กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : ทัศนะวิจารณ์

วันที่ 23 มิถุนายน 2552 01:00
แกะรอยการเมือง
แกะรอยการเมือง

ประเทศในกำมือนักนิติศาสตร์

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

คำถามที่ผมไม่สามารถให้คำตอบใครต่อใครได้ และยังเป็นประเด็นสงสัยที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ได้แจกแจงด้วยซ้ำว่า

ทำไมสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งถือหุ้นสัมปทานบริษัทเดียวกัน บางคน กกต.วินิจฉัยว่า ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 265 แต่บางราย กกต.วินิจฉัยว่า ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตราเดียวกัน

ผมลองยกตัวอย่างขึ้นมาเปรียบเทียบอย่างนี้ครับ

นายชูชัย เลิศพงศ์อดิศร ส.ว.เชียงใหม่ ถือหุ้น บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ไม่พ้นสมาชิกภาพ (กกต.วินิจฉัยว่าไม่พ้นสมาชิกภาพ)

นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ถือหุ้น บริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (กกต.วินิจฉัยให้พ้นสมาชิกภาพ)

กรณี พล.ต.อ.โกวิท ภักดีภูมิ ส.ว.อ่างทอง ถือหุ้นบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ธนายง จำกัด (มหาชน) บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท ขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (กกต.วินิจฉัยให้พ้นสมาชิกภาพ)

นายสุรพงษ์ ตันธนศรีกุล ส.ว.กาญจนบุรี ถือหุ้นบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) บริษัท ธนายง จำกัด (มหาชน) (กกต.วินิจฉัยว่าไม่พ้นสมาชิกภาพ)

สำหรับรัฐธรรมนูญ มาตรา 265 บัญญัติว่า ไม่รับหรือแทรกแซงหรือก้าวก่ายการเข้ารับสัมปทานจากรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเข้าเป็นคู่สัญญากับรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ อันมีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอน หรือเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่รับสัมปทานหรือเข้าเป็นคู่สัญญาในลักษณะดังกล่าว ทั้งนี้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

การที่ กกต.วินิจฉัยว่า ส.ว.ที่ กกต.ชี้ว่า "เข้าข่ายสัญญาผูกขาดตัดตอน" นั้น เป็นการตีความอย่างเคร่งครัด ด้วยการยึดหลักกฎหมาย แต่มันจะใช่เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็ยังมีความเห็นแย้งกันอยู่ระหว่างผู้ร่างเอง
 แต่ในความหมายของมาตรานี้ เจตนาขณะที่ถกเถียงกันเมื่อครั้งยกร่างก็คือ ไม่ต้องการให้ ส.ส.หรือ ส.ว.เข้าไปถือหุ้นในลักษณะผูกขาดตัดตอน "ทำให้รัฐบาลเสียประโยชน์" โดยยกเอากรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไปซื้อหุ้นไอทีวี แล้วนำมาปรับผังรายการ และลดผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่รัฐ ตรงนี้จะอธิบายคำว่า "ไม่รับหรือแทรกแซงหรือก้าวก่ายการเข้ารับสัมปทานจากรัฐ" ในมาตรา 265 (2)

ดังนั้น การวินิจฉัยของ กกต.จึงไม่ใช่การวินิจฉัยโดยมองเข้าไปในจุดประสงค์นี้

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงเป็นการวินิจฉัยที่เปิดทางให้ ส.ว.16 คนสามารถยกขึ้นมาต่อสู้ในชั้นศาลรัฐธรรมนูญว่า "ไม่รับหรือแทรกแซงหรือก้าวก่ายการเข้ารับสัมปทานจากรัฐ"

แต่สำหรับคณะกรรมการการเลือกตั้ง นั้น จะมีปัญหานำสืบ "ข้อเท็จจริง" ในศาลรัฐธรรมนูญ ที่ว่า "ไม่รับหรือแทรกแซงหรือก้าวก่ายการเข้ารับสัมปทานจากรัฐ" ของ ส.ว.ที่ กกต.วินิจฉัยไป "อย่างไร" และ "เพียงใด"

กกต.จะต้องโดนสมาชิกวุฒิสภา 16 คน พยายามหักล้างคำวินิจฉัยว่า ที่ กกต.กล่าวหาว่าเป็นการผูกขาด "ตัดตอนตรงไหน-ก้าวก่ายตรงไหน"

เรื่องนี้มีปัญหา เพราะการตีความโดยเคร่งครัดของ กกต. โดยไม่คำนึงถึงหลักกฎหมายมหาชน

นายเดโช สวนานนท์ วินิจฉัยว่า รัฐธรรมนูญห้าม ส.ว.-ส.ว.ถือหุ้นสัมปทาน ก็เป็นการตัดสินด้วยหลักกฎหมายล้วนๆ แต่ถามว่ามันเป็นธรรมตามหลักกฎหมายมหาชนหรือไม่

หลักกฎหมายมหาชนที่ต้องคำนึงถึง "สิทธิและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ" ของบุคคล

การอิงอยู่แต่หลักกฎหมายเพียงอย่างเดียวไม่ใช่การตอบคำถามทั้งหมด เพราะประเทศจะปกครองโดยหลักนิติศาสตร์เพียงอย่างเดียวไม่ได้

Tags : กกต.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5

ควรให้นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย เข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการประเทศไทย ให้มากๆ เพราะปัจจุบันนี้ ประเทศไทยอยู่ในกำมือนักการเมืองซึ่งเป็นนักกฎหมาย เป็นส่วนมาก สังเกตได้ง่ายๆ ในปัจจุบันนี้ พื้นที่ข่าวจะถูกครอบคลุมด้วยเรื่องข่าวการเมืองและเศรษฐกิจเยอะมาก ควรให้นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ
ได้ต่อยอดความรู้ เพื่อประเทศไทยจะได้ไม่ต้อง
เดินตามหลังชาติตะวันตก.......

ความคิดเห็นที่ 4

คุณอย่าได้ไปสงสัยให้เขาด่าว่าท่านโง่เลยครับ เงิน 3 ล้านจับได้ที่เพ็ชรบูรณ์ พรรค ปชป.เอาไปซื้อเสียงจับได้คาหนังคาเขา แจกตั๋วหนังที่อุบลก็มีทั้งภาพก็ให้แค่ใบเหลือง แต่อีกพรรค คือพลังประชาชน แจกได้แจกดีจนโดนหยุบพรรค แค่เรื่องหุ้นบริษัทเดียวกันนะหรือมันเรื่องขี้ผง พวกเสื้อแดงปาใข่ใส่หัวนายสุเทพ โดนจับบอกว่าใข่เป็นอาวุธ ไม่ถึง 3 วันฟ้องเสร็จสรรพ ติดคุกดีนะรอลงอาญา เสื้อเหลืองชูรูปเบื้องสูง ยิงคนกลางถนนวิภาวดีฯ ป่านนี้ยังไม่จับเล้ย...คุณทักษิณเซ็นชื่อให้ภริยาซื้อที่ดินภริยาไWม่ผิดทักษิณจำคุก 2 ปี ชนะกัน 5 ต่อ 4 เสียง กับอาจารณ์เอาไม่กอร์ปตีเมียตายคามือรอลงอาญา นายสมัคร คนเป็นนายกของชาวตายแลนด์ ทำอาหารออกทีวี ท่านผู้มีอำนาจต้ดสินแบบเปิดพจนานุกรมตัดสินตกเก้าอี้นายก ต่างประเทศเขาหัวเราะฟันหลุดเหมือนที่เคยอ่านในเรื่องกฏหมายแปลกๆ กับอีกคนไปสอนหนังสือมีค่าสอน ออกรายการวิทยุมีค่าช.ม.ทำรายการแต่ไม่ผิดเพราะเป็นตุลาการ บนโลกใบนี้ได้ได้ไปสงสัยอะไรเลยครับ ก็เหมือน งูเขมรมีหัวเป็นคน จรเข้มีหัวเป็นคน ยุคนี้ต้องทำใจครับ

ความคิดเห็นที่ 3

ก็เป็นธรรมดีแล้วนี่ครับ เหมือนคุณสมัคร ที่โดนตัดสิทธิ เพราะการเป็นลูกจ้างบริษัทเอกชนฯ การอ้างเรื่องการส่งเสริมคนดี คงต้องถามว่า ท่านใช้ไม้บรรทัดของใครเป็นคนวัด ใครเป็นคนตอบได้ว่า คนไหนเป็นคนดี หรือ ไม่ดี ในเมื่อ พอเป็นรัฐมนตรี เป็นผู้มีอำนาจ ลากไส้ออกมาทีไร เห็นความเน่าฟอนเฟะ ต่างจากคำลวงทุกทีไป แล้วจะเชื่อใครล่ะครับ อย่าตีความกฎหมายแบบศรีธนชัย แล้วอ้างข้าง ๆ คู ไปว่า นี่เป็นนิติธรรม ต้องส่งเสริมคนดี เพราะอาจต้องไปพึ่งพจนานุกรม ในการตีความกฎหมาย เพื่อให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เหมือนที่ผู้เขียนมีอคติกำหนดในใจแล้วว่าคนไหนเป็นคนดี ถ้าให้เป็นธรรม ก็ต้องยึดบรรทัดฐานเดียวกันครับ อย่าสองมาตราฐาน

ความคิดเห็นที่ 2

ผมคิดว่าบ้านนี้เมืองนี้ต้องยึดหลักนิติศาสตร์อย่างเคร่งครัดแล้ว โดยเฉพาะนักการเมืองอย่างไทย ๆ ไม่ยังงั้นก็เกิดวิกฤติขึ้นบ่อย ๆ ที่บ้านเมืองเป็นอย่างนี้เพราะนักการเมืองมันมีอภิสิทธิ์(ไม่ใช่นายก) ฝ่าฝืนกฎหมายรัฐธรรมนูญก็บอกว่าทำโดยสุจริต ไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่เจตนา หากทำผิดบทบัญญัติมันก็ผิดทั้งนั้น แม่ขะโมยนมในห้างฯเพื่อให้ลูกกินเพราะจนโดยสุจริต ยังถูกข้อหาลักทรัพย์ติดคุกเลย แล้วระดับนักการเมืองยิ่งต้องเข้มข้น ควรมีโทษสถานเดียวคือห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมืองตลอดชีวิต หากฝ่าฝืนควรมีโทษทางอาญาถึงจำคุกด้วย ไม่ยังงั้นบ้านเมืองเกิดวิกฤติเพราะนักการเมืองมันทำขึ้นมาตลอด แล้วโทษคนอื่น โทษกฎหมาย แต่ไม่โทษตัวเอง ดูเองก็แล้วกันว่านักการเมืองมันชั่วขนาดไหน เจตนาเข้ามาก็เพื่อคอรัปชั่นโกงบ้านกินเมืองทั้งนั้น ดูแต่ละตัวพอเข้ามาการเมือง อ้วนท้วนร่ำรวยเป็นร้อยเป็นหมื่นล้าน มันทำยังไงถึงร่ำรวยขนาดนี้ หากไม่ปล้นชาติปล้นแผ่นดินมา จึงไม่ควรใช้หลักรัฐศาสตร์กับนักการเมืองตัวไหนทั้งสิ้น ดูพฤติกรรมในสภาก็รู้ว่ามันเลว ชั่วขนาดไหน

ความคิดเห็นที่ 1

...บ้านมีกฎบ้าน เมืองมีกฎหมาย...

......สังคมใดประเทศใดขาดซึ่ง"นิติธรรมและหรือนิติรัฐ"ในการควบคุมกำกับดูแลบริหารปกครอง สังคมนั้นประเทศนั้นย่อมเดือดร้อนวุ่นวายไร้ความสงบสุขและต้องล่มสลายอย่างแน่นอน......

......และหากสังคมนั้นประเทศนั้นยังบังอาจใช้"นิติพรรคและหรือนิติ * "ในการควบคุมกำกับดูแลบริหารปกครอง สังคมนั้นประเทศนั้นไม่แต่เพียงล่มสลายแต่ยังเป็นอันตรายต่อมวลมนุษยชาติทั้งโลกอีกด้วย......

...ไม่มีใครที่ไม่เคยทำผิด ขอเพียงยอมรับผิด และหากเป็นความผิดลหุโทษหรือความผิดอันเกิดจากการกระทำโดยประมาท ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ให้อภัยและพอยอมรับได้...

...เมื่อประชาชนคนไทยธรรมดาสามัญทำผิดกฎหมาย ก็ชอบและถูกต้องแล้วที่ผู้ที่มีอำนาจมีหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลบริหารปกครองบ้านเมืองต้องดำเนินการจัดการ แต่ต้องกระทำโดยชอบตามที่กฎหมายบัญญัติ...

......แต่ถ้าหากผู้ที่มีอำนาจมีหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลบริหารปกครองบ้านเมืองบังอาจทำผิดกฎหมายเสียเอง และเป็นความผิดที่ไม่ใช่ความผิดลหุโทษหรือความผิดที่กระทำโดยประมาท จะให้ประชาชนคนไทยธรรมดาสามัญทำอย่างไร และให้ใครเป็นผู้ดำเนินการจัดการโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ไม่บังเกิดความล่าช้า จนถั่วสุกงาไหม้หมดประเทศไทย......

...ที่ผ่านมาก็อาจจะผ่านไป เรื่องในอดีตอาจไม่ขอพูดถึง ผมขอเริ่มต้นนิติรัฐ ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2550 เพราะเป็นวันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550 เพราะรัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศไทย...

......อะไรบ้างที่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิวุฒิสภา บังอาจทำผิดบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ......

...เรื่องที่ 1.รัฐธรรมนูญ 2550
......1.1มาตรา 279 ให้จัดทำประมวลจริยธรรมของ ส.ส. และ ส.ว.
......1.2มาตรา 304 ให้จัดทำประมวลจริยธรรมของ ส.ส. และ ส.ว. ให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 25 สิงหาคม 2551
......1.3หนังสือด่วนมาก ที่ สผ 0014/ร4 ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2551 ลงนามโดยนายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ระเบียบวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ระเบียบวาระที่ 5.2.1ร่างข้อบังคับประมวลจริยธรรมของ ส.ว. ระเบียบวาระที่ 5.3.1ร่างข้อบังคับประมวลจริยธรรมของ ส.ส. นั่นแสดงให้เห็นว่า จนถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2551 ส.ส.และ ส.ว.ยังจัดทำประมวลจริยธรรมไม่แล้วเสร็จในระยะเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด เป็นการทำผิดรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่
......1.4มาตรา 134 ส.ส. และ ส.ว. มีหน้าที่ต้องตราข้อบังคับเกี่ยวกับประมวลจริยธรรมของ ส.ส. และ ส.ว.
......1.5ประมวลจริยธรรมมีความสำคัญอย่างไร
......1.6มาตรา 279 วรรค 3 หาก ส.ส. และ ส.ว.ฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมร้ายแรง สามารถยื่นถอดถอนออกจากตำแหน่งตามมาตรา 270 ได้
......1.7เมื่อไม่ยอมจัดทำประมวลจริยธรรม ผู้ที่ได้ประโยชน์คือ ส.ส. และ ส.ว.ใช่หรือไม่ เป็นหน้าที่ที่ ส.ส. และ ส.ว.ต้องจัดทำ เมื่อไม่จัดทำเท่ากับทำผิดกฎหมายอาญามาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของตนเองใช่หรือไม่
......1.8ส.ส. และ ส.ว.ที่ดำรงตำแหน่งต่อเนื่องจากวันที่ 23 สิงหาคม 2551 จนถึง วันที่ 25 สิงหาคม 2551 ได้บังอาจทำผิดกฎหมายใช่หรือไม่

...เรื่องที่ 2.การแถลงนโยบายของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2551 เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จนบัดนี้ ก็ยังไม่มีคำพิพากษาตัดสินวินิจฉัยจากองค์กรใด ความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรม คือ การปฏิเสธการให้ความยุติธรรม และนำไปสู่ความเดือดร้อนวุ่นวายไร้ความสงบสุขในบ้านในเมือง ตัวอย่างก็มีให้เห็นมากมาย

...เรื่องที่ 3รัฐธรรมนูญ 2550
......3.1มาตรา 190 วรรค 5 ให้คณะรัฐมนตรีจัดทำกฎหมายว่าด้วยการกำหนดขั้นตอนและวิธีการจัดทำทำหนังสือสัญญา
......3.2รัฐบาล"สมัคร สุนทรเวช" เป็นรัฐบาลชุดแรกที่มาจากการเลือกตั้งของรัฐธรรมนูญ 2550 ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วเสร็จตามมาตรา 176 เมื่อเวลา 00.53 ของวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2551
......3.3มาตรา 303 วงเล็บ(3)ให้จัดทำกฎหมายตามมาตรา 190 วรรค 5 ให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2552
......3.4ถามว่าคณะรัฐมนตรีในปัจจุบันนี้ได้ดำเนินการจัดทำกฎหมายดังกล่าวแล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้หรือยัง
......3.5ถามว่าคณะรัฐมนตรีได้บังอาจทำผิดกฎหมายอาญามาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ประชาชนคนไทยธรรมดาสามัญโดยรวมไม่มีโอกาสได้รับรู้รายละเอียดต่างๆที่สมควรได้รับตามที่กฎหมายบัญญัติใช่หรือไม่

...คนดีคือคนที่ไม่ทำผิดศีลธรรมตามหลักศาสนาที่ตนเองนับถือ(ยึดหลักนิติธรรม)และต้องไม่ทำผิดกฎหมายที่มีบัญญัติไว้ ณ เวลานั้น(นิติรัฐ) เว้นแต่ความผิดลหุโทษและหรือความผิดอันกระทำโดยประมาท ช่วยกันสนับสนุนคนดี ให้คนดีได้มีโอกาสควบคุมกำกับดูแลบริหารปกครองบ้านเมือง และกำจัดคนไม่ดีไม่ให้เข้ามามีอำนาจหน้าที่ ตลอดจนช่วยกันตรวจสอบความดีและความไม่ดีอยู่อย่างสม่ำเสมอด้วย เพื่อประเทศไทยและคนไทยรุ่นหลังต่อไป...

ด้วยความเคารพในคนไทยทุกคนทุกท่าน
policemajor@hotmail.com

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

ad 2

advertisement