กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : ทัศนะวิจารณ์

วันที่ 28 กันยายน 2555 01:00
ประชา บูรพาวิถี
ประชา บูรพาวิถี

สัญญาณเตือนภัย!

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

การปะทะกันของมวลชนสองขั้วความคิด ที่หน้ากองปราบปรามเมื่อวันอังคาร ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

 แต่กรณีของ มนัสนันท์ หนูคำ ครูโรงเรียนนานาชาติ ปทุมธานี ที่ถูกตำรวจกองปราบปรามออกหมายเรียกเธอมารับทราบข้อกล่าวหาหมิ่นประมาท "ไฮโซดารุณี" ตอนแรกคล้ายกับว่าตำรวจนัดเธอมาพบวันที่ 25 กันยายน 2555

 ครั้น สุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายพันธมิตรฯ ยกพวกไปสอบถามที่กองปราบปราม จึงทราบว่าตำรวจส่งหมายเรียกให้ครูสาวมาในวันที่ 27 กันยายน เพราะเวลานั้นครูสาวไปหาสามีที่เกาหลีใต้ ยังไม่กลับมา

 แล้วกลุ่มประชาชนผู้รักสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่นัดหมายไปให้กำลังใจครูมนัสนันท์ ในวันที่ 25 กันยายน นั้น พวกเขาทราบข้อมูลการนัดหมายระหว่างครูสาวกับตำรวจอย่างไร?

 เมื่อย้อนกลับไปดูต้นทางของการนัดหมาย ก็พบว่ากลุ่มคนไทยหัวใจรักในหลวง ได้นัดกันผ่านเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์ค
 "วันอังคารนี้ 09.00 น. อย่าลืมว่าเรามีนัดกัน ไม่ว่าครูสาวท่านนี้จะไปตามหมายเรียกหรือไม่.."

 ตามมาด้วย "ติ๊งต่าง" กาญจนี วัลยะเสวี ประธานกลุ่มชาวไทยหัวใจรักสงบ ก็ได้แจ้งข่าวผ่านเว็บไซต์ "ไทยอินไซเดอร์" ว่า "ภาคประชาชนที่เป็นคนไทยรักชาติทนไม่ได้แน่นอน ต้องออกไปให้กำลังใจ เตรียมกันแล้ว เยอะเลย อาจมีคนมาหลายพัน"

 แม้แต่ เอกยุทธ อัญชันบุตร ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ไทยอินไซเดอร์ ยังโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ประกาศให้ความช่วยเหลืออดีตครูสาวโรงเรียนนานาชาติ โดยพร้อมจัดทีมทนายความสู้คดีให้ด้วย

 ในวันดังกล่าว "เอกยุทธ" ก็ปรากฏตัวที่กองปราบปราม เคียงข้าง "เสธ.อู๊ด" พล.อ.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ อดีตกรรมการบริหารพรรคการเมืองใหม่

 ทุกความเคลื่อนไหวต่างมุ่งตรงไปที่การให้กำลังใจครูสาว โดยที่คนภายนอกไม่ทราบเลยว่า กลุ่มแกนนำเหล่านั้นยังติดต่อกับครูมนัสนันท์ไม่ได้เลย

 ดั่งตอนหนึ่งของแถลงการณ์กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

 "จวบจนถึงปัจจุบันทางพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็ยังคงไม่ได้รับการติดต่อกลับจาก น.ส.มนัสนันท์ หนูคำ"

 แต่กลุ่มพันธมิตรฯ ก็แสดงจุดยืนชัดเจนว่า "...ต่อเหตุการณ์ในวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2555 เราขอยืนยันในการให้กำลังใจและสนับสนุนผู้ที่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไม่ได้อยู่ในฐานะผู้จัดชุมนุม หรือนำการชุมนุมแต่ประการใด"

 ดังนั้น กลุ่มประชาชนที่เดินทางไปยังกองปราบปราม จึงมีหลากหลายกลุ่ม ทั้งมาจากกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ได้รับฟังข่าวสารจากช่องเอเอสทีวี, กลุ่มคนเสื้อสีฟ้าและเสื้อหลากสีที่รับทราบการนัดหมายจากช่องบลูสกาย-ช่องทีนิวส์-ช่องไทยทีวีดี, กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติที่รับรู้ข่าวจากช่อง 13 สยามไท รวมถึงเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์คของคนรักในหลวง

 มันเป็นการรวมพลที่ไม่มีแกนนำ ไม่มีการจัดการ แต่มีศูนย์กลางอยู่ที่ความรักและความศรัทธาต่อสถาบันเบื้องสูง 
 ส่วนฟากคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่ง ก็ได้รับการร้องขอของ "ไฮโซดารุณี" ให้มาเป็นเพื่อน จึงมีกลุ่มแดงไซเบอร์ที่แจ้งหมายนัดหมายกันไว้ และกลุ่มวิทยุชุมชนที่ไม่อยู่ในสังกัด นปช.

 รถกระบะติดเครื่องเสียงจาก "วิทยุชุมชนคนลำลูกกา" คลอง 4 คลื่น FM 96.35 MHz เดินมาถึงหน้ากองปราบปรามไม่นานนัก ก็เกิดการปะทะกันระลอกแรก ก่อนจะเกิดอีก 3 ระลอกเล็กๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงกับกองปราบปราม

 วิทยุชุมชนคนลำลูกกา บริหารงานโดย สมชาติ นาคบรรจง ซึ่งมีปัญหากินใจกับ ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย มานานแล้ว จึงไม่ร่วมกิจกรรมกับ นปช. แต่ไปร่วมงานกับกลุ่มแดงอิสระเสียมากกว่า

 เหตุที่ "สมชาติ" เลือกเดินแนวทางนี้ เพราะถือว่า แดงอิสระเป็นกลุ่มพลังประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่แดงการเมืองอย่าง นปช.

 หลังจากเหตุเกิดขึ้นแล้ว ก็มีคนตั้งคำถามว่า ตำรวจอยู่ไหน? การข่าวของตำรวจนครบาลไม่ทราบเลยหรือว่าจะมีคนกระทืบกัน?

 พล.ต.อ.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ได้ชื่อว่า "เจ้าพ่อปทุม" คนหนึ่ง มิรู้เลยหรือว่า สมชาติจะยกทัพแดงลำลูกกาเข้ามาที่กรุงเทพฯ รวมถึง "สันติบาล" มิทราบเลยหรือว่า "เอกยุทธ" และชาวคณะไฮโซเสื้อหลากสี นัดหมายมวลชนมาให้กำลังใจครูสาว โดยที่ไม่ทราบว่าผู้ถูกกล่าวหาจะมาพบตำรวจหรือไม่?

 นี่คือ สัญญาณเตือนเล็กๆ ที่บอกให้ฝ่ายความมั่นคงทราบว่า เหตุปะทะที่ใหญ่โตกว่านี้ อาจเกิดขึ้นอีก อย่าด่วนสรุปว่าแค่คนตีกันโดยเด็ดขาด

Tags : สัญญาณเตือนภัย!

Adsense

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

  • ความเห็นที่ 1

    Jirach

    อย่าบอกว่่าเป็นสัญญานเตือนๆเลย เพราะมัน
    มีมาเรื่อยๆ ไม่ว่าแกงค์แดงจะเป็นฝ่ายค้านหรือ
    รัฐบาล ที่น่าแปลกมาก คือ ตำรวจที่กินเงินเดือน
    จากภาษีของ"คนไทย" ดูจะระงับจัดการ
    ควบคุมไม่ได้ ทั้งที่พวกนี้มีประวัติก่อความรุนแรง
    และหยาบคายซ้ำซากมาตลอด

    หากจะมีใครเรียกร้องความเป็นธรรม น่าจะเป็น
    ฝ่ายของประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ที่ต้องเดือด
    ร้อนจากการเอารัดเอาเปรียบของทุนทั้งเก่าและ
    ใหม่ภายใต้หน้ากากนักการเมือง ที่สุดท้าย
    บางฝ่ายที่ไม่สามารถจะเอาชนะได้อย่างถูก
    กฎหมาย ก็เล่นแร่แปรธาตุเอางบประมาณที่
    ได้มาจากภาษีของคนส่วนใหญ่มาหลอกมาล่อ
    อย่างหน้าไม่อาย หรือต่อให้เผาบ้านเมือง
    หลอกคนให้มาตาย แล้วป้ายให้คนอื่น ก็ไม่ได้
    กลัวชั่วช้า อำมหิตขนาดไหนที่ทำลงไป...

    กรณีนี้หากจิตใจเป็นสันติอหิงสาจริง คงไม่ขับ
    รถตรงมุ่งพุ่งฝ่าเข้าไปใส่พวกอื่น ถึงแม้ประจัน
    หน้า หากมี"สมบัติผู้ดี"นำพา ก็พอจะรักษา
    ระยะ ไม่ให้กระทบกระทั่งกันได้ แต่ต้องไม่ใช่
    เจ้าหน้าที่เป็นใจให้ท้าย เพราะในภาพมีคน
    ใส่เสื้อยืดขลิบแดงคล้ายที่อกมีตราป้ายร่วมตี
    อีกฝ่าย ซึ่งก็ควรจะได้สืบหา

    ทึ่มีปัญหามาตลอด เพราะตำรวจไม่จัดการ
    ทั้งที่คนไทยรู้ดีว่ามีอยู่สีเดียวที่เชื่อคนง่าย
    ชอบโป้ปดใส่ร้าย บ้าระห่ำมากพอที่จะใช้ความรุน
    แรงต่อผู้อื่นได้ ในเมื่อตำรวจตกอยู่ในสถานะ
    "ต้องสงสัย" มีส่วนรู้เห็นเป็นใจ จึงน่าจะถือว่า
    ไม่ควรเกี่ยวข้องกับคดีสีๆทั้งปวง เพราะไม่เคย
    แสดงความซื่อสัตย์ สมเหตุสมผล ไม่หลอกตา
    มีความถูกต้อง เป็นธรรมและตรงไปตรงมา
    ตำรวจเลือกข้าง ข้างประชาธิปไตยที่ไร้เดียงสา
    และทำผิดไว้มากเสียด้วย! ไม่ใช่อะไรๆกรูก็ผิด
    แต่เพราะไม่เคยคิดจะทำดีเพื่อคนส่วนใหญ่
    ไม่เคยคิดที่จะทำความดีอะไร เรื่องง่ายๆที่
    อยู่แค่ที่ปาก อย่างเรื่องไมโป้ปด ให้ร้าย
    บิดเบือนยังทำไม่ได้ แล้วจะทำที่ใหญ่กว่า
    ได้อย่างไร?

    สื่อควรจะเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่บ้านเมือง
    ปฏิบัจิหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ระมัด
    ระวัง รอบคอบ รักษาความถูกต้องตาม
    กฎหมายพร้อมด้วยศีลธรรมจรรยา อย่าง
    ไม่โอ้เอ้ชักช้า

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement