กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง : ทัศนะวิจารณ์

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555 01:00
ประนอม บุญล้ำ
ประนอม บุญล้ำ

เด้ง"ปลัดคลัง" ออเดอร์จากดูไบ ?

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ตอนนี้คิดว่าหลายๆ คนในประเทศนี้ คงมีข้อสงสัยคลางแคลงอยู่ในใจกันอยู่บ้าง ว่า "ประเทศสารขัณฑ์" นี้เป็นของใครกันแน่ ???

  เพราะหลายๆ เรื่องหลายๆ ราวที่เกิดขึ้นมันสะท้อนสนับสนุนคำถามดังกล่าว เริ่มตั้งแต่ระดับผู้นำประเทศ ก็สืบทอดตำแหน่งกันเฉพาะวงศาคณาญาติ แม้ผู้นำในตระกูลจะหลุดพ้นตำแหน่งไป นับตั้งแต่มีการปฏิวัติไปเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 และไม่ได้อยู่ในประเทศนี้ก็ตาม  แต่หลังจากนั้นก็มีการเลือกตั้ง ซึ่งปรากฏว่า วงศาคณาญาติ (น้องเขย) ของอดีตผู้นำประเทศที่ถูกปฏิวัติ ก็ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้นำคนใหม่ แม้ก่อนหน้านั้นจะมีคนนอกตระกูล ก้าวขึ้นมาคั่นกลางอยู่บ้างก็แค่ปีเศษเท่านั้น

 จนเมื่อล่าสุด คนในตระกูลนี้ก็กลับมาอีกครั้ง นั่นคือ น้องสาวคนเล็ก ที่ถูกก้าวขึ้นมานั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่ถูกมองว่าใช้เวลาก้าวเข้ามาเพียง 49 วันเท่านั้นเทียบกับนักการเมืองอีกหลายๆ คนที่ต้องใช้เวลาเป็น สิบๆ ปีบางคนก็ยังไม่ได้นั่งเก้าอี้ตัวนี้ด้วย

 การเข้ามาในตำแหน่งนายกฯ หญิงคนแรกของประเทศนี้ แม้จะถูกตั้งคำถามมากมายถึงความรู้ความสามารถ ซึ่งก็คงปรากฏเห็นเด่นชัดแล้วว่ามี ความสามารถมากน้อยแค่ไหน เฉพาะเรื่องการแก้ปัญหาอุทกภัยเมื่อปลายปีก่อนก็คงตัดสินได้แล้ว ถามว่าเหตุใดจึงมีข้อสงสัยถึงความสามารถของผู้นำหญิงคนนี้ ก็เพราะทุกคนในประเทศนี้ต่างรับรู้คนที่อยู่หลังเก้าอี้นายกฯ นี้คือใคร ? ก็อย่างที่หลายคนรู้ว่า "ผู้มีบารมีต่างแดน" คอยกำกับดูแลรัฐบาลประเทศสารขัณฑ์นี้ทุกเรื่อง

 แม้กระทั่งการจัดสรรรัฐมนตรีและข้าราชการระดับสูงไปนั่งตามเก้าอี้กระทรวงต่างๆ โดยไม่ได้สนใจว่า "คนคนนั้นจะมีความรู้ความชำนาญเรื่องของกระทรวงนั้นๆ หรือไม่ แต่เน้นว่าเป็นใกล้ชิดหรือคนของตัวเอง และคนที่เคยทำบุญคุณแก่ตน เช่น บรรดานักธุรกิจ หรือข้าราชการที่เคยอาศัยช่องโหว่ของกฎหมาย ปกปิดความผิดของคนในตระกูลนี้หลุดรอดมาแล้ว แม้แต่กระทรวงเศรษฐกิจหลักๆ ที่ต้องใช้คนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะเช่นกระทรวงการคลัง ก็ยังหลีกไม่พ้นที่จะเป็นหนึ่งในกระทรวงที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือตอบแทนคนของตน อาทิเช่น การตั้งแกนนำเสื้อสีเข้าไปนั่งในกระทรวงต่างๆ อาทิ เลขานุการรัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรี ในกระทรวงต่างๆ ยังไม่รวมถึงการส่งกลุ่มคนเหล่านี้เข้าไปนั่งเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจใหญ่ๆ ที่ไม่ได้มีความรู้ความชำนาญเกี่ยวข้องกระทรวงหรือรัฐวิสาหกิจนั้นๆ เลย"

 ล่าสุด ก็มีใบสั่งมาจาก "ดูไบ" ให้เด้ง "อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม" ปลัดกระทรวงการคลังพ้นไป โดยคาดว่าตำแหน่งนี้จะตกเป็นของ "เบญจา หลุยส์เจริญ" อธิบดีกรมสรรพสามิต ที่ถูกมองว่าใกล้ชิดกับผู้มีบารมีนอกประเทศ สมัยนั่งอยู่กรมสรรพากร ที่เหลืออายุราชการอีกแค่ปีเดียว และเพิ่งนั่งเก้าอี้อธิบดีสรรพสามิต ยังไม่ถึงปีด้วยซ้ำ

 การผลักดันให้ "เบญจา" ขึ้นมานั่งเก้าอี้ปลัดคลัง
โดยไม่ได้สนใจความรู้ความสามารถว่าเหมาะสมกับสถานการณ์ด้านการเงินการคลังของประเทศยามนี้ ที่ต้องการคนที่มีความรู้ทางวิชาการไม่ใช่วิชามาร เข้ามาช่วยคิด วางแผนดูแลฐานะการคลังประเทศ แต่กลับใช้คนที่รู้เรื่องเฉพาะด้านภาษีอย่างเดียวในยามนี้  ดูท่าประเทศสารขัณฑ์นี้ น่าจะตกอยู่ในความเสี่ยงไม่น้อย

 ไม่รู้ว่า ผู้มีบารมีนอกประเทศ จะรู้หรือเปล่าว่า ข้าราชการหญิงคนนี้ มีคนเห็นเดินเข้า-ออกบ้านของนักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิชื่อ "สุวัจน์ ลิปตพัลลภ" เป็นประจำด้วยเหมือนกัน ไม่ใช่ใกล้ชิดกับนายใหญ่คนเดียวเท่านั้น 

Tags : เด้ง"ปลัดคลัง" อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

  • ความเห็นที่ 12

    newpoliticsparty

    สรุปผลคำพิพากษาในประเด็นต่างๆ คดียึดทรัพย์ ‘ทักษิณ’

    - กรณีการปกปิดการถือหุ้นระหว่างดำรงตำแหน่งนายกฯ ปี 2544 - 2548 โดยผู้ถูกกล่าวหาและคู่สมรสใช้ชื่อบุตร ธิดา และญาติถืหุ้น บมจ.ชิน คอร์ปฯ แทน เป็นการฝ่าผืนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 40, พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี 2543 และ พ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช.2542 หรือไม่

    มีมติเอกฉันท์
    ผู้ถูกกล่าวหาและภริยาเป็นเจ้าของหุ้นบริษัทชินคอร์ปที่แท้จริงในระหว่างการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 2 สมัย

    -------------------------

    -กรณีแปลงค่าสัมปทานเป็นค่าภาษีสรรพสามิต โดยมีการตราพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 พ.ศ.2546 ซึ่งกรณีดังกล่าวทำให้มีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากกิจการโทรคมนาคม โดยรายเก่าให้นำค่าสัมปทานมาหักกับภาษีสรรพสามิต เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกิจการของผู้ถูกกล่าวหา กีดกันผู้ประกอบการรายใหม่หรือไม่

    มีมติด้วยเสียงข้างมาก
    การออกพระราชกำหนด แปลงค่าสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นค่าภาษีสรรพสามิต เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทชินคอร์ปและบริษัทในเครือ มีผลในการกีดกันการแข่งขัน

    -------------------------

    -กรณีการแก้ไขสัญญาอนุญาตให้ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ปรับลดอัตราส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการมือถือแบบพรีเพดให้กับเอไอเอส ส่งผลให้ต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้ ทศท ฯ ในอัตรา 20% คงที่ตลอดอายุสัญญาสัมปทาน จากเดิมที่ต้องจ่ายแบบก้าวหน้า 25% - 30% เอื้อประโยชน์ต่อชินคอร์ปและเอไอเอสหรือไม่

    มีมติด้วยเสียงข้างมาก
    ผู้ถูกกล่าวหามีส่วนเกี่ยวข้อง ในการแก้ไขสัญญาดังกล่าว และผู้ถูกกล่าวหามีหุ้นในชินคอร์ป จึงเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ชินคอร์ปและเอไอเอส

    -------------------------

    -กรณีการแก้ไขสัญญาอนุญาตให้ใช้เครือข่ายร่วม (โรมมิ่ง) และให้หักค่าใช้จ่ายจากรายรับ กรณีการปรับลดอัตราค่าใช้เครือข่ายรวม เป็นการเอื้อประโยชน์แก่ชินคอร์ปและเอไอเอส การแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาทำให้ไม่ต้องจ่ายเงินให้ ทศท.และ กสท เป็นผลประโยชน์ที่เกิดกับบริษัทที่ผู้ถูกกล่าวหาถือในระหว่างดำรงตำแหน่ง เป็นเหตุให้หุ้นมีมูลค่าสูงขึ้น จนกระทั่งขายหุ้นให้กับกลุ่มเทมาเส็ก สิงคโปร์

    มีมติด้วยเสียงข้างมาก
    ผู้ถูกกล่าวหามีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ผลประโยชน์ในการลดอัตราค่าใช้เครือข่ายร่วมตกอยู่กับเทมาเส็ก เนื่องจากมีการขายหุ้นให้แก่เทมาเส็กเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2549

    -------------------------

    -กรณีละเว้น อนุมัติ ส่งเสริม สนับสนุนธุรกิจดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศโดยมิชอบหลายกรณี ได้แก่ การอนุมัติโครงการดาวเทียไอพีสตาร์, การอนุมัติแก้ไขสัญญาสัมปทานลดสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทชินคอร์ปฯ ในบริษัท ชินแซทเทิลไลท์ ที่เป็นผู้ขออนุมัติสร้างและส่งดาวเทียมไทยคม และการอนุมัติให้ใช้เงินค่าสินไหมทดแทนของดาวเทียมไทยคม 3 จำนวน 6.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ไปเช่าช่องสัญญาณต่างประเทศ เป็นการเอื้อประโยชน์กับบริษัท ชินคอร์ปฯ และบริษัท ชินแซทฯ หรือไม่

    มีมติด้วยเสียงข้างมาก
    เป็นการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทชินคอร์ป และบริษัทไทยคม

    -------------------------

    -กรณีอนุมัติให้รัฐบาลสหภาพพม่ากู้เงินจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) เพื่อนำไปซื้อสินค้าและบริการของบริษัท ชินแซทฯ โดยสั่งการเห็นชอบเพิ่มวงเงินกู้จาก 3,000 ล้านเพิ่มอีก 1,000 ล้านบาท สำหรับโครงการพัฒนาระบบโทรคมนาคมของสหภาพพม่า ให้กู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าต้นทุน รวมทั้งให้ขยายเวลาปลอดการชำระหนี้ การจ่ายเงินต้นจาก 2 ปี เป็น 5 ปี เพื่อประโยชน์ของบริษัท ชินแซทฯ จะได้รับงานจ้างพัฒนาระบบโทรคมนาคมจากรัฐบาลสหภาพพม่า

    มีมติด้วยเสียงข้างมาก
    เป็นการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทชินคอร์ป และบริษัทไทยคม

  • ความเห็นที่ 11

    newpoliticsparty

    เพื่อนๆ ถามผมว่าอันตรายของระบอบทักษิณมีร้่ายแรงแค่ไหน เพราะผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองต่างลงความเห็นว่า ยิ่งนานวัน ก็ยิ่งเห็นอันตรายของการมีทักษิณเป็นผู้นำประเทศ ผมจึงสรุปให้เพื่อนฟังดังนี้

    1. ความคิดบางเรื่องของทักษิณเป็นอันตรายร้ายแรงต่อความเป็นปึกแผ่นของประเทศ ที่เห็นชัดเจนมากได้แก่ ความคิดเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งได้มีการร่างพระราชบัญญัติ และผ่านการเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีไปแล้ว เมื่อต้นปี 2548 การตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษนั้น โดยปกติมีวัตถุประสงค์ในการอำนวยความสะดวกในด้านการบริการต่างๆ เช่น การขนส่ง ภาษี การศุลกากร สาธารณูปโภค แต่ร่าง พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาลให้อำนาจ และความเป็นอิสระของเขตเศรษฐกิจพิเศษมากเป็นพิเศษ มีการยกเว้นกฎหมายผังเมือง กฎหมายสิ่งแวดล้อม และให้มีอำนาจการจัดการเป็นเอกเทศ จนเกิดข้อสังเกตว่า การมีเขตเศรษฐกิจพิเศษในลักษณะนี้ จะเป็นการขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 7 หรือไม่

    ในยุคโลกาภิวัตน์ แนวคิดเกี่ยวกับชาติ ประเทศ และอธิปไตยเปลี่ยนแปลงไป การที่รัฐธรรมนูญมาตรา 7 ระบุว่า ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรที่แบ่งแยกไม่ได้ จึงไม่ได้หมายความเฉพาะการแบ่งแยกดินแดนที่เป็นผืนแผ่นดิน แต่รวมไปถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของอำนาจอธิปไตยด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมเหนือดินแดนด้วย การที่เขตเศรษฐกิจพิเศษมีอำนาจมาก และมีข้อยกเว้นไม่ต้องดำเนินการตามกฎหมายบางฉบับด้วยแล้ว ย่อมทำให้หมิ่นเหม่ต่อการตีความว่า การมีเขตเศรษฐกิจพิเศษในลักษณะนี้ เป็นการแบ่งแยกราชอาณาจักรผิดมาตรา 1 ของรัฐธรรมนูญ ดังนั้น หากระบอบทักษิณยังคงอยู่ เขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะเกิดขึ้นตามกฎหมายนี้ ก็จะกลายเป็นการมีรัฐซ้อนรัฐ เอกภาพของอำนาจอธิปไตยก็จะไม่มี

    2. การรวมตัวของอำนาจเงินกับอำนาจทางการเมือง ทำให้ทักษิณสามารถผนึกกำลังการสนับสนุนของประชาชนได้ ด้วยวิธีการต่างๆ และทำให้ทักษิณสามารถใช้กติกาทั้งที่เป็นทางการ และที่ไม่เป็นทางการควบคุมสังคมได้ ดังที่ปรากฏมาแล้ว

    3. การมีวาระซ่อนเร้น และผลประโยชน์ทับซ้อนในการดำเนินนโยบาย และการติดต่อสัมพันธ์กับต่างประเทศ ตัวอย่างที่เคยปรากฏมาแล้ว ได้แก่ การอาศัยการเปิดสัมพันธไมตรีกับประเทศต่างๆ เพื่อประโยชน์ของบริษัทตนเองและพวกพ้อง ไม่ว่าจะเป็นการให้เงินกู้แก่พม่า การเปิดเส้นทางการบินไปบังกลาเทศ นอกจากนั้น นโยบายต่างประเทศที่มีกับรัฐบาลพม่าก็ทำให้นานาประเทศไม่พอใจประเทศไทย

    4. การแสวงหาประโยชน์จากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ กรณีที่เห็นได้ชัดคือ การขายหุ้นของ ปตท.นอกจากนั้น ยังมีการตั้งกองทุนไว้ในต่างประเทศ โดยว่าจ้างชาวต่างประเทศเป็นผู้บริหาร เพื่อนำมาซื้อหุ้นของรัฐวิสาหกิจที่จะเข้าตลาดหุ้น

    5. ความแตกแยกของคนในชาติจะมีมากขึ้น นอกจากในสามจังหวัดภาคใต้แล้ว ขณะนี้ยังเกิดความแตกแยกระหว่างคนในเมือง ผู้มีการศึกษา และได้รับข้อมูลข่าวสารมากกับคนในชนบทนอกเขตเทศบาล ผู้ด้อยการศึกษา และได้รับข้อมูลข่าวสารน้อย ขณะนี้ทักษิณและพวกได้เร่งระดมการสนับสนุนโดยอาศัยเงิน และกลไกของรัฐทุกวิถีทางเพื่อให้เป็นข้ออ้างต่อสู้กับคนในเมืองหลวง

    6. การแทรกแซงระบบราชการในทุกระดับมีมากขึ้น การแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในวงราชการ และรัฐวิสาหกิจคัดจากพวกพ้องที่มีความจงรักภักดีต่อผู้นำ และภรรยาพร้อมที่จะฟังคำสั่งจากทักษิณและภรรยา เป็นเหตุให้คนดีมีความสามารถเกิดความท้อแท้

    7. การคอร์รัปชันขยายวงกว้างมากขึ้น มีการเรียกรับสินบนในอัตราสูงขึ้นกว่าที่เคยมีมา มีการพัฒนาโครงการขึ้นมารองรับ การหาผลประโยชน์จากโครงการใหญ่ๆ โดยให้เสนองบประมาณสูงเกินจริงในกระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงสาธารณสุข และรัฐวิสาหกิจใหญ่ๆ เช่น ปตท. การบินไทย

    8. การใช้เงินในกิจการที่ทักษิณคิดขึ้นเป็นระยะๆ โดยขาดการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ เช่น โครงการ Elite card โดยหลายโครงการเป็นการใช้เงินจากกองสลาก ซึ่งทักษิณส่งเพื่อนไปคุมการดำเนินงานอยู่

    อันตราย 8 ประการนี้ ทำให้ผู้มีข้อมูลข่าวสารเกิดความวิตกกังวล เพราะถ้าจะดูความสามารถของทักษิณแล้ว ก็จะเห็นว่ายัง “มือไม่ถึง” ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีอุปนิสัยของทักษิณเป็นคนที่รู้น้อย แต่ชอบแสดงตัวว่ารู้มาก ชอบพูดมากกว่าชอบฟัง คิดเร็วโดยไม่ค่อยไตร่ตรอง และขาดความลึกซึ้งในความคิด โดยสรุปทักษิณเป็นคนรู้น้อยที่ชอบแสดงและขยัน จึงเป็นอันตรายในแง่ของคนรู้น้อยที่ขยันสร้างโครงการ สร้างปัญหาที่ไม่รู้จบ

    ถ้าทักษิณยังอยู่ต่อไปอีก เราก็จะมีผู้นำมวลชนจัดตั้งที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของสังคม นับวันคนจำนวนมากได้เริ่มเข้าใจ และเห็นภัยพิบัตินี้

    โดย ชัยอนันต์ สมุทวณิช

  • ความเห็นที่ 10

    newpoliticsparty

    ทักษิณ & เปรมชัย คอนเน็คชั่น ดูดเงินลงทุนทวายสองแสนล้าน

    มีสัญญาณชัดจากรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งเดินหน้าสนับสนุนการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรืองน้ำลึก ที่เมืองทวาย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศพม่า ซึ่งบริษัท อิตาเลี่ยนไทย ดิเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ได้รับสัมปทานนานถึง 60 ปี

    อ้างอิง http://thaipublica.org/2011/12/thaksin-premchai-conection-dawei-project/

  • ความเห็นที่ 9

    newpoliticsparty

    แม้วหากินในพม่า อิรวดี’จับตาใช้ ปู บังหน้าเมล็ดพันธุ์ทักษิณจ่อคืนชีพ

    อ้างอิง http://www.thaipost.net/news/211211/50000

  • ความเห็นที่ 8

    newpoliticsparty

    ฉันไม่ยอมรับ กติกา รัฐธรรมนูญ 2550 หรอกนะ แต่ฉันได้มาจาก กติกา รัฐธรรมนูญ 2550 ฉันก็เป็นนะ แต่ไม่ยอมรับกติกานี้หรอกนะ เพราะมาจาก รัฐประหาร แต่ฉันได้มาจากกติกา จากที่ฉันไม่ยอมรับนี่แหละ แต่เป็น สส ฉันเป็นนะ ฉันยอมรับนะ เป็น ปชต แล้วนะ ก๊าก ๆ ๆ ๆ เอาแต่ได้นี่หว่า

  • ความเห็นที่ 7

    newpoliticsparty

    NuttelPantip คนฉลาดต้องแบบนี้ใช่ไหม

    "..ไม่ต้องห่วง ผมเอาตัวรอดได้ แต่เมื่อไหร่เสียงปืนแตก ทหารยิงประชาชน ผมจะกลับไปนำพี่น้องเดินเข้า กรุงเทพฯทันที"
    http://www.youtube.com/watch?v=ujgvG5hHI34&feature=related

    ก๊าก ๆ ๆ ๆ โง่จริง ๆ พวกโดนหลอกให้ไปตาย ก๊าก ๆ ๆ ๆ สมน้ำหน้า

  • ความเห็นที่ 6

    NuttelPantip

    รัฐธรรม 2550 ที่อ้างว่ามาจากรัฐประหาร แล้ว สส หน้าไหนบ้าง ที่ไม่ได้มาจากกติกากฏหมายรัฐธรรมนูญ 2550 รัฐบาลปู ก็มาจากกติกา รัฐธรรมนูญ 2550

    ศรีธนนชัยกลับชาติมาเกิดหรือไง คงมีแต่พันธมิตรปลายแถวถึงได้แถออกโง่ได้เช่นนี้

  • ความเห็นที่ 5

    newpoliticsparty

    NuttelPantip .... รัฐธรรม 2550 ที่อ้างว่ามาจากรัฐประหาร แล้ว สส หน้าไหนบ้าง ที่ไม่ได้มาจากกติกากฏหมายรัฐธรรมนูญ 2550 รัฐบาลปู ก็มาจากกติกา รัฐธรรมนูญ 2550

    สรุป NuttelPantip ตอแหลได้อย่างไม่อายตนเองเลย

  • ความเห็นที่ 4

    hutzadee

    เขาทำได้ทุกอย่างที่อยากทำ บ้านเมืองมีขื่อมีแป ไม่ถูกใจตรูก้อยกเลิกซะมีปัญหาไหม เป็ดเหลิมยังเล่นลิ้นทักษิ...ไม่ได้ทำผิดกฏหมาย แต่ทำในสิ่งที่กฏหมายเขาห้ามไว้ ตกลงเมิงจบกฏหมายจากสถาบันไหนวะ อายแทนจริงๆ คนไทยเขากินข้าวไม่ได้กินหญ้าแห้งนะเฟ้ย อ้ายฟายยยย

  • ความเห็นที่ 3

    newpoliticsparty

    NuttelPantip..... นักตอแหลบิดเบือน คิดเอง เออเอง สรุปเอง มั่ว ๆ ไปวัน ๆ

  • ความเห็นที่ 2

    NuttelPantip

    ประเทศสารขัณฑ์นี้ เป็นของอำนาจนอกระบบ ซึ่งรีโมทขับเคลื่่อนประเทศนี้ ผ่านองค์กรหลักๆ
    คือ ทหาร และ ผู้พิพากษา ฝ่ายหนึ่งจับอาวุธล้มรัฐบาลประชาชน ยกเลิกกติกาทั้งหมด
    แล้วให้ฝ่ายที่สอง + นักวิชาการสายเหลือง เขียนกติกาขึ้นมาใหม่ส่งผ่านอำนาจไปยังศาลและองค์กรอิสระให้ใช้อำนาจต่อ รวมทั้งยังปกป้องและยอมรับการกระทำผิดกฎหมายของทหารด้วย เป็นเรื่องสารขัณฑ์จริงๆ
    ผู้พิพากษายอมรับประกาศคณะรัฐประหาร ประหนึ่งกฎหมายที่ออกโดยตัวแทนประชาชน
    ประเทศประชาธิปไตยมีแบบนี้ ที่เดียวในโลก สารขัณฑ์จริงๆ

  • ความเห็นที่ 1

    mrsorn

    "การผลักดันให้ "เบญจา" ขึ้นมานั่งเก้าอี้ปลัดคลัง โดยไม่ได้สนใจความรู้ความสามารถว่าเหมาะสมกับสถานการณ์ด้านการเงินการคลังของประเทศยามนี้ ที่ต้องการคนที่มีความรู้ทางวิชาการไม่ใช่วิชามาร เข้ามาช่วยคิด วางแผนดูแลฐานะการคลังประเทศ แต่กลับใช้คนที่รู้เรื่องเฉพาะด้านภาษีอย่างเดียวในยามนี้ ดูท่าประเทศสารขัณฑ์นี้ น่าจะตกอยู่ในความเสี่ยงไม่น้อย"
    นี่แหละคือตัวบ่งชี้ว่า"นักการเมืองคือปัญหาของประเทศ"ครับ

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement