กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง : ทัศนะวิจารณ์

วันที่ 17 สิงหาคม 2553 16:30
ขจรปรีย์ ภู่งาม
ขจรปรีย์ ภู่งาม

เมืองอิเหนาเฝ้าคอยโอบามา

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

เมื่อไรประธานาธิบดีบารัก โอบามาของสหรัฐจะได้ฤกษ์เยือนประเทศอิเหนาเสียที

หลังอ่านหัวเรื่องบทความของเพื่อนชาวอินโดนีเซียที่เขียนให้แก่หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งในจาการ์ตา ที่ตั้งคำถามว่าเมื่อไรประธานาธิบดีบารัก โอบามาของสหรัฐจะได้ฤกษ์เยือนประเทศอิเหนาเสียที ผู้เขียนก็เพิ่งคิดขึ้นมาได้ว่าจนบัดนี้แล้วอินโดนีเซียก็ยังไม่ได้มีโอกาสต้อนรับประธานาธิบดีสหรัฐผู้นี้ ทั้งๆ ที่มีการเตรียมตัวของรัฐบาลทั้งสองฝ่ายออกมาให้ประชาชนได้ตื่นเต้นดีใจกันตั้งแต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา
 

โดยหมายกำหนดการแรกที่โอบามาจะมาเยือนอินโดนีเซียคือในเดือนมีนาคม แต่ชาวเมืองอิเหนาก็ต้องฝันสลายเมื่อวอชิงตันออกมายืนยันการเลื่อนกำหนดการเยือนดังกล่าวออกไปจนถึงเดือนมิถุนายน ด้วยเหตุผลที่ว่าโอบามาจะต้องอยู่รอลุ้นการอนุมัติเรื่องปฏิรูประบบสุขภาพของคองเกรสที่เป็นวาระแห่งชาติที่สำคัญที่สุดภายหลังเข้ามารับหน้าที่บริหารประเทศ ซึ่งแม้จะผิดหวังต่อการเลื่อนกำหนดดังกล่าว แต่ฝ่ายรัฐบาลของอินโดนีเซียก็ออกมากล่าวแสดงความเข้าใจต่อหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเพื่อคนในประเทศของโอบามา
 

อย่างไรก็ตาม วิกฤติน้ำมันรั่วในอ่าวเม็กซิโกส่งผลให้สหรัฐจำเป็นต้องหักอกชาวอิเหนาอีกครั้ง ที่นอกจากได้เตรียมสร้างรูปปั้น Little Barry ไว้แล้ว ยังเตรียมสร้างภาพยนตร์เรื่อง Little Obama ไว้คอยต้อนรับประธานาธิบดีคนดังของสหรัฐด้วย โดยหมายกำหนดการใหม่ในการเยือนอินโดนีเซียของประธานาธิบดีโอบามาเลื่อนไปอยู่ที่เดือนพฤศจิกายนของปีนี้
 

แน่นอนว่ามีการวิเคราะห์กันออกมาถึงโรคเลื่อนของโอบามาในการเยือนประเทศอิเหนา ในขณะที่บางก็มองว่าเป็นการสะท้อนปัญหาภายในสหรัฐที่รุนแรง ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจที่ยังไม่ผลถึงขีดอันตราย หรือปัญหาเฉพาะหน้าที่กระทบต่อคนอเมริกันที่จะเป็นผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว.ในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยทั้งหมดนี้เป็นเรื่องความอยู่รอดทางการเมืองของตนเองและพรรคเดโมแครตที่โอบามาจะต้องให้ความสำคัญ
 

แต่ในบริบทของภูมิภาค มีการตีความเหมือนกันว่าการเลื่อนดังกล่าวที่ผ่านมามีความหมายในเชิงนโยบายและในทางความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอินโดนีเซียและอาเซียน ปัจจุบันมีการมองกันว่าอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีความสำคัญเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ในอาเซียน บทความหนึ่งในนิตยสารไทม์มองว่าอินโดนีเซียสำคัญต่อสหรัฐ 5 ประการด้วยกัน โดย 1) เป็นฆราวาสจักร (secular state) ที่มีประชากรนับถือศาสนาอิสลามขนาดใหญ่ที่สุดของโลก 2) ถือตนเป็นประเทศประชาธิปไตยใหญ่เป็นลำดับที่สามรองจากสหรัฐและอินเดีย 3) มีเศรษฐกิจขนาด 550 พันล้านดอลลาร์ ที่กำลังเติบโตขึ้นและอยู่ในกลุ่มประเทศ จี20 4) ให้การสนับสนุนอย่างแข็งขันต่อสงครามและนโยบายต่อต้านการก่อการร้ายของสหรัฐมาโดยตลอด และ 5) มีความผูกพันกับสหรัฐในการเป็นประเทศที่ประธานาธิบดีโอบามาเคยเติบโตและใช้ชีวิตในวัยเด็กอยู่ 4 ปี
 

คงจะเป็น 4 ประเด็นแรกที่ทำให้มองกันว่าอินโดนีเซียได้ขึ้นมาเป็นเพื่อนสนิทกับสหรัฐในปัจจุบันมากกว่าพันธมิตรเก่าแก่อย่างไทยเราและฟิลิปปินส์ การจับกุมผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายของตำรวจอินโดนีเซียอยู่ต่อเนื่องเป็นการสะท้อนถึงคุณสมบัติที่ดีของการเป็นเพื่อนสนิทดังกล่าว ที่สำคัญคือความเข้มแข็งของค่านิยมแบบประชาธิปไตยในประเทศที่กำลังสร้างให้อินโดนีเซียกลายเป็นแบบอย่างของประชาธิปไตยในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่พันธมิตรเก่าแก่ที่สุดในเอเชียอย่างไทยกำลังเพลี่ยงพล้ำอย่างหนักในประเด็นเดียวกัน ทั้งหมดนี้ทำให้คนอินโดนีเซียบางกลุ่มตีความว่าการเลื่อนกำหนดการเยือนของโอบามาถือเป็นการไม่ให้เกียรติประเทศของตนที่กำลังก้าวขึ้นมามีความสำคัญในเวทีโลกและในความสัมพันธ์กับสหรัฐเอง
 

จึงเป็นความหนักใจของกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอยู่ไม่น้อยที่จะต้องจัดการกับความน้อยใจดังกล่าว ในขณะเดียวกันก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงด้วยว่าสหรัฐคงจะยกย่องอินโดนีเซียออกนอกหน้าไม่ได้ แม้ความสัมพันธ์กับอินโดนีเซียจะเป็นพื้นฐานสำคัญในหลายบริบทของผลประโยชน์ของสหรัฐ ที่สำคัญคือชาวอิเหนาคงจะถือเอาความทรงจำในวัยเด็กของประธานาธิบดีโอบามา มาเป็นบรรทัดฐานทางการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างเดียวไม่ได้แน่ แม้โรงเรียนประถมของเด็กชายแบร์รี่จะสร้างกระแสนิยมต่อสหรัฐและต่อตัวประธานาธิบดีสหรัฐในหมู่ประชาชน แต่นั่นไม่ใช่ความพิเศษหนึ่งเดียวในความสัมพันธ์ของสหรัฐกับอินโดนีเซีย หรือแม้แต่เรื่องของการเป็นประเทศที่เข้มแข็งทางด้านประชาธิปไตยในปัจจุบันหรือการเป็นประเทศมุสลิมขนาดใหญ่ก็ตาม ก็ต้องยอมรับด้วยว่าเพื่อนสนิทของสหรัฐที่มีคุณสมบัติเดียวกันนี้อื่นๆ ในโลกก็ยังมี อย่างตุรกีเป็นต้น ดังนั้น นอกจากอินโดนีเซียจะต้องปรับความคาดหวังให้ตรงกับความเป็นจริงแล้ว คงต้องตั้งคำถามให้ตัวเองด้วยว่าจะสามารถเป็นมากกว่าเพื่อนสนิทชาวมุสลิมที่มีหัวใจรักในประชาธิปไตยได้หรือไม่
 

ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเยือนอินโดนีเซียของประธานาธิบดีโอบามา คือ นอกจากกำหนดการเดิมที่ยังอยู่ที่เดือนพฤศจิกายนแล้ว การตัดสินใจเข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเชียตะวันออก (East Asia Summit-EAS) ของสหรัฐเมื่อเดือนที่ผ่านมา มีโอกาสที่จะหมายถึงการเยือนเป็นครั้งที่สองของประธานาธิบดีโอบามาที่จะเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวของปี 2011 ที่อินโดนีเซียจะเป็นเจ้าภาพ ถ้าทั้งสองหมายกำหนดการคอนเฟิร์มและเกิดขึ้นจริง จะนำความดีใจมาสู่ชาวเมืองอิเหนาอยู่ไม่น้อยที่จะได้ต้อนรับประธานาธิบดีสหรัฐถึงสองครั้งภายในวาระการทำงานแรกของเขา
 

แต่ที่ไม่ต้องรอคอนเฟิร์มดูจะเป็นความยินดีของอาเซียนที่สหรัฐแสดงท่าทีชัดเจนขึ้นในการเข้ามากระชับความสัมพันธ์ในภูมิภาค โดยกรอบการประชุมผู้นำเอเชียตะวันออกถือว่าเป็นเวทีที่สำคัญของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่เป็นการรวมตัวของประเทศอาเซียนและประเทศในเอเชีย-แปซิฟิกที่สำคัญอย่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ การเพิ่มสหรัฐเข้ามาจะสร้างให้กรอบความร่วมมือดังกล่าวนี้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และถือเป็นการเข้ามาที่อาเซียนยินดีรับเนื่องจากได้มีจีนเป็นสมาชิกสำคัญอยู่ก่อนแล้ว
 

ดังนั้น สหรัฐจะพลาดโอกาสนี้ไปอีกเพื่ออะไร

 

Tags : ขจรปรีย์ ภู่งาม

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement