ตอนนี้คิดว่าหลายๆ คนในประเทศนี้ คงมีข้อสงสัยคลางแคลงอยู่ในใจกันอยู่บ้าง ว่า "ประเทศสารขัณฑ์" นี้เป็นของใครกันแน่ ???
เพราะหลายๆ เรื่องหลายๆ ราวที่เกิดขึ้นมันสะท้อนสนับสนุนคำถามดังกล่าว เริ่มตั้งแต่ระดับผู้นำประเทศ ก็สืบทอดตำแหน่งกันเฉพาะวงศาคณาญาติ แม้ผู้นำในตระกูลจะหลุดพ้นตำแหน่งไป นับตั้งแต่มีการปฏิวัติไปเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 และไม่ได้อยู่ในประเทศนี้ก็ตาม แต่หลังจากนั้นก็มีการเลือกตั้ง ซึ่งปรากฏว่า วงศาคณาญาติ (น้องเขย) ของอดีตผู้นำประเทศที่ถูกปฏิวัติ ก็ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้นำคนใหม่ แม้ก่อนหน้านั้นจะมีคนนอกตระกูล ก้าวขึ้นมาคั่นกลางอยู่บ้างก็แค่ปีเศษเท่านั้น
จนเมื่อล่าสุด คนในตระกูลนี้ก็กลับมาอีกครั้ง นั่นคือ น้องสาวคนเล็ก ที่ถูกก้าวขึ้นมานั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่ถูกมองว่าใช้เวลาก้าวเข้ามาเพียง 49 วันเท่านั้นเทียบกับนักการเมืองอีกหลายๆ คนที่ต้องใช้เวลาเป็น สิบๆ ปีบางคนก็ยังไม่ได้นั่งเก้าอี้ตัวนี้ด้วย
การเข้ามาในตำแหน่งนายกฯ หญิงคนแรกของประเทศนี้ แม้จะถูกตั้งคำถามมากมายถึงความรู้ความสามารถ ซึ่งก็คงปรากฏเห็นเด่นชัดแล้วว่ามี ความสามารถมากน้อยแค่ไหน เฉพาะเรื่องการแก้ปัญหาอุทกภัยเมื่อปลายปีก่อนก็คงตัดสินได้แล้ว ถามว่าเหตุใดจึงมีข้อสงสัยถึงความสามารถของผู้นำหญิงคนนี้ ก็เพราะทุกคนในประเทศนี้ต่างรับรู้คนที่อยู่หลังเก้าอี้นายกฯ นี้คือใคร ? ก็อย่างที่หลายคนรู้ว่า "ผู้มีบารมีต่างแดน" คอยกำกับดูแลรัฐบาลประเทศสารขัณฑ์นี้ทุกเรื่อง
แม้กระทั่งการจัดสรรรัฐมนตรีและข้าราชการระดับสูงไปนั่งตามเก้าอี้กระทรวงต่างๆ โดยไม่ได้สนใจว่า "คนคนนั้นจะมีความรู้ความชำนาญเรื่องของกระทรวงนั้นๆ หรือไม่ แต่เน้นว่าเป็นใกล้ชิดหรือคนของตัวเอง และคนที่เคยทำบุญคุณแก่ตน เช่น บรรดานักธุรกิจ หรือข้าราชการที่เคยอาศัยช่องโหว่ของกฎหมาย ปกปิดความผิดของคนในตระกูลนี้หลุดรอดมาแล้ว แม้แต่กระทรวงเศรษฐกิจหลักๆ ที่ต้องใช้คนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะเช่นกระทรวงการคลัง ก็ยังหลีกไม่พ้นที่จะเป็นหนึ่งในกระทรวงที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือตอบแทนคนของตน อาทิเช่น การตั้งแกนนำเสื้อสีเข้าไปนั่งในกระทรวงต่างๆ อาทิ เลขานุการรัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรี ในกระทรวงต่างๆ ยังไม่รวมถึงการส่งกลุ่มคนเหล่านี้เข้าไปนั่งเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจใหญ่ๆ ที่ไม่ได้มีความรู้ความชำนาญเกี่ยวข้องกระทรวงหรือรัฐวิสาหกิจนั้นๆ เลย"
ล่าสุด ก็มีใบสั่งมาจาก "ดูไบ" ให้เด้ง "อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม" ปลัดกระทรวงการคลังพ้นไป โดยคาดว่าตำแหน่งนี้จะตกเป็นของ "เบญจา หลุยส์เจริญ" อธิบดีกรมสรรพสามิต ที่ถูกมองว่าใกล้ชิดกับผู้มีบารมีนอกประเทศ สมัยนั่งอยู่กรมสรรพากร ที่เหลืออายุราชการอีกแค่ปีเดียว และเพิ่งนั่งเก้าอี้อธิบดีสรรพสามิต ยังไม่ถึงปีด้วยซ้ำ
การผลักดันให้ "เบญจา" ขึ้นมานั่งเก้าอี้ปลัดคลัง โดยไม่ได้สนใจความรู้ความสามารถว่าเหมาะสมกับสถานการณ์ด้านการเงินการคลังของประเทศยามนี้ ที่ต้องการคนที่มีความรู้ทางวิชาการไม่ใช่วิชามาร เข้ามาช่วยคิด วางแผนดูแลฐานะการคลังประเทศ แต่กลับใช้คนที่รู้เรื่องเฉพาะด้านภาษีอย่างเดียวในยามนี้ ดูท่าประเทศสารขัณฑ์นี้ น่าจะตกอยู่ในความเสี่ยงไม่น้อย
ไม่รู้ว่า ผู้มีบารมีนอกประเทศ จะรู้หรือเปล่าว่า ข้าราชการหญิงคนนี้ มีคนเห็นเดินเข้า-ออกบ้านของนักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิชื่อ "สุวัจน์ ลิปตพัลลภ" เป็นประจำด้วยเหมือนกัน ไม่ใช่ใกล้ชิดกับนายใหญ่คนเดียวเท่านั้น
Tags : เด้ง"ปลัดคลัง" • อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม •

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น