กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง : ทัศนะวิจารณ์

วันที่ 13 ตุลาคม 2553 01:00
ขจรปรีย์ ภู่งาม
ขจรปรีย์ ภู่งาม

เลือกตั้งกลางเทอม : ฤๅช้างจะเบียดลา

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

“ขอให้คุณออกไปเลือกตั้งเสมือนว่าชีวิตของคุณขึ้นอยู่กับการเลือกตั้งครั้งนี้” คือ คำกล่าวของนายเอ็ด เรนเดล ผู้ว่าการรัฐเพนซิลเวเนีย

ต่อการเลือกตั้งกลางเทอมทั่วไปที่กำลังจะมาถึงในอีก 3 อาทิตย์ข้างหน้า ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งการแข่งขันระหว่างพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันที่สำคัญไม่แพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา อาจจะแตกต่างกันก็ตรงที่ครั้งนี้ไม่มีผู้สมัครที่ชื่อ บารัก โอบามา
 

โดยการเลือกตั้งดังกล่าวนี้เกิดขึ้นกลางวาระของประธานาธิบดี หรือ 2 ปีภายหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีนั่นเอง และเป็นการเลือกตั้งส.ส.ทั้งหมดเป็นจำนวน 435 ที่นั่ง และ ส.ว. 37 ที่นั่งจากทั้งหมด 100 ที่นั่งในสภาคองเกรส รวมถึงผู้ว่าการมลรัฐบางส่วนและตำแหน่งสำคัญอื่นๆ ในระดับมลรัฐด้วยที่จะส่งผลต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาลโอบามาในอนาคต
 

ประธานาธิบดีโอบามา กล่าวว่า การเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 2 พฤศจิกายน จะมีความหมายต่อการเปลี่ยนแปลงที่คนอเมริกันต้องการที่ลำพังแต่ชัยชนะของเขาที่ผ่านมาไม่สามารถจะสร้างให้เกิดขึ้นมาได้
 

สถานการณ์ในปัจจุบันก็คือพรรคเดโมแครตถือเสียงข้างมาก (แต่สูญเสียสถานะ super-majority ของ ส.ว.ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา หรือ 60 ที่นั่ง ส.ว.ที่เคยอำนวยความสะดวกแก่ฝ่ายเดโมแครตในการผ่านร่างกฎหมาย) ในสภาคองเกรส และความพยายามในการรักษาที่นั่งในสภาของเดโมแครตกำลังถูกท้าทายอย่างหนักโดยความจริงอีกด้านหนึ่งที่ว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและภาพรวมของการบริหารประเทศของรัฐบาลที่ผ่านมากว่า 1 ปี ยังไม่เข้าตาคนอเมริกัน โดยเฉพาะกลุ่มคนชั้นกลางที่เทใจให้นายโอบามาไปในปลายปี 2008 การเปลี่ยนแปลงที่พอจะเป็นรูปธรรมจริงๆ ก็เห็นจะมีแต่กฎหมายปฏิรูประบบดูแลสุขภาพที่ผ่านคองเกรสมาได้แบบหืดขึ้นคอ ส่วนความพยายามในการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ทำได้แต่เพียงช่วยกอบกู้ภาวะเศรษฐกิจให้พ้นขีดอันตรายเท่านั้น แต่ปัญหาการว่างงานก็ยังมีอยู่ แม้ตัวเลขล่าสุดของอัตราว่างงานจะไต่ระดับอยู่ที่ 9.6 เปอร์เซ็นต์ ที่เป็นการสะท้อนทิศทางที่ฟื้นตัวขึ้นของภาคเอกชน แต่ความรู้สึกโดยรวมของคนอเมริกันต่อเรื่องเศรษฐกิจก็ยังติดลบอยู่ และจะมีผลต่อการตัดสินใจของพวกเขาในการออกไปลงคะแนนเสียงในเดือนหน้า
 

ที่ผ่านมา การคาดการณ์ผลการเลือกตั้งออกมาในทิศทางที่ไม่ค่อยดีนักสำหรับพรรคเดโมแครต โดยแม้สภาคองเกรสโฉมใหม่ปลายปีนี้อาจจะดูเล็กลงเพราะขนาดช้างที่ตัวใหญ่ขึ้น แต่การเมืองโฉมใหม่ในสหรัฐน่าจะยังมีความสูสีกันอยู่ดีระหว่างลา (เดโมแครต) กับ ช้าง (รีพับลิกัน) คงไม่เป็นการครองอิทธิพลชัดเจนของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่จะยิ่งทำให้การบริหารประเทศของประธานาธิบดีโอบามามีความยากลำบากมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินนโยบายปฏิรูประบบดูแลสุขภาพ หรือการใช้งบประมาณของฝ่ายเดโมแครตที่จะมีแรงเสียดทานมากขึ้น
 

ดังนั้น นอกจากผลที่จะมีต่อการทำงานของสภาคองเกรสโดยตรง การเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมีขึ้นจะมีความสำคัญต่ออนาคตของประธานาธิบดีโอบามาอีกด้วย โดยผลการเลือกตั้งกลางเทอม ปี 1994 ที่เป็นความปราชัยของพรรคเดโมแครตเคยทำให้หลายฝ่ายในตอนนั้นมองว่านายบิล คลินตัน จะเป็นประธานาธิบดีได้เพียงสมัยเดียวเท่านั้น แต่แน่นอนว่าประธานาธิบดีคลินตันได้รับการเลือกตั้งกลับเข้ามาอีกสมัยในเวลาต่อมา แต่สิ่งที่สะท้อนออกมาจากอดีตของพรรคเดโมแครตก็คือ บทเรียนในการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ที่จะสร้างและรักษาคะแนนนิยมแข่งกับฝ่ายตรงข้ามที่หลายฝ่ายมองว่าโอบามาและฝ่ายเดโมแครตในปัจจุบันกำลังจำเป็นต้องนำมาปรับใช้
 

สิ่งที่ประธานาธิบดีโอบามาและพรรคเดโมแครตทำได้ในตอนนี้ก็คือ การเร่งเรียกอารมณ์และบรรยากาศความกระตือรือร้นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เป็นฐานเสียงของเดโมแครตกลับมา ซึ่งดูเหมือนว่าประธานาธิบดีโอบามาจะยังใช้วิธีเดิมที่เคยใช้ได้ผลในปี 2008 คือยังมุ่งหาเสียงกับคนรุ่นใหม่ และโดยทั่วไปก็คือการเรียกร้องให้ผู้เลือกตั้งฝ่ายเดโมแครตออกมาลงคะแนนเสียงกันให้มากที่สุด แต่พรรคเดโมแครตก็ตระหนักดีว่าอารมณ์และบรรยากาศคึกคักอย่างที่เคยเกิดขึ้นอาจจะเป็นเรื่องท้าทายในครั้งนี้เมื่อไม่มีตัวแปรสำคัญอย่างผู้สมัครที่ชื่อบารัก โอบามา
 

นอกจากนั้นอีกตัวแปรหนึ่งที่จะสร้างความท้าทายให้ฝ่ายเดโมแครตได้ก็คือแรงส่งของฝ่ายรีพับลิกันอย่างกลุ่มอนุรักษนิยม Tea Party ที่ได้ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านประธานาธิบดีโอบามา อย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว โดยช่องว่างของความคึกคักระหว่างทั้งสองฝ่ายจะสร้างให้เกิดแรงส่งให้กับแต่ละฝ่ายแตกต่างกัน
 

คงต้องติดตามในช่วงโค้งสุดท้ายในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้าว่าการหาเสียงของพรรคเดโมแครตจะยังเข้มข้นอย่างที่ได้เคยเกิดไปเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาได้หรือไม่ เพราะนโยบายเศรษฐกิจระยะยาวในตอนนี้ที่พยายามให้ความสำคัญในการหาเสียงไม่น่าจะทำให้พรรคเดโมแครตเปลี่ยนใจคนอเมริกันที่ผิดหวังต่อคำมั่นสัญญาของเขาได้แล้ว จึงดูเหมือนว่าการเมืองในสหรัฐน่าจะเปลี่ยนแปลงไปสู่การเผชิญหน้าของ 2 พรรคการเมืองในการบริหารประเทศมากขึ้น ที่อาจจะสร้างความท้อแท้ใจต่อคนอเมริกันที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงในสหรัฐ

 

Tags : ขจรปรีย์ ภู่งาม

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement