กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : ทัศนะวิจารณ์

วันที่ 29 กรกฎาคม 2553 00:31
นงค์นาถ ห่านวิไล
นงค์นาถ ห่านวิไล

เรื่องของ 3G โปรดฟังอีกครั้ง!!

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

หลายๆ คนได้ยินได้ฟัง พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช.

ในฐานะประธาน คณะกรรมการ 3G พูดเรื่อง 3.9G บ่อยครั้งมากๆ เรียกได้ว่าแย่งพื้นที่ข่าวการเมือง ได้ค่อนข้างมากเลยทีเดียว

แต่เมื่อรัฐบาล ทั้ง รมว.คลัง และ รมว.ไอซีที กระทั่ง นายกฯ อภิสิทธิ์ เองก็ออกมาพูดเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน โดยหยิบประเด็นใหม่ขึ้นชูโรง นั่นคือการแปรสัญญาสัมปทานระบบ 2G ที่พยายามเชื่อมโยงกับการออกใบอนุญาต 3.9G ซึ่งมีความพยายามทำมาหลายยุคหลายสมัยรวมเวลาของความพยายามเรื่องนี้ มากกว่า 10 ปี ทำให้การทำความเข้าใจเรื่องของระบบนี้ ยากขึ้นไปอีก เท่านั้นยังไม่พอ มีคำถามตามมามากมายเหลือเกิน โดยเฉพาะข้อสงสัย ทำไมไม่แก้ไขสัญญาสัมปทานก่อนหน้านี้ ทำไมต้องมาทำตอนนี้ แล้วจะทำให้ใบอนุญาต ระบบ 3G จะยิ่งช้าออกไปอีก หรือไม่ เพราะทุกวันนี้ เมืองไทยก็ถือว่าช้าที่สุดในย่านนี้แล้ว  

พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ พยายามอธิบายเรื่องนี้ แบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น โดยบอกว่า อยากให้มองความปรารถนาดีของรัฐบาล ที่ต้องการทำให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่ใช้ระบบการสื่อสารแบบ 2G ในจังหวะที่จะมี 3.9G พอดี จึงเป็นที่มาของคณะกรรมการร่วมสองกระทรวงคือไอซีทีและคลัง ให้เวลา 1 เดือนในการทำงาน ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะ 3 ค่าย AIS DTAC และ TRUE MOVE สัญญาสัมปทานไม่เหมือนกัน

ต่างกันทั้งระยะเวลา การแบ่งผลประโยชน์ และความถี่ เป็นปัจจัยซึ่งนำมาสู่การแข่งขันไม่เป็นธรรม และส่งผลมาถึงผู้บริโภค 

อย่างไรก็ตาม ในการประมูลใบอนุญาต 3G นั้น กทช.ได้ออกกฎใหม่ ให้ทุกค่ายใช้อุปกรณ์พื้นฐานร่วมกัน หรือ Infrastructure Sharing ทั้งเสาสัญญาณและตู้คอนเทนเนอร์ จะไม่มีการลงทุนเพิ่มสูงเกินไปจนเป็นภาระ แล้วไปชาร์จกับผู้บริโภค  กทช. พยายามทำให้ต้นทุนรวมต่ำลงแม้จะไม่มีการแปลงสัญญาสัมปทาน

 ขณะที่ เรื่องของ 2G เป็นหน้าที่รัฐบาล ต้องดำเนินการต่อไป ส่วนในเรื่อง 3G ก็เดินหน้าตามปกติ และเพิ่งประกาศหลักเกณฑ์ในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว เพื่อเข้าสู่กระบวนการประมูลในเดือนกันยายนนี้

ทั้งนี้ ระบบ 3.9G เป็นการอัพเกรดจาก 3G บนคลื่นความถี่เดิม คือ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เนื่องจากมองว่าระบบโทรศัพท์ 3G ค่อนข้างล้าสมัยไปแล้วในปัจจุบัน ประกอบกับประเทศไทย มีศักยภาพของระบบโทรคมนาคมเพียงพอ ที่จะเปิดให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์ระบบ 3.9G ได้ มีความเร็วสูงขึ้นอีก 20 เท่า ที่อัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูล 42 เมกะบิต
 อย่างไรก็ตาม ล่าสุด รัฐบาลให้การสนับสนุนโครงการ 3.9G เดินหน้าต่อไป เพราะเป็นสาธารณูปโภคจำเป็นพื้นฐานของประชาชน เป็นสิ่งจำเป็นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมสื่อสารของประเทศไทยในช่วง 5-10 นับจากนี้

ขณะเดียวกัน รัฐบาล เอง ไม่มีนโยบายหารายได้จากกิจการนี้ เพราะการโทรคมนาคมสื่อสารเป็นเรื่องพื้นฐานที่ประชาชนต้องมี สิ่งที่ต้องจ่ายสำหรับใบอนุญาต 3G คือค่ากำกับดูแล 2% และจ่ายเข้ากองทุนโครงการโทรคมนาคมในพื้นที่ห่างไกลอีก 4% แค่นั้น

สุดท้าย ไม่ว่าการพูดจา ระหว่าง กทช. กับฝ่ายรัฐบาล ตกลงกันไว้อย่างไร  แต่ถ้าในเดือนกันยายนนี้  กทช. ไม่สามารถเปิดประมูลใบอนุญาต 3.9G ได้ คงต้องเลิกพูดเรื่องนี้  เพราะประเทศอื่นๆ ก้าวไปไกลไประบบ 4G กันแล้ว!! 

 

Tags : กทช. 3 เ

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement