รัฐบาลได้เตรียมแผนบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ซึ่งขณะนี้ถือว่าเป็นรูปเป็นร่างชัดเจน ว่า แผนระยะสั้นนั้นจะดำเนินการอย่างไร
และมีแผนระยะยาวอย่างไร แม้ว่าที่ผ่านมา แผนต่างๆ ของรัฐบาลที่ประกาศออกมาไม่เว้นแต่ละวัน ยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนได้ เนื่องจากแผนเหล่านั้นเป็นที่รับรู้กันมาหลายเดือนแล้ว แต่ที่นักลงทุนและประชาชนทั่วไปอยากเห็น คือ การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมเกิดขึ้นจริง เพราะตราบใดที่ยังไม่มีรูปธรรมที่ชัดเจนออกมา ก็ยากที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและประชาชนได้
อย่างไรก็ตาม แผนการบริหารน้ำของรัฐบาล ดูเหมือนว่า จะเป็นแผนป้องกันน้ำท่วมเสียมากกว่าการบริหารจัดการน้ำที่แท้จริง ซึ่งก็น่าเห็นใจหากใครจะวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีแผนบริหารจัดการน้ำที่แท้จริง มีแต่แผนการระบายน้ำหรือพร่องน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมเป็นหลัก เนื่องจากระยะเวลาค่อนข้างสั้นและเป็นแผนระยะเร่งด่วนจริงๆ และหากประเมินจากช่วงเวลาที่เหลือก่อนจะเข้าฤดูฝนอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ก็นับว่าน่าเป็นห่วงรัฐบาลว่าจะสามารถเตรียมการได้ทันหรือไม่ นอกจากการบริหารน้ำในเขื่อนหลักเหนือลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา
ต้องยอมรับความจริงว่าความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในการป้องกันน้ำท่วมของประชาชนค่อนข้างน้อย เนื่องจากการบริหารน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมานั้นถือว่าล้มเหลวอย่างมากในสายตาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และยังมีเหตุผลมาจากความล่าช้าและไม่ชัดเจนของคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่ตั้งขึ้นมา แต่อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ ถือว่ารัฐบาลมีเวลาในการตั้งตัวบริหารจัดการน้ำ และมีงบประมาณเพียงพอในการดำเนินการป้องกัน ซึ่งหากว่ารัฐบาลสามารถป้องกันไม่ให้น้ำท่วมได้ เราก็เชื่อว่าความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลจะกลับคืนมาได้
รัฐบาลโดยคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ในขณะนี้ถือว่ามีเครื่องมือในการบริหารจัดการค่อนข้างพร้อม ทั้งในแง่กฎหมายและผู้มีความรู้มาร่วมทำงาน แต่เป้าหมายหลักของ กยน. ในปีนี้กลับพุ่งเป้าไปที่การป้องกันน้ำท่วม ส่วนเรื่องอื่นเป็นเรื่องสำคัญรองลงมา ดังนั้น แม้ว่าจะสามารถบริหารจัดการน้ำได้ แต่อาจมีผลกระทบข้างเคียงที่พึงระวัง โดยเฉพาะผลกระทบต่อประชาชนในภาคเกษตรและผลกระทบที่ยากประเมินในปีถัดไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถประเมินได้อย่างแม่นยำ เช่นเดียวกับการประเมินปริมาณน้ำ
อันที่จริง รัฐบาลดูเหมือนว่าจะรับรู้ความไม่เชื่อมั่นที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี และเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลได้โดยง่าย ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เตรียมตรวจความพร้อมในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งหมด ตั้งแต่ภาคเหนือตอนบนลงมาถึงกรุงเทพมหานคร โดยใช้เวลาเกือบสัปดาห์เต็ม และตามแผนที่กำหนดไว้จะมีการตรวจการเตรียมความพร้อมอย่างละเอียด พร้อมกับจัดสรรงบประมาณให้ทันทีหากพื้นที่ใดมีปัญหาเรื่องงบประมาณ
ในปีที่ผ่านมา รัฐบาลอาจอ้างเหตุผลที่ไม่สามารถป้องกันน้ำท่วมได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นพายุเข้ามาหลายลูก ส่งผลให้ปริมาณน้ำมากกว่าที่ประเมินไว้และปัญหาความร่วมมือในการแก้ปัญหาระหว่างหน่วยงาน แต่ในปีนี้ รัฐบาลมีความพร้อมทุกด้าน ยกเว้นการประเมินสถานการณ์พายุ ซึ่งเป็นเรื่องของธรรมชาติ ดังนั้นหากเกิดความผิดพลาดในการบริหารจัดการ รัฐบาลไม่สามารถอ้างเหตุผลในเรื่องนี้เพื่อแก้ตัวได้ หากปริมาณน้ำไม่เกินระดับปีที่แล้ว และเกิดความเสียหายเช่นเดิม รัฐบาลไม่มีโอกาสแก้ตัวรอบที่สาม

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น