กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง : ทัศนะวิจารณ์

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2555 01:00
นฤมล   คนึงสุขเกษม
นฤมล คนึงสุขเกษม

ดีทรอยต์แห่งเอเชีย

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ฉายา "ดีทรอยต์แห่งเอเชีย" ที่ไทยพยายามปลุกปั้นมานาน ดูท่าว่าจะเพลี่ยงพล้ำคู่แข่งสำคัญอย่างอินโดนีเซีย

 ชนิดที่ยากจะแก้คืน สืบเนื่องจากปัญหาต่างๆ ที่บ่อนทำลายความมั่นใจของค่ายรถต่างชาติ ขณะที่อินโดนีเซียมี "ว่าที่ลูกค้า" จำนวนมหาศาล เป็นปัจจัยดึงดูดสำคัญ

 รายงานข่าวช่วงเร็วๆ นี้ ชี้ให้เห็นว่า ค่ายรถชั้นนำระดับโลกต่างเร่งขยายตัวเข้าไปในอินโดนีเซีย ทั้ง โตโยต้า เจนเนอรัล มอเตอร์ส ฟอร์ด ทาทา และอีกหลายบริษัท

 ค่ายรถเหล่านั้นมีแผนสร้างโรงงานใหม่ ผลิตรถรุ่นใหม่ หรือไม่ก็หาดีลเลอร์ใหม่ๆ โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะเจาะเข้าไปในกลุ่มชนชั้นกลางของอินโดนีเซีย ซึ่งกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

 ตัวอย่างเช่น โตโยต้า ประกาศลงทุนเพิ่มเติม เพื่อยกระดับความสามารถในการผลิตเป็น 230,000 คันภายในปี 2557
 ส่วน จีเอ็ม ลงทุน 150 ล้านดอลลาร์ เพื่อรื้อฟื้นโรงงานผลิตรถแวนขนาด 7 ที่นั่ง หลังผละจากอินโดนีเซียไปเมื่อ 7 ปีก่อน โดยวางแผนให้โรงงานแห่งนี้ผลิตรถ 40,000 คันต่อปี ทั้งสำหรับจำหน่ายในประเทศและส่งออก

 ด้วยยอดขายรถยนต์โดยรวมที่คาดว่าจะเกือบถึง 1 ล้านคันในปีหน้า ทำให้อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

 ขณะเดียวกัน อัตราการครอบครองรถยนต์ในระดับต่ำ หมายความว่าอินโดนีเซียมีสิทธิเป็นหนึ่งในตลาดโตเร็วที่สุดในโลกที่ยังหลงเหลืออยู่

 อินโดนีเซียมีประชากรประมาณ 240,000 ล้านคน มากที่สุดอันดับ 4 ของโลก รองจาก จีน อินเดีย และสหรัฐ แต่ประชากรหนุ่มสาว ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ในประเทศ มีสัดส่วนการเป็นเจ้าของรถยนต์ไม่ถึง 1 ใน 20

 อย่างไรก็ตาม แนวโน้มเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างมั่นคงจะทำให้ชาวอินโดนีเซียมีกำลังซื้อมากขึ้น และยอดขายรถอาจแตะระดับ 3 ล้านคันต่อปีได้ภายในทศวรรษหน้า

 การที่เศรษฐกิจอินโดนีเซียขับเคลื่อนโดยความต้องการในประเทศ มากกว่าการส่งออกไปยังซีกโลกตะวันตก ทำให้มีแนวโน้มว่าทั้งเศรษฐกิจและยอดขายรถยนต์ในอินโดนีเซียจะเติบโตอย่างรวดเร็วในปีนี้

 ขณะที่ยอดขายรถยนต์ในไทยขยับขึ้นเพียง 2% ในปีที่ผ่านมา ยอดขายรถยนต์ในอินโดนีเซียพุ่งขึ้น 17% เฉียด 900,000 คัน เหนือกว่าตลาดใหญ่อย่าง จีน อินเดีย และสหรัฐ ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นไม่ถึง 10%

 ความสำเร็จของอุตสาหกรรมรถยนต์ในไทย ทำให้อินโดนีเซียหวังเจริญรอยตาม ด้วยการใช้นโยบายเกื้อหนุนจากรัฐบาล และการก่อสร้างสาธารณูปโภคเพื่อดึงดูดการลงทุน

 อย่างไรก็ตาม มีเสียงเตือนจากผู้บริหารในอุตสาหกรรมรถยนต์อินโดนีเซียว่า รัฐบาลจำเป็นต้องปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่ล้าสมัย และขจัดอุปสรรคด้านกฎระเบียบ หากต้องการเดินหน้าต่อไปอย่างรวดเร็ว

 นักวิเคราะห์หลายรายเห็นตรงกันว่า หากค่ายรถยนต์ต่างชาติเพิ่มความสามารถในการผลิตตามแผนที่วางไว้ภายใน 3 ปี ยอดขายรถยนต์ในอินโดนีเซียอาจเพิ่มเป็น 1.5 ล้านคันต่อปี

 ตัวเลขดังกล่าวจะทำให้อินโดนีเซียกลายเป็นฮับรถยนต์ขนาดใหญ่อันดับ 5 ของเอเชีย รองจาก จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย

 หากสภาพแวดล้อมการลงทุนในไทยยังไม่ปรับตัวดีขึ้น ความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลกคงมีแต่จะถดถอยลงเรื่อยๆ จำเป็นอย่างที่ภาครัฐและเอกชนต้องหาทางแก้ไขโดยเร็ว

Tags : ดีทรอยต์แห่งเอเชีย

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement