ลมหนาวที่โชยมาทำให้หลายคนตื่นเต้นดีใจกับโอกาสที่จะได้สวมเสื้อกันหนาวสวยๆ บางคนก็วางแผนออกต่างจังหวัด เพื่อไปสัมผัสกับความหนาวเย็นยิ่งกว่า
คนจำนวนไม่น้อยมัวเพลิดเพลินกับอากาศที่เย็นสบาย จนลืมใส่ใจกับโรคภัยที่มาตามฤดูกาล ทั้งที่ในปีนี้ มีโรคอุบัติใหม่ให้ต้องระวังเพิ่มขึ้น นั่นคือ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ 2009 ในประเทศไทย เพิ่มเป็น 184 รายแล้ว นับตั้งแต่เกิดการระบาดเมื่อเดือนเมษายน โดย 2 รายล่าสุด เพิ่งเสียชีวิตเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา แม้สำนักระบาดวิทยาชี้ว่า ยังไม่พบการระบาดรอบสอง แต่ก็ประมาทไม่ได้ เพราะคนไทย 57 ล้านคน ยังไม่มีภูมิต้านทานโรคนี้ ทุกจังหวัดต้องเข้มข้นทุกมาตรการ ทั้งการป้องกัน และการรักษา ในช่วงฤดูหนาว
ความตื่นตัวของคนไทยต่อโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ดูเหมือนจะเป็นเพียงเรื่องประเดี๋ยวประด๋าว สังเกตได้จากการสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ ช่วงที่มีการระบาดหนักๆ จะเห็นคนสวมหน้ากากอนามัยจำนวนมาก โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ แต่มาถึงตอนนี้แทบไม่มีให้เห็นกันแล้ว ขณะที่การรณรงค์จากภาครัฐและเอกชนก็แผ่วลง
ในทางตรงกันข้าม ประเทศต้นตอการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 อย่าง เม็กซิโก ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 เป็นสีเหลืองแล้ว พร้อมวางมาตรการมากมาย เพื่อป้องกันประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
รัฐบาลเม็กซิโกเรียกร้องให้ประชาชน ร่วมกันสร้างวัฒนธรรมเพื่อสุขภาพ เพื่อความปลอดภัยของส่วนรวม โดยเฉพาะในสถานที่ซึ่งมีผู้คนรวมตัวกันอย่างหนาแน่น และสถานที่สาธารณะต่างๆ อาทิเช่น สถานีรถไฟใต้ดิน และโรงเรียน ด้วยการทำความสะอาดอย่างพิถีพิถัน รวมทั้งแจกจ่ายเจลฆ่าเชื้อโรค และใบปลิวเผยแพร่ความรู้ให้กับผู้ใช้บริการรถไฟใต้ดิน รวมทั้งเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ให้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงสุดสัปดาห์
ทางด้าน เกาหลีใต้ เพิ่มระดับการเตือนภัยเป็นระดับสูงสุด หลังจากโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 แพร่ระ
บาดอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่ก็เตือนว่าประชาชนไม่ควรตื่นตระหนกเกินไป เพราะอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยยังอยู่ในระดับต่ำ
รัฐบาลเกาหลีใต้วางแผนฉีดวัคซีนให้เด็กนักเรียนทั่วประเทศให้ครบภายในสิ้นปีนี้ รวมทั้งจะให้ ยาต้านเชื้อไวรัส แก่ประประชาชน 11 ล้านคน หรือเท่ากับ 20% ของประชากรทั้งหมด โดยตั้งเป้าจ่ายยาให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน
ประเทศอื่นๆ ก็เริ่มฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 ให้ประชาชนบ้างแล้ว อาทิเช่น สหรัฐ ญี่ปุ่น แคนาดา และตุรกี แต่ของไทยยังต้องรอไปก่อน ดังนั้น ในระหว่างนี้เราก็ต้องสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้ตัวเอง ด้วยการรักษาร่างกายให้อบอุ่น ออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์ กินผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง อาทิเช่น ฝรั่ง มะขามป้อม มะเขือเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรค พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีคนอยู่อย่างหนาแน่น หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่เมื่อสัมผัสสิ่งของที่มีคนใช้ร่วมกันมากๆ และใส่หน้ากากอนามัยเมื่อเป็นหวัด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค
การดูแลตัวเองเบื้องต้นเหล่านี้ ควรทำให้เคยชิน เพื่อสุขภาพของเราและคนรอบข้าง
