เราจะเข้าใจความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคมไทยได้อย่างไร เพราะความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงที่พื้นผิวเท่านั้น
หากแต่เป็นพลังที่จะกำลังเปลี่ยนรูปสังคมทั้งหมด ความที่จะกล่าวต่อไปนี้ เป็นความพยายามที่จะยกระดับเสนอภาพร่างความเปลี่ยนแปลงทั้งหมด ให้เป็นกรอบความเข้าใจสังคมไทยโดยรวม โดยจะศึกษาความเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้างสี่ส่วนด้วยกัน ได้แก่ ความเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ความเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคม เปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเมือง โครงสร้างที่เหนี่ยวรั้งความเปลี่ยนแปลง
1. ความเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ
การพัฒนาเศรษฐกิจสู่ประเทศอุตสาหกรรมที่ผ่านมาในช่วงสามสิบปี ได้ก่อให้เกิดการขยายตัวของภาคการผลิตไม่เป็นทางการ ที่ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงภาคการผลิตที่เป็นทางการ กลุ่มคนที่อยู่ในภาคการผลิตนี้มีสัดส่วนถึงร้อยละหกสิบห้าของกำลังแรงงานทั้งประเทศ
การขยายตัวของภาคการผลิตไม่เป็นทางการในเขตพื้นที่ของเมืองเกิดขึ้นเป็นทางเลือกและการสร้างสรรค์ของคนในชนบทที่ไม่สามารถจะยังชีพบนฐานการผลิตภาคเกษตรกรรมได้อีกต่อไป และต้องเข้ามาทำงานในเมือง ซึ่งส่งผลให้สังคมชาวนาสูญสลายไปจนหมดสิ้น
คนกลุ่มใหม่ในสังคมนี้มีรายได้โดยเฉลี่ยของพวกเขาสูงกว่าเส้นระดับความยากจนแบบเดิม คนกลุ่มนี้จึงทำให้เกิดการขยายตัวของการบริโภคออกไปอย่างกว้างขวาง ซึ่งมีผลทำให้เศรษฐกิจภายในขยายตัวตามไปด้วย พร้อมกันนั้น พวกเขาก็ได้สร้างความฝันร่วมกัน ที่จะเลื่อนฐานะขึ้นมาสู่ชนชั้นกลาง
แต่พวกเขาต้องพบกับความผันผวนตลอดเวลา เพราะไม่มีความแน่นอนและความมั่นคงในการประกอบอาชีพการผลิตไม่เป็นทางการ ดังนั้น พวกเขาจึงต้องการการสนับสนุนจากรัฐ รวมทั้งโอกาสในการเข้าถึงการบริการของรัฐ เพื่อที่จะช่วยให้ลดความเสี่ยงในชีวิตประจำวัน ซึ่งพวกเขาไม่เคยได้รับทั้งการสนับสนุนและโอกาสจากรัฐบาลก่อนหน้านี้เลย จนกระทั่งถึงรัฐบาลของทักษิณ ชินวัตร จึงทำให้คนกลุ่มใหม่ในสังคมไทยกลุ่มนี้ศรัทธา และสนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร
2. ความเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคม
การขยายตัวของคนกลุ่มใหม่ในสังคมไทย ซึ่งการประกอบอาชีพต้องอาศัยทักษะและเครือข่ายแบบใหม่ จึงทำให้พวกเขาได้ร่วมกันเปลี่ยนแปลงโครงสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม จากเดิมที่คนในชนบทต้องพึ่งพิงอยู่ภายใต้ระบบอุปถัมภ์ของคนในเมืองหรือคนในชนบทที่มีสายสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจในเมือง คนกลุ่มนี้ได้สร้างเครือข่ายแนวระนาบขึ้นมาระหว่างพวกเขาด้วยกัน ในขณะเดียวกัน ก็ได้เริ่มสร้างความสัมพันธ์ ที่เสมอภาคมากขึ้นกับคนในเมือง
แม้ว่าระบบอุปถัมภ์จะถูกใช้ในความสัมพันธ์ทางสังคมอยู่ แต่ก็ไม่ใช่ระบบแบบเดิม เพราะเริ่มเป็นความสัมพันธ์แลกเปลี่ยนเชิงพาณิชย์มากขึ้น ซึ่งหมายความว่า ความสำนึกในระบบอุปถัมภ์นั้นเริ่มสั้นลงและเป็นการแลกเปลี่ยนเฉพาะเรื่องมากขึ้น เมื่อแลกเปลี่ยนกันแล้วก็ไม่จำเป็นต้องรักษาความจงรักภักดีอีกต่อไป
เครือข่ายแนวระนาบที่ขยายตัวมาก และการใช้ทักษะส่วนตัวในการประกอบอาชีพ ได้ทำให้ความสำนึกในความสามารถของตนในฐานะปัจเจกชนเพิ่มมากขึ้น จนกล่าวได้ว่าพวกเขาเองสำนึกว่าการเลื่อนฐานะด้วยศักยภาพของตนเองนั้นเกิดขึ้นได้ หากได้รับโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรของรัฐอย่างเท่าเทียมกัน
พร้อมกันนั้น อำนาจในการบริโภคที่ขยับมาใกล้เคียงกันมากขึ้น ยิ่งทำให้พวกเขามองไม่เห็นความแตกต่างของคนบนฐานของศักยภาพส่วนตนอีกต่อไป
3. ความเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเมือง
ความเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเมืองพิจารณาได้ในสองระดับ ระดับแรก ได้แก่ การปรับเปลี่ยนรูปแบบรัฐในสมัยของทักษิณ ชินวัตร ระดับที่สอง ได้แก่ จังหวะของการเปลี่ยนอำนาจทางวัฒนธรรม
การปรับเปลี่ยนรูปแบบรัฐในสมัยทักษิณ ชินวัตร ได้แก่ การขยายตัวของรัฐทางด้านบริการ โดยที่ทักษิณได้ขยายบทบาทของรัฐในการแบ่งสรรทรัพยากรลงสู่คนกลุ่มใหม่นี้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปช่วยแบกรับความเสี่ยงของชีวิตทางด้านสาธารณสุข รวมทั้งการเปิดโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรของรัฐกว้างขวางมากขึ้น
แรกเริ่มความตั้งใจในการปรับเปลี่ยนบทบาทรัฐทางด้านการบริการของทักษิณเป็นเพียงความต้องการช่วงชิงคะแนนเสียงจากมวลชนคนกลุ่มใหม่จากพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น แต่เมื่อพบว่าการขยายบทบาทรัฐเช่นนี้ ทำให้ตนเองได้รับความศรัทธามากขึ้น จึงทำให้มุ่งเน้นมากขึ้นในการให้ทรัพยากรแก่คนกลุ่มนี้ ซึ่งส่งกระทบของชนชั้นนำที่เป็นผู้กุมอำนาจทางวัฒนธรรมอยู่
ผลกระทบต่ออำนาจวัฒนธรรมนั้นเห็นได้ชัดเจนมาก เพราะสังคมไทยกำลังตกอยู่ในจังหวะของการเปลี่ยนอำนาจทางวัฒนธรรม เมื่อทักษิณเริ่มได้รับความศรัทธาจากคนกลุ่มใหม่ในสังคมมากขึ้น คนกลุ่มอื่นๆ ในสังคมไทยเริ่มต้นระแวงว่าทักษิณกำลังจะรวบอำนาจเบ็ดเสร็จจากอำนาจเศรษฐกิจมาสู่อำนาจทางการเมืองและกำลังก้าวเข้าสู่อำนาจทางวัฒนธรรม ซึ่งสังคมไทยสมัยใหม่ได้ซึมซับถึงการแยกอำนาจวัฒนธรรมออกจากอำนาจการเมืองและเศรษฐกิจและยกอำนาจวัฒนธรรมไว้สูงกว่าอำนาจอื่นๆ
ความกังวลต่อการก้าวล่วงอำนาจวัฒนธรรมจึงได้ปะทุขึ้นมา การพุ่งเป้าโจมตีทักษิณในข้อหาก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์จึงแรงมากขึ้นๆ และขยายเป้าออกไปสู่กลุ่มคนที่ศรัทธาทักษิณด้วย
ประเด็นที่เหลือ ขอเอาไว้ต่อคราวหน้านะครับ
Tags : อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น