กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : ทัศนะวิจารณ์

วันที่ 30 สิงหาคม 2555 01:00
อาร์ม ตั้งนิรันดร
อาร์ม ตั้งนิรันดร

เด็กเลี้ยงแกะ ?

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

จริงหรือไม่ว่าทางการจีนได้กลายเป็น “เด็กเลี้ยงแกะ” ที่ผลิตชุดความคิดโฆษณาชวนเชื่อ (Propaganda) จนไม่มีใครเชื่อถือกันแล้ว

“คดีแห่งศตวรรษ” ของจีนปิดฉากลงด้วยการตัดสินโทษประหารชีวิต (รอลงอาญา) นางกู่ไคไหล ภรรยาของนายป๋อซีไหล อดีตนักการเมืองดาวรุ่งพุ่งแรงของจีน (ซึ่งสุดท้ายกลายมาเป็นพุ่งลงเหวแทน)  ข้อหาคือนางกู่ไคไหลเป็นผู้ลงมือวางยาพิษฆาตกรรมนายนีล เฮย์วูด ชาวอังกฤษ ซึ่งสนิทสนมและทำธุรกิจร่วมกับนายป๋อซีไหลและครอบครัวมาเป็นระยะเวลายาวนาน

 

คดีนี้จบลง แต่ยังคงมีปริศนาตามมามากมาย... นางกู่ไคไหลให้การต่อศาลว่าตนวางยาพิษฆ่านายนีล เฮย์วูด เพื่อปกป้องลูกชาย ซึ่งถูกนายนีล ขู่จะทำร้าย... เรื่องราวนี้ฟังขึ้นหรือไม่ ในเมื่อคนระดับภรรยาเลขาพรรคคอมมิวนิสต์แห่งนครฉงชิ่ง น่าจะมีอิทธิพลเพียงพอที่จะไล่นายนีล เฮย์วูด ออกจากเมืองฉงชิ่ง (หรือแม้กระทั่งประเทศจีน) ได้อย่างง่ายดาย หรือไม่ก็น่าจะสามารถยัดเยียดข้อหาและจับกุมนายนีล (โดยอาศัยความคิดสร้างสรรค์ชั้นเลิศของตำรวจจีน) ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก 

 

จึงคิดไม่ตกจริงๆ ว่านางกู่ไคไหล สาวสวยรวยเสน่ห์ ซึ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง เป็นบุตรีนายพลระดับสูง และตนเองเคยเป็นทนายความชื่อดัง เป็น “สตรีจีนคนแรกที่เคยว่าความและชนะคดีแพ่งในสหรัฐอเมริกา” จะไม่มีวิธีจัดการกับนายนีลวิธีอื่น นอกเหนือไปจากการใส่สารไซยาไนด์ลงในน้ำชา แล้วกรอกเข้าปากนายนีล “เพื่อปกป้องลูกชาย”

 

สิ่งที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่านั้น เข้าขั้น “Amazing China” ก็คือ นางกู่ไคไหล อดีตทนายความชื่อดังผู้นี้ ไม่เพียงรับสารภาพความผิดอย่างไม่มีข้อโต้แย้งเท่านั้น แต่เธอยังได้กล่าวสดุดีศาลและความยุติธรรมที่ศาลมอบให้ โดยเธอกล่าวว่า “เพื่อที่จะรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย ดิฉันพร้อมที่จะยอมรับทุกคำตัดสินที่ดิฉันจะได้รับจากศาล และดิฉันเชื่อมั่นว่าดิฉันจะได้รับคำตัดสินที่เปี่ยมด้วยความยุติธรรม” นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์คดีดังของโลกที่ผู้ต้องหาลุกขึ้นยืนกล่าวสรรเสริญและชื่นชมศาล พร้อมทั้งยอมรับความผิดโดยปราศจากข้อโต้แย้งใดๆ ภายใต้กระบวนการตัดสินที่ใช้เวลาสั้นมาก ไม่มีการเบิกพยานและไม่มีการแสดงหลักฐานใดๆ มัดตัวเธอเป็นพิเศษนอกเหนือไปจากคำพูดสำนึกผิดของเธอเอง

 

คดีประวัติศาสตร์ที่เดิมได้รับการคาดหมายว่าจะเปิดโปงพฤติกรรมการทุจริตคอร์รัปชันและการลุแก่อำนาจของนายป๋อซีไหล และครอบครัว จึงจบลงด้วยข้อสรุปง่ายๆ ที่ว่านางกู่ไคไหลฆ่านายนีล เฮย์วูด เพราะนายนีลขู่จะทำร้ายลูกชายของเธอ โดยไม่มีการขยายความหรือสืบสาวถึงความขัดแย้งทางธุรกิจที่อาจเป็นชนวนให้นายนีลและเธอขัดแย้งกัน นอกจากนั้น ตลอดการพิจารณาคดีก็ไม่มีการเอ่ยถึงนายป๋อซีไหลแม้แต่น้อย หรือว่าเมียจะกลายเป็นแพะรับบาปของผัว จะยินดีตายแทนผัว ?

 

ปริศนาที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนยิ่งไปมากกว่านั้น ก็คือข่าวลือที่ว่านางกู่ไคไหลซึ่งปรากฏตัวในศาลเป็นตัวปลอม (ข่าวลือนี้สะพัดไปทั่วโลก ยกเว้นในจีนซึ่งทางการได้ทำการบล็อกข่าวนี้ในอินเทอร์เน็ตอย่างแข็งขัน จนขณะนี้ไม่สามารถค้นหาคำว่า “ตัวปลอม” ด้วยภาษาจีนในอินเทอร์เน็ตได้)  ได้มีการนำรูปของนางกู่ไคไหลในอดีตและรูปของเธอที่ปรากฏในศาลมาเปรียบเทียบกัน  ผู้เชี่ยวชาญด้านสรีรวิทยาชาวตะวันตกท่านหนึ่งกล่าวยืนยันว่า “ถึงหน้าคนเราจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ลักษณะของใบหูไม่มีทางเปลี่ยนไปได้”  ขณะที่นักวิจารณ์อีกท่านหนึ่งในฮ่องกงให้ความเห็นว่า “คนที่ปรากฏตัวในศาลดูยังไงก็โหงวเฮ้งบ้านนอกคอกนา ไม่มีราศีความเป็นบุตรีนายพลและภรรยาผู้นำเลย”

 

อย่างไรก็ตาม ข่าวลือนี้ยากที่จะพิสูจน์ความจริง เพราะสื่อมวลชนมีเพียงรูปของนางกู่ไคไหล เมื่อสองสามปีก่อน และก็ไม่มีรูปที่มีความละเอียดชัดเจนของนางกู่ไคไหลในปัจจุบันที่ปรากฏตัวในศาล  แต่ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่านางกู่ไคไหลในศาลเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม  แต่อยู่ที่ว่าเรื่องพื้นฐานเช่นนี้ยังมีคนสงสัย  อยู่ที่ว่าประชาชนทั่วไปไม่มีทางรู้ความจริงของทั้งคดีและเรื่องราวการปิดฉากชีวิตทางการเมืองของนายป๋อซีไหลได้เลย 

 

จริงหรือไม่ว่าทางการจีนได้กลายเป็น “เด็กเลี้ยงแกะ” ที่ผลิตชุดความคิดโฆษณาชวนเชื่อ (Propaganda) จนไม่มีใครเชื่อถือกันแล้ว ?

 

การเมืองจีนแม้จะไม่มีความโปร่งใส แต่จากการสำรวจของ Pew Survey ของสหรัฐ ความเชื่อมั่นของประชาชนจีนต่อรัฐบาลยังสูงถึง 86% ซึ่งสูงกว่าประเทศประชาธิปไตยทุกประเทศ !!  สาเหตุก็เพราะแท้จริงแล้ว ยุทธวิธีในการรักษาอำนาจและความเชื่อมั่นของจีนก็คือ การทำให้การเมืองจีนเป็นเรื่องลึกลับที่ไม่มีคนรู้ความจริง ไม่มีใครรู้ว่าผู้นำสูงสุดเก้าคนของพรรคคอมมิวนิสต์นั้นมีที่มาจากการฟาดฟันภายในอย่างไร ไม่มีใครรู้ว่าการตัดสินใจทางนโยบายในระดับสูงของพรรคฯ มีกระบวนการอย่างไร  ไม่มีใครรู้เรื่องราวชีวิตส่วนตัวของผู้นำพรรคฯ และครอบครัว... 

 

เมื่อไม่มีใครรู้ ก็ไม่รู้จะชี้หน้ากล่าวโทษวิพากษ์วิจารณ์อย่างไร พอมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น (ไม่ว่าจะเป็นสะพานพัง หรือรถไฟตกราง) คนที่จะได้รับเคราะห์กรรมถูกกล่าวหาและรุมประณามก็คือรัฐบาลท้องถิ่น ไม่ใช่ผู้นำสูงสุดส่วนกลาง ซึ่งสุดท้ายจะออกโรงมาเป็นฮีโร่แก้ปัญหาให้

 

แม้การเมืองจะเป็นเรื่องลึกลับ หรือได้รับการ “ปั้นน้ำ” จนพิสดารดังเช่นเรื่องราวของนางกู่ ไคไหล (ซึ่งคนจีนทั่วไปก็คงไม่เชื่อข่าวที่ออกมาทั้งหมด)  แต่ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนโยบายและปัญหาที่ประเทศชาติเผชิญนั้น ผู้นำจีนไม่มีความจำเป็นต้องโกหกเพื่อเรียกคะแนนเสียงในระยะสั้น ผู้นำจีนจึงค่อนข้างจะตรงไปตรงมาในระดับที่ยอมรับได้ เพื่อแสดงให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลกลางมองเห็นปัญหาและพยายามดำเนินการแก้ไข 

 

นายกฯ เวินเจียเป่า มักกล่าวถึงความท้าทายและปัญหาของประเทศอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นอุปสรรคในการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจจากการเน้นการส่งออกมาเป็นการบริโภคภายในประเทศ ปัญหาช่องว่างทางรายได้ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งหากไม่ได้รับการแก้ไขอาจนำไปสู่จุดสิ้นสุดของพรรคฯ จะเห็นว่าจีนรักษาอำนาจและความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลได้ด้วยการควบคุมข่าวสารอย่างรัดกุม โดยสร้างความลึกลับในทางการเมือง ขณะเดียวกันก็พยายามจะสร้างความโปร่งใสและตรงไปตรงมามากยิ่งขึ้นในการให้ข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับปัญหาและทิศทางของประเทศ 

 

คิดๆ ดูแล้ว เด็กเลี้ยงแกะในประเทศจีน จึงแตกต่างจากเด็กเลี้ยงแกะในบางประเทศที่เที่ยวปล่อย “White Lies” เพื่อหลอกเรียกคะแนนนิยมจากประชาชนในระยะสั้น โดยขาดความซื่อตรงต่อปัญหาและความท้าทายที่แท้จริงของประเทศ !!!

 

 

Tags : กู่ไคไหล จีน

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement