ไม่รู้ว่ามีความคิด อันใดอยู่ ไม่เห็นหรือไรว่าสามเกลอหัวขวดทำอะไรกับประเทศไทย แค่เกิดมาเป็นมนุษย์ บนแผ่นดินไทย ได้เชื้อชาติไทย แล้วมีสิทธ์ มากระทำย่ำยีแผ่นดินเกิดหรือ ได้รับอนุญาติจากใครหรือ พ่อแม่ไม่ได้อยู่แล้วหรือเมืองไทยนี้ แผ่นดินที่กลบหน้าปู่ย่า ตายายไม่ใช่แผ่นดินไทยหรือ

ทำไมพวกคุณสามเกลอได้รับค่าจ้างแล้ว หัวจิตหัวใจไม่ใส่กลับในตัวหรือ เขาถอดเอาจิตวิญญาณแห่งความเป็นไทยไปด้วยหรือ

จะจองเวร สร้างกรรม ให้ชาตินี้ไปจนรุ่นลูกรุ่นหลานไม่มีแผ่นดินอยู่หรือไร

ความคิดเห็นที่ 1

ข้อเขียนคุณอดิศักดิ์วันนี้ อ่านแล้วสงสัยว่าเขียนตอนไหนถ้าเพิ่งเขียนเมื่อวานก็สงสัยว่าเพราะถูกเสื้อแดงปิดล้อมตึกเนชั่นหรือเปล่าเลยบอกว่าขอสันติวิธี

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement