กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : ทัศนะวิจารณ์

วันที่ 16 มีนาคม 2553 17:00
ประภาส ปิ่นตบแต่ง
ประภาส ปิ่นตบแต่ง

ชัยชนะของขบวนการไพร่เสื้อแดงอยู่ที่ไหน

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ขบวนรณรงค์ของคนเสื้อแดง ที่มุ่งไปยังกองบัญชาการทหารราบที่ 11 ดูเหมือนจะได้รับการต้อนรับจากผู้คนตลอดเส้นทาง

แต่หากมองให้ลึกเข้าไปอีกสักชั้นหนึ่งก็จะเห็นว่า ผู้คนเหล่านั้น ส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนชั้นล่าง หรือพวกไพร่เหมือนๆ กัน 
 

ผ่านหน้าโรงพยาบาลไหนๆ มีแต่คนงานเข็นรถและพนักงานรักษาความปลอดภัยออกมาโบกมือรับ เพราะบรรดาพวกหมอพยาบาลมีแต่สีเหลือง ผ่านหน้าบริษัทห้างร้านใหญ่โต มีแต่พนักงานระดับล่าง ที่ไม่ใช่พวกผูกไทใส่สูท
 

มิตรรักแฟนเพลงจึงมีแต่แม่บ้าน คนงาน แท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ พ่อค้าแม่ค้าขายของรายย่อย ฯลฯ ผู้ซึ่งมีวัฒนธรรมแบบเพลงลูกทุ่ง มากกว่าเพลงแบบชนชั้นกลางบนเวทีพันธมิตร (ถ้าใครที่ไม่ชื่นชอบสามารถทนดูการถ่ายทอดโดยพีทีวี ก็จะพบเห็นความแตกต่างของลักษณะดนตรีได้ชัด)
 

ความเป็นกองทัพไพร่แดงที่มีจุดหมายล้มอำมาตย์ ที่แกนนำบนเวทีสร้างกรอบโครงของการเคลื่อนไหว จึงสอดคล้องกับอารมณ์ของผู้คนที่เข้าร่วมการเคลื่อนไหวของขบวนการนี้ได้อย่างเป็นจริง
 

ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง คือ คนชั้นกลางในกรุงเทพฯ ก็อาจจะถูกการสร้างกระแสความน่ากลัวเสียจนทำให้มองขบวนการเคลื่อนไหวของคนเหล่านี้อย่างเป็นคนอื่น หรือคนแปลกหน้าจากชนบท ที่จะเข้ามาก่อความวุ่นวาย ก่อจลาจล
 

เมื่อคราวพันธมิตรเคลื่อนขบวนผ่านมหาวิทยาลัย มีอาจารย์จำนวนมากและคณบดีหลายคณะ หลายแห่งพากันจัดแถวต้อนรับและเข้าร่วมขบวน แต่สำหรับขบวนการเคลื่อนไหวของไพร่สีแดง พวกเขาคงรับไม่ค่อยได้กับการเคลื่อนไหวทางการเมืองของผู้คนที่มีสถานะเป็นคนใช้และคนขับรถ ฯลฯ
 

ดังจะเห็นได้ว่า มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงหลายแห่งประกาศปิดหลายวัน จัดเวรยามเฝ้าตลอดเวลา และสั่งการให้คณบดีค้างคืนพร้อมรถดับเพลิง เพราะกลัวคนเหล่าจะเอาขวดใส่น้ำมันที่โหมข่าวว่าซื้อเตรียมกันไว้แล้วขว้างเข้ามาในมหาวิทยาลัย
 

ด้านหนึ่งคงมาจากสื่อและโฆษกทั้งหลายของรัฐบาล ที่สมควรจะต้องทบทวนและสรุปบทเรียนกันด้วย ว่า การสร้างความหวาดกลัวจนเกินเลยเช่นนี้ได้ไปลดทอนการเคลื่อนไหวทางการเมืองของผู้คนสมควรกระทำหรือไม่ และจะส่งผลอย่างไรต่อความขัดแย้งระยะยาวในสังคม
 

อีกด้านหนึ่ง ในฝ่ายของคนเสื้อแดงเอง ก็ต้องสรุปบทเรียนหลายเรื่อง โดยเฉพาะความไม่ระมัดระวังเรื่องความรุนแรง หรือการใช้วิธีการเคลื่อนไหวที่ฝ่ายต่อต้าน (ซึ่งมิใช่แค่รัฐบาลเท่านั้น) หยิบยกนำมาเป็นประเด็นผูกโยงให้เห็นภาพ ก็ต้องยอมรับว่ามีอยู่จริง
 

การประกาศรบกับสื่อและผู้คนที่ไม่เห็นด้วย (อาทิเช่น รายชื่อ 53 ศัตรูของคนเสื้อแดง ฯลฯ) การเคลื่อนไหวของกลุ่มเฉพาะบางกลุ่มที่อยู่ในหมู่คนเสื้อแดง ที่ไม่มีความระมัดระวังทั้งประเด็นเนื้อหาและคำพูดที่หยาบคาย ฯลฯ
 

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ มีอยู่จริงแน่นอน และควรมองว่า ผู้คนในสังคมพยายามช่วยกำกับไม่ให้เลยเถิดจนเกินเลยเส้นของการต่อสู้แบบสันติ หรือหากจะเป็นขบวนการปฏิวัติประชาชนจริงๆ ก็ทำให้ชัดเจนไปเสีย  
 

การต่อสู้ของคนเสื้อแดงจึงต้องทำหลายเรื่องและหลายมิติ ชัยชนะมิใช่อยู่แค่เพียงไล่รัฐบาลหรือยุบสภา การลดอคติของผู้คนในสังคมก็เป็นเรื่องใหญ่ด้วย ซึ่งจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยวิธีการแสดงความน้อยอกน้อยใจ และประชดประชันด้วยการไม่คบกับสื่อและผู้คนในสังคม
 

เมื่อเป็นดังนี้ จึงควรเห็นว่า การชุมนุมใหญ่ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคมจนถึงวันนี้ คนเสื้อแดงสามารถสร้างผลสะเทือนสำคัญ คือ การลบภาพที่ถูกสร้างขึ้นจนคนชั้นกลางในกรุงเทพฯ มองว่าเป็นม็อบรุนแรงออกไปได้มากทีเดียว ในขณะที่ฝ่ายรัฐบาลกำลังถูกด่าว่าสร้างความหวาดกลัวจนเกินเลยมากยิ่งขึ้น
 

การประคับประคองการเคลื่อนไหวด้วยการใช้วิธีสันติ อาทิเช่น การนำเลือดของผู้ชุมนุมไปลาดที่หน้าทำเนียบรัฐบาล แม้จะดูเหมือนเพิ่งคิดกันได้บนเวทีปราศรัยหน้ากองบัญชาการทหารราบที่ 11 ก็ดูเป็นเรื่องที่ดีสำหรับขบวนการเคลื่อนไหวโดยรวม แม้จะคิดได้ไม่ยาก ว่า คงไม่มีผลจากการกดดันให้รัฐบาลยุบสภา
 

การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงคงไม่สามารถกดดันให้รัฐบาลยุบสภาได้ในคราวนี้ด้วยวิธีการสันติ และจำนวนคนที่มีอยู่ที่กำลังทยอยกลับบ้านไปทำมาหากินกันมากกว่าครึ่ง เพราะความเหน็ดเหนื่อยมาจากการรณรงค์ เมื่อวันจันทร์ที่ 15 มีนาคม อีกส่วนหนึ่งก็ควรยอมรับว่าการกลไกการจัดตั้งภายในที่ยังหลวมอยู่มาก และเป็นงานระยะยาวหากมุ่งสร้างขบวนการทางสังคม
 

แต่สิ่งที่คนเสื้อแดงควรจะเห็นผลสำเร็จสำคัญ ก็คือ ภาพของการเคลื่อนไหวแบบสันติได้กลับมา และควรจะประคับประคองเอาไว้   
 

นักเคลื่อนไหวที่อยู่ในขบวนการเสื้อแดงก็รู้อยู่แล้วว่า ไม่มีขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมที่ไหนสามารถกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพียงครั้งเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อยกระดับเป้าหมายเสียสูงจนถึงการล้มอำมาตย์ สร้างรัฐไทยใหม่ที่เป็นธรรม 
 

การยุบสภาคงไม่เกิดขึ้นจากการกดดันรัฐบาลให้ทำในวันนี้ แต่อย่างน้อยที่สุดการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในครั้งนี้ ได้เสนอทางออกสำคัญ ก็คือ ให้ใช้กติกาและกระบวนการปกติในระบบการเมืองที่ผู้คนควรจะยอมรับร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหา ซึ่งผู้คนในสังคมรับและจะเกิดการขับเคลื่อนต่อไปอย่างมีพลังแน่ๆ
 

เพราะขบวนการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา สร้างมรดกที่ไม่ดีเอาไว้หลายประการ การหาทางลงด้วยการประกาศชัยชนะต่อมวลชนให้เห็นถึงพื้นที่และพลังทางการเมือง และการเสนอทางออกในเชิงกระบวนการแก้ไขปัญหาผ่านกติกาของสังคม เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากพอจะบอกแก่พี่น้องว่าพวกเขาได้ช่วยสร้างผลสะเทือนอย่างมากพอแล้ว
 

การลงหรือเลิกชุมนุมด้วยการประกาศชัยชนะในวันสองวันนี้ จึงเป็นสิ่งที่ขบวนการไพร่เสื้อแดงควรจะทำ ถ้าจะใช้คำที่ดัดจริตสักหน่อย คือ นี่จะเป็นชัยชนะของสังคม

 

Tags : ประภาส ปิ่นตบแต่ง

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 28

ล้มไปก็ไม่ได้อะไร เพราะยังมีไพร่ลืมตัว อยู่อีกหลายกลุ่มใช้ว่า ไพร่ลืมตัวจะมีอยู่แค่กลุ่มเดียว

ทำไปก็ไม่ได้อะไรกลับมาแค่ความสบายใจที่ทำให้ คนๆนั้นกลับมาปกครอง และใช้เงินฝาดหัวไปวันๆ

ไม่รู้จักประหยัดอดออม ก็ไม่มีวันได้เป็นไพร่ชั้นสูงหรอกนะ

ความคิดเห็นที่ 27

คงเห็นกันแล้วว่า ไพร่คงไม่มีโอกาสได้มาPostข้อความโต้แย้งสักเท่าไร คงมีแต่ไพร่ "ลืมตัว" เท่านั้นที่มีโอกาสมาแสดงผลของ Propaganda ที่ทำกันกว่า60ปีมีความสุขกับการอยู่ร่วมกับการกดขี่ไพร่ ไพร่ก็คือไพร่ เมื่อไรที่ไม่มีไพร่ให้กดขี่ดูถูก คงถึงคิวพวก"ลืมตัว"อย่างคุณ อย่าดูถูกไพร่ไม่รู้จักคิดถูกหลอกลวงให้มา แต่พวก"ลืมตัว"อย่างคุณ เคยคิดไหมว่า คุณเป็นเหยื่อPropaganda
หัดมองต่างมุมซะบ้างนะ จะได้มี attitude ที่ดีบ้าง อย่างมงายกับภาพลวงตา

ความคิดเห็นที่ 26

แปลกใจแต่ว่า คนปกติธรรมดา เกิดมาก็มีคุณค่าของความเป็นคน มีบุญแค่ไหนที่เกิดมาเป็นคน ได้รับการศึกษา มีความรู้ เป็นคนมีเกียรติในสังคม เท่าที่แต่ละมีเกียรติศักดิ์ศรีของความเป็นคนเท่าเทียมกัน
ทำไมจู่ ๆ กลายเป็นไพร่ ได้ในเวลาแค่คำพูดของพวกที่เป็นไพร่..ยอมได้อย่างไร..ให้เขาด่า กดตัวเอง และพ่อแม่คุณ ลูกคุณไม่รู้สึกหรือ..จู่ ๆ กลายเป็นไพร่.. แต่พอฟังสิ่งที่เสื้อแดงพูดออกมา (ต้องฟั งเพราะหน้าที่ ไม่ได้อยากฟัง สกปรก ต่ำ หยาบ) เลยเข้าใจ.. อ๋อ พวกนี้ ปมด้อยอย่างแรง ยิ่งกว่าบัวใต้น้ำ.. และยอมที่จะดูถูกตัวเองให้เป็นชนชั้นไพร่..
คนที่ดูถูกตัวเอง.. ก็ย่อมไม่มีสิทธิที่จะได้รับเกัยรติเช่นกัน เว้นแต่ว่า จะมีสามัญสำนึก ที่ฟื้นความมีคุณค่าในตัวเองกลับคืนมา..

ความคิดเห็นที่ 25

คำว่าเคลือนไหวสันติ พร้อมกับการบิดเบือนและโกหกเป็นสิ่งถุกต้องหรือ
...............ไพร่ระดับต้น ช่างทำได้ลงคอกับ ไพร่ระดับล่าง ด้วยการโกหกและบิดเบือน
แหมยังช่างต่ำช้าสามานย์ จริงๆๆๆนะ
แม้แต่พวกเดียวกับ ยังลอบทำร้ายกันได้

ความคิดเห็นที่ 24

เป็นขบวนการไพร่ที่หัวหน้าขบวนการมีเครื่องบินส่วนตัวนั่่ง มีเงินมาถลุงเล่นให้ลูกเมียซื้อกระเป๋าใบละเป็นแสนเป็นล้าน พวกแกนนำไพร่ก็มีบ้านหลังละ 10 กว่าล้านอยู่กัน เป็นไพร่กันภาษาอะไรว่า ไ อ้พวกหลอกแดกชาวนาชาวไร่ไปวันๆ

ถ้าบอกว่าอภิสิทธิ์เป็นอำมาตย์เพราะเป็นนายก ทำไมเชี้ยทักษิณอยากกลับมาเป็นอำมาตย์จนตัวสั่น แค่นี้ทำไมพี่น้องเสื้อแดงคิดกันไม่ได้ ไม่เข้าใจ

ความคิดเห็นที่ 23

อาจารย์ครับ
1.สโลแกนการชุมนุมครั้งนี้เรียกว่าไพร่ล้มอำมาตย์ผมสงสัยว่า ทักษิณเป็นไพร่หรืออำมาตย์ คุณหญิงพจมานเป็นเมียไพร่หรือเมียอำมาตย์ ท่านผู้หญิงวิริยาเป็นไพร่หรืออำมาตย์ ถ้าเป็นไพร่จริงควรคืนยศคืนเครื่องราชฯแล้วใช้คำว่านาย นางแทน ในไพร่ก็ยังมีหัวหน้าไพร่ใช่ไหม
2.ม็อบ นปช. มันเป็นของทักษิณโดยทักษิณและเพื่อทักษิณมันไม่ได้เกิดโดยธรรมชาติ มีการจ้างวานมา อาจารย์แกล้งไม่รู้หรือ
3.พันธมิตรก็มีแกนนำมาจากผู้ใช้แรงงาน สหภาพแรงงาน คนขับแท็กซี่ พ่อค้าแม่ค้า คนหาเช้ากินค่ำ นปช.ก็มีอาจารย์มหาวิทยาลัย แพทย์ ทหาร ตำรวจ ศิลปิน นักธุรกิจ พ่อค้า สื่อมวลชน นักศึกษา แต่มันต่างกันที่สติปัญญา การรับรู้ข่าวสาร การรู้ทันความคิดทักษิณ มันต่างกันตรงนี้จริงๆ
4.ความรุนแรงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นมันมาจากกลุ่ม นปช.ที่เคยทำให้เกิดขึ้นมาแล้วจริงๆเมื่อเดือนเมษาที่พัทยาและกรุงเทพ และจากคำพูดของแกนนำเช่น เศษ.แดง อริสมันต์ ฝ่ายรัฐบาลและประชาชนในชุมชนเตรียมพร้อมมันจึงไม่สามารถสร้างความรุนแรงได้ตามแผน การเอาเลือดไปเทที่ทำเนียบ ที่ทำการพรรคปชป. บ้านพักนายก มันก็ส่อถึงความต้องการความรุนแรงแล้ว ส่วนฝ่ายรัฐบาลเริ่มต้นที่ราบ11 ก็ใช้หน่วยจิตวิทยามวลชนทำงานปราศจากความรุนแรงอย่างชัดเจน
5.ทางออกสำคัญก็คือ ให้ใช้กติกาและกระบวนการปกติในระบบการเมืองที่ผู้คนควรจะยอมรับ จริงๆแล้ว พรรคเพื่อไทยก็คือ นปช.ในสภานั่นเอง แล้วแต่ทักษิณจะใช้งานเมื่อไร เพราะทั้ง 2 ส่วนก็เป็นลูกจ้างของทักษิณด้วยกันทั้งนั้น
6.อาจารย์เองคิดว่าตัวเองเป็นไพร่หรืออำมาตย์เพราะอาจารย์เป็นข้าราชการที่จุฬาและยังคงหวังว่าในวันข้างหน้าคงได้เป็นศาสตราจารย์ หรืออาจารย์จะย้ายไปสอนที่ม.ชินวัตร เป็นพนักงานบริษัทดี
สุดท้ายผมคิดว่าผู้ทีจะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในเมืองไทยอย่างที่วาดหวังกันไว้ต้องเป็นปัญญาชนเป็นนักปราชญ์มีบารมีคุูณความดีมีศีลธรรมไม่ใช่โมฆะบุรุษปัญหาชนอย่างนักโทษชายทักษิณครับ

ความคิดเห็นที่ 22

ทำไมใช้คำว่าไพร่ครับ ไม่สร้างสรรเลย มีแต่จะสร้างความแตกแยก บก.ปล่อยบทความนี้ออกมาได้อย่างไร

ความคิดเห็นที่ 21

เราเองเห็นว่า รัฐบาลก็มีส่วนทำให้เห็นว่า ม็อบครั้งนี้จะรุนแรง แต่รัฐบาลทำก็ไม่ได้หมายความว่า คนส่วนใหญ่จะเชื่อตามรัฐบาล สิ่งที่ทำให้คนส่วนใหญ่เชื่อว่าม็อบแดงจะรุนแรงเป็นเพราะ ประวัติศาสตร์ไปทลายการประชุมอาเซียน ประวัติศาสตร์การเผารถเมล์ รอบที่แล้วน่ะ นั่งเฝ้าโทรทัศน์เห็นกันจะ ๆ เต็มตา ทุบรถนายกอย่างกะ---ทุกอย่างเพิ่งเกิดขึ้น...ไม่นานมานี้เอง อาจารย์ประภาษลืมไปได้อย่างไงหนา

ความคิดเห็นที่ 20

ข้อเขียนต่างๆ แสดงวุฒิภาวะทางอารมณ์และทางปัญญาของผู้เขียนได้เป็นอย่างดี น่าเสียดายที่ในสภาวะของการเรียกร้องประชาธิปไตยกลับมีคนไม่เปิดใจยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง

ความคิดเห็นที่ 19

เจ้าของบทความนี้มีอคติเอียงเกือบ 360 องศา น่าเศร้าใจที่มหาลัยมีคนแบบนี้สอนหนังสืออยู่มาก

ผู้ที่ทำให้ผู้คนในกรุงเทพฯ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะคนชั้นกลาง มากมายที่เป็นลูกจ้าง คนทำความสะอาด หาบเร่ ฯลฯ หวาดกลัว เกลียด ขยะแขยง กระแสหลัก ไม่ใช่จากสื่อของรัฐ หรือ รบ. แต่เป็นแกนนำเสื้อแดงเอง เช่น กี้อมฮอลล์ บอกให้เอาขวดพลาสติกเพื่อมาใส่น้ำมันในกรุงเทพฯ เข้ามาคนละขวด
เคทองบอกให้ค่อยฟังเสียงระเบิดที่จะเข้ามาทางประตู หน้าต่าง ฯลฯ

แล้วรวมถึงตัวอย่างที่เสื้อแดงแสดงไว้ได้อย่างถ่อย เถื่อน ดิบ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ตย. ง่ายๆ ก็เมษาเลือดปีที่แล้วไงล่ะ ประกอบกับการออกข่าวใหญ่โตของเสื้อแดง แม้กระทั่งมารตัวพ่อที่ดูไป ก็ยังบอกว่า ถ้าตัดสินยึดทรัพย์ จะเอากรุงเทพฯ ให้เละไปเลย(เด๋ยวก็มีพวกนี้ หรือ จขบค. ตะแบงว่าไม่จริงอีกสิ)

เป็นครูบาอาจารย์ได้อย่างไร จึงไร้สติปัญญา ไร้ความรับผิดชอบถึงเพียงนี้ ในการให้ข้อมูลข่าวสาร ให้สติปัญญา แก่สังคมขนาดนี้

วันนี้สังคมวิปริต เด็กรุ่นใหม่ขาดความสำนึกในรากเหง้าของตัวเอง ไร้สติปัญญาในการเข้าใจปัญหา ไความรับผิดชอบต่อตนเอง และสังคม เพราะมีคนสอนแบบนี้ส่วนหนึ่ง

ที่มีคนรายได้น้อย คนฐานะการศึกษาน้อยร่วมใจกับพวกเสื้อแดง เหตุผลใหญ่ คือ คนไทยส่วนใหญ่ยากจนมาก รายได้ชักหน้าไม่ถึงหลัง ทักษิณได้กุนซือเก่ง ตัวทักษิณเองและกุนซือก็ต้องการสร้างฐานเสียง ฐานอำนาจจาก ปชช. นโยบายประชานิยม ได้ใจ ปชช. ที่ยากจนข้นแค้นไปมาก เพียงแต่ นโยบายนี้ ทำเพื่อ ปชช. หรือทำเพื่อให้ ปชช. มาเป็นฐานอำนาจให้

วันนี้ คือ บทพิสูจน์

มีแต่ ปชช. ที่ไม่สามารถตามทันเล่ห์เหลี่ยมนี้ ที่หลอกลวง ปชช. มาสู้เพื่อตัวเอง กับพวกที่ได้ประโยชน์ตน กับพวกที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมนี้ตามใจตนที่ผิดทำนองคลองธรรมเท่านั้น ที่ยังพยายามตะโกนส่งเสียงเชียร์ทักษิณ เชียร์การกระทำของเสื้อแดง

ความคิดเห็นที่ 18

ผมว่าคุณมองแบบฉาบฉวยนะ คือสิ่งที่เค้าแสดงออกมาในการชุมนุมครั้งนี้ แต่สิ่งที่สำคัญแล้วคุณไม่นำมาวิเคราะห์คือ กลุ่มเสื้อแดงกำลังทำอะไร และทำเพื่อใคร การชุมนุมโดยอ้างชนชั้นอะไรนั่นเป็นเพียง "ข้ออ้าง" เพื่อหาแนวร่วมมากกว่า

ความคิดเห็นที่ 17

เช่นเดียวกันกับคนที่เกิดมาเป็น "ไพร่" ในความหมายใดๆ ก็ตามของคุณประภาส และได้กลายมาเป็นชนชั้นกลาง ในความหมายของชนชั้นกลาง ไม่ได้ทำให้ความเป็นชนชั้นกลางลดลงหรอก ต้องยอมรับตัวเองในเรื่องนี้กันด้วย อย่าปฏิเสธตัวเองกันเลยว่าไปๆ มาๆ ก็ใช้ชีวิตกันอย่างชนชั้นกลางนั่นแหละ
เอ่อ...อันนี้ไม่ได้หมายถึงคุณประภาสนะฮะ เพราะไม่รู้จักมากพอว่าเกิดที่ไหน เป็นมายังไง และปัจจุบันดำรงตนยังไง
เอาเป็นว่า จะเป็นยังไงก็นึกให้ดีๆ อย่าปฏิเสธตัวเองก็แล้วกันฮ่ะ มนุษย์ทั้งหลาย

ความคิดเห็นที่ 16

ขอต่ออีกหน่อย
ถึงจะเป็นคนชั้นกลาง แต่ก็ยังเป็นไพร่อยู่ดี ไม่ว่าจะด้วยความหมายไหนๆ ก็ตาม อันนี้ปฏิเสธตัวเองไม่ได้ฮ่ะ

ความคิดเห็นที่ 15

ฮ่ะ เข้าใจฮ่ะ ชนชั้นกลางเป็นพวกสบายจนเคยตัว ไม่เคยเห็นหัวคนอื่น
ก็ด๊ายยยยย ยอมรับอย่างนั้นก็ได้
แต่ว่า ถามจริงๆ เถอะ เห็นแค่นั้นจริงๆ เหรอไงว่าสิ่งที่เป็น "ปัญหา" สำหรับคนเสื้อแดงคือแค่ว่ามีบางคนหยาบคาย และจุดมุ่งหมายอยู่ตรงที่ยุบสภาหรือล้มรัฐบาล
ก็ช่ายยยย จุดมุ่งหมายของเสื้อแดงหลายๆ คนเป็นอย่างนั้น แต่มองไม่เห็นทักษิณเลยรึ นั่นไม่ใช่จุดมุ่งหมายเลยรึ การชุมนุมของคนเสื้อแดง ไม่ได้เป็นเครื่องมือหรือมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งนั้นเลยรึ
การใช้เลือดไปราด (ราด ใช้ ร. เรือ ขอโทษด้วยความดัดจริตฮ่ะ ที่ต้องแก้แค่เรื่องแบบนี้ แต่เพื่อชัยชนะของภาษาไทยของเราฮ่ะ) ตามสถานที่ต่างๆ ตามบ้านคน นั่นเป็นสันติวิธีรึ ไม่ใช่ความรุนแรงในรูปแบบหนึ่งหรอกรึ ไม่ได้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนแต่อย่างใดเลยงั้นรึ
คนส่วนหนึ่งแล้วก็อาจจะเป็นส่วนที่ใหญ่พอประมาณด้วย ไม่ได้รับไม่ได้เพราะเป็นม็อบของคนใช้หรือคนขับรถหรอก แต่รับไม่ได้เพราะแกนนำ รับไม่ได้เพราะทักษิณนั่นแหละ ถ้าจะบอกว่าคุณูปการของทักษิณคือการทำให้ "คนพวกนี้" ของคุณประภาสน์ (ไม่ใช่ของดิชั้น เพราะไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้มาก่อนจนคุณพูดขึ้นมานี่แหละ) มีที่พูด มีที่แสดงออก มีสิทธิมีเสียงในที่ที่เค้าไม่เคยมีบ้าง ก็จะรับได้ แต่อย่าข้ามแกนนำ อย่าข้ามทักษิณไป คุณกำลังพูดแค่ด้านเดียว
การลงหรือการเลิกชุมนุมในวันสองวันนี้ เป็นสิ่งที่แกนนำเสื้อแดงและทักษิณควรจะทำ ไม่ใช่เพื่อชัยชนะของสังคม แต่เป็นการหาทางลงล้วนๆ
ชัยชนะของสังคมยังไม่เกิดหรอก เรายังคงก้าวข้ามผ่าน ทักษิณ กับรัฐประหารปี 49 ไปไม่ได้เพียงเพราะเสื้อแดงหยุดชุมนุมในครั้งนี้หรอก
ชัยชนะของสังคมและของขบวนการไพร่เสื้อแดงอยู่ที่ไหนก็ยังมองไม่เห็น

ความคิดเห็นที่ 14

การหาทางลงโดย มั่ว ๆ นิ่ม ๆ ของแกนนำที่ชี้แจงต่อผู้ชุมนุมตามข้อเสนอแนะของผู้เขียน เป็นเรื่องจิ๊บ ๆ สำหรับแกนนำ ไม่เกินเลยวิสัยที่จะทำได้....

แต่ที่ยากเย็นกว่านั้นคือ จะตอบทักษิณอย่างไร ???

ถามต่อ แล้วทักษิณจะยอมให้จบง่าย ๆ อย่างนี้หรือ ???

ลำพังพวกเดียวกันเอง ทั้งแกนนำสยามแดง เสธ.แดง สส.เพื่อไท ก็จ้องจะเสียบ 3 เกลออยู่ทุกวันอยู่แล้ว....

ผมเองเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจโดยดูจากพฤติกรรมที่ผ่านมา รวมถึงปัจจัยแวดล้อมในการชุมนุมครั้งนี้...ผมยังเชื่อว่าจะยังมีการ "นองเลือด"
ในวันสองวันนี้แหละ....

ทุกวันนี้ฝ่ายรัฐเสียเองที่ตั้งด่านถี่ยิบ(เมื่อวานก็เพิ่มด่านอีกเป็นสิบ) เพื่อปกป้องเสื้อแดง ไม่ให้โดนระเบิด ซึ่งจะเป็นชนวนไปสู่ความขัดแย้ง !!!

ฝ่ายที่สามที่ยิง M79 ลง ร.1 ลงลาดพร้าว เป็นใคร คงเดาไม่ยาก !!! มุกแบบนี้สังคมไทยเรียนรู้มาเยอะจนรู้ทันหมดแล้ว....

บอกได้คำเดียวว่า "เลือดเย็น" จริง ๆ

ความคิดเห็นที่ 13

ประภาส หยุดหากินกับคนจน
และเงินบริจาคของ NGO ต่างชาติได้แล้ว

เค้ารู้กันหมดแล้ว
เอาความจนชาวบ้าน มาหากิน ตีกินไปเรื่อย

ความคิดเห็นที่ 12

ถ้าหากการต่อสู้ครั้งนี้ถูกต้องและทำเพื่อคนส่วนใหญ่ ทำไมบุคลากรที่มีคุณภาพในการควบคุมจัดการมวลชนอย่างอ๋อย(จาตุรนต์) แก้ว (สุธรรม แสงประทุม) หมองมิ้ง หมอเลี้ยบ พี่อ้วน เกรียง ถึงไม่เสียสละออกมาเป็นผู้นำ ปล่อยให้ผู้ที่ส่วนหนึ่งใช้ท่าทีก้าวร้าวรุนแรงไปส่วนหนึ่งของการนำ ทำให้เสียแนวร่วมหมด

ความคิดเห็นที่ 11

หัวดอชัดๆ.....แดงถ่อย คล้อยตามไ อ้ทักสิน
จะวิเคราะห์หาค วย ไปทำไม รู้ๆ กันอยู่แล้วว่า ค วาย เศรษฐีไพร่ มั นเสียประโยชน์ จึงจ้าง ทา ส ออกมาชุมนุม.....

ความคิดเห็นที่ 10

เท่าที่อ่านดู ประภาส คงอยากอวดตัวว่าเป็นผู้รากมากดีมีเชื้อเจ้ากระมัง ฮาฮา เงินค่าเขียนบทความส่วนใหญ่ก็เป็นเงินภาษีที่เก็บจากไพร่ ที่ไ อ้พวกโจรช่วยกันปล้นอำนาจปล้นประชาธิปไตย แล้ว ไ อ้มาร์คทรราชกลัวการเลือกตั้ง ก็เอามาหว่านเลี้ยงสื่อสุนัขให้เฝ้าคอยเลียคอยเชียร์และไล่กัดไพร่

ยังไงก็อย่าหลงตัวเป็นวัวลืมตีน ทำตัวเป็นสื่อคางคกขึ้นวอ

ความคิดเห็นที่ 9

เท่าที่อ่านดู ประภาส คงอยากอวดตัวว่าเป็นผู้รากมากดีมีเชื้อเจ้ากระมัง ฮาฮา เงินค่าเขียนบทความส่วนใหญ่ก็เป็นเงินภาษีที่ * พวกโจรคช่วยกันปล้นอำนาจประชาธิปไตย แล้ว ไ อ้มาร์ทรราชกลัวการเลือกตั้ง เอามาหว่านเลี้ยงสื่อสุนัขให้เฝ้าคอยเลียคอยเชียร์และไล่กัดไพร่

ยังไงก็อย่าหลงตัวเป็นวัวลืมตีน ทำตัวเป็นสื่อคางคกขึ้นวอ

ความคิดเห็นที่ 8

ผมวาประภาส อย่ามองแบบแบ่งแยกว่าม็อบนี้เป็นกลุ่มคนจน ไร้โอกาส มันมองเหมือนว่า เป็นตัวแทนของคนจนและคนไร้โอกาส ทั้งประเทศ กระนั้นหรือ
ผมสนใจลึกกว่านั้นคือ บริบทของการเรียกร้องที่ไม่ชัดเจนต่างหาก หากเป็นตัวแทนของคนจน มันไม่ใช่เนื้อหาแบบนี้แน่ๆ

ความคิดเห็นที่ 7

เมื่อมองหาความเป็นจริง ไม่ใช่ภาพมายา ยังไม่ทราบว่าข้ามพ้นคุณทักษิณไปได้เช่นไร ในเมื่อเป้าหมายที่อยู่เบื้องหลังการชุมนุมของขบวนการเสื่อแดงก็คือต้องการคืนอำนาจ คืนทรัพย์สินให้แก่คุณทักษิณ แล้วก็เอา 2 มาตรฐาน ความเป็นธรรมทางชนชั้น มาอ้าง และคุณทักษิณก็ได้ประกาศชัดเจนผ่านวีดีโอลิงค์ ทวิตเตอร์ แล้วว่าถ้าไม่ได้สิ่งที่หวัง ก็ให้ประเทศชาติเละไปเลย มิฝช่หรือ

ความคิดเห็นที่ 6

ผมว่ามันไม่ใช่ชนชั้นอะไรหรอก มันก็แค่คำที่เอามาพูดให้ดูดี ตอนนี้ครอบครัวเดียวกัน เพื่อนฝูงกันด้านหนึ่งเอาทักษิณ อีกด้านไม่เอาทักษิณ มันก็คนชนชั้นเดียวกันแต่ความเห็นต่างกันเท่านั้น วินมอเตอร์ไซด์ในวินเดียวกันก็มีทั้งเอาทักษิณ และไม่เอาทักษิณ นักวิชาการกลุ่มหนึ่งเอาทักษิณ และกลุ่มหนึ่งไม่เอาทักษิณ

ความคิดเห็นที่ 5

บทความนี้อาจชี้ทางสว่างให้แกนนำผู้ชุมนุมกลายเป็นฮีโร่ของทุกฝ่ายในสังคมได้ .... หนึ่ง คือ รีบประมวลสรุปเป้าหมายที่เป็นเรื่องส่วนรวมให้ชัดเจน เรื่อง 2 มาตรฐาน เรื่องความเป็นธรรมทางชนชั้น อะไรทำนองนี้ .... สองคือ ยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลรับปากแก้ไขเรื่องพวกนี้ให้เป็นรูปธรรม ด้วยมาตรการที่จะเห็นได้ทันที ..... เพียงเท่านี้ก็จะข้ามพ้นทักษิณ และ วิน-วิน-วิน ระหว่าง แกนนำ-ไพร่-รัฐบาล

ความคิดเห็นที่ 4

ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ทางการเมือง เมื่อบรรดาเหล่า"นักวิชาการ"เฉกเช่นนายประภาสน์ออกมาแสดงภูมิ กลุ่มชนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ที่มักถูกพาดพิงและถากถาง ก็คือพวกที่ถูก"นักวิชาการ"เหล่านี้เรียกว่า "ชนชั้นกลาง" ซึ่งภายใต้คำจำกัดความของ"นักวิชาการ"เหล่านี้ ก็คื้อเหล่าบรรดามนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ใช้แรงงาน แต่นั่งออฟฟิส ในฐานะที่เป็นหนึ่งในกลุ่มคนดังกล่าว คงต้องเรียกร้องความเป็นธรรมจาก"นักวิชาการ"เหล่านี้ ว่าอย่าทำตัวเป็คนเลือกที่รักมักที่ชัง
มิใช่พวกชนชั้นกลางที่มีรายได้แค่เงินเดือนที่เป็นผู้เสียภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วยให้แก่รัฐทุกเดือนทันทีที่ได้เงินเดือนมา เพื่อไปหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของประเทศ และให้เป็นเงินเดือนที่ให้แก่"นักวิชาการ"เฉกเช่นนายประภาสน์ ที่วันหนึ่งไปทำงานที่มหาวิทยาลัยไม่กี่ชั่วโมง แล้วออกมาข้างนอกรับจ๊อบอย่างอืน เป็นที่ปรึกษา เขียนบทความลงหนังสือพิมพ์โดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่วิชาการที่ติดมาจากมหาวิทยาลัย นอกเหนือจากนี้ ก่อนที่ท่าน"นักวิชาการ"เฉกเช่นนายประภาสน์ สามารถมาทำมาหากินในมหาวิทยาลัย ก็ด้วยการได้รับเงินทุนจากมหาวิทยาลัยไปเรียนต่อปริญญาโท ปริญญาเอก ซึ่งเงินทุนที่ให้ไปเรียน ก็มาจากภาษีที่รีดมาจากเหล่า"ชนชั้นกลาง มนุษย์เงินเดือน"
เหล่ามนุษย์เงินเดือนไม่มีปัญญาหนีภาษี เหมือนกับมหาเศรษฐีผู้หนึ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้นำของประเทศ แต่ก็ด้วยความโลภและความงก ไม่ย่อมจ่ายภาษีเงินได้จากการขายห้นของตนและครอบครัว ซึ่งกลายเป็นทีมาของมหากาพย์การต่อสู้ทางการเมืองที่ยีดเยี้อมาเป็นปีๆ และเป็นผู้หนีภาษีที่เหล่าบรรดาผุ้ที่น่ายประภาสน์ให้เกียรติยกย่องว่าเป็นไพร่ผู้น่าเทอดทูน
ถ้านายประภาสน์เทิดทูนผู้ใช้แรงงานเหล่านี้อย่างสุดจิตสุดใจ ทำไม ไม่ลาออกจากการเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยที่มีแต่นิสิตนักศึกษาที่มาจากครอบครัวชนชั้นกลางและก็นั่งกินเงินเดือนทีรีดภาษีมาจากชนชั้นกลาง แล้วไปเป็นอาสาสมัครสั่งสอนวิชาการให้เหล่าบรรดาผู้ใช้แรงงานได้คิดวิเคราะห์เป็นว่าอย่าถูกนักการตลาดในคราบนักการเมืองมาขายฝันให้
ถ้านายประภาสน์ทำเช่นนี้ได้ ถึงจะน่าสรรเสริญยกย่อง มิเช่นนั้น แล้วบทความที่นายประภาสน์เขียนไว้ก็แค่กระดาษเปื้อนหมึกที่สุดแท้ก็เอาไปชั่งกิโลขายให้แก่พวกซาเล้ง เท่านั้นเอง

ความคิดเห็นที่ 3

คุณอริสมันต์ นอกจากมีผลงานสร้างกระแสเตรียมเผากรุงแล้ว เมื่อคืนยังพูดต่อหน้าม๊อบที่กำลังเดือดดาล ด้วยอารมณ์รุนแรงว่า

"..ถ้าพรุ่งนี้มันอยู่ที่บ้าน ก็อยากจะไปพิสูจน์ดูว่า เลือดหัวเป็นสีแดง หรือสีดำ หรือ สีอำมหิต ขอท้าให้พวกอำมาตย์ออกหมายจับตนอีก.."

คุณประภาสยังคงเห็นว่าเป็นฝีมือประชาสัมพันธ์ของรัฐหรือเปล่า? ผมคิดว่า เราควรให้ความยุติธรรมกับรัฐบาลในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่ ต้่องรักษาความสงบของบ้านเมืองด้วย ถ้ายอมรับกันหน่อย ความเรียบร้อยในรอบนี้ เกิดจากการป้องปรามที่ได้ผลนี่แหละ ลองรัฐบาลไม่ออกมาเตือน คนกทม.จะมีการเตรียมการในระดับนี้หรือครับ แนวร่วมจะน้อยแบบนี้หรือครับ ผมว่าที่รัฐบาลทำไปมันเป็นเรื่องจำเป็นครับ

ความคิดเห็นที่ 2

จุดอ่อนที่สำคัญของนักสันติวิธีคือ หลายท่านไม่ยอมมองโลกตามความเป็นจริง มองในฐานะผู้ต้องปฏิบัติงาน มีหน้าที่ต้องป้องกันไม่ให้เกิดเหตุก็ดี มองในมุมของคนกรุงเทพฯ เจ้าของพื้นที่ก็ดี ผนวกกับประวัติที่ผ่านมา พฤติกรรมของแกนนำ คำที่ใช้ในการปลุกระดม และวิจารณญาณของผู้เข้าร่วมชุมมุน ทั้งหมดนี้ต่างหากครับที่ทำให้คน กทม. หวาดระแวงม๊อบครั้งนี้ จะบอกว่าเป็นฝีมือของรัฐบาลเพียงอย่างเดียว ผมว่า เอียงไปหน่อย

ความคิดเห็นที่ 1

นึกถึงคำคมของฝรั่งที่บอกว่า "คนเรามักจะแสดงนิสัยแย่ๆเฉพาะแต่ในที่มืด" ม็อบรอบนี้ถูกจับจ้องมองจากสื่อและสังคมอย่างมากมายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การก่อม็อบในเมืองไทยเลยก็ว่าได้ มีทั้งกล้องทีวีและมือถือเป็นพันเป็นหมื่น ถ้าคิดในแง่ดีที่มีเหตุการณ์ร้ายๆน้อยกว่าที่คิดอาจเป็นเพราะม็อบเสื้อแดงใช้สันติวิธีด้วยความจริงใจจริงๆ แต่ถ้าคิดในแง่ร้าย ถ้าไม่มีการจับจ้องมากมายถึงขนาดนี้ เหตุการณ์ยังจะเรียบร้อยแบบนี้รึเปล่า

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement