ตัวอย่างง่ายๆ เพื่อให้เห็นภาพการป้องกันความเสี่ยงกระแสเงินสด
บริษัทมีแผนแน่นอนที่จะซื้อสินทรัพย์ (สินค้าคงเหลือ เครื่องจักร ฯลฯ) จากต่างประเทศซึ่งต้องจ่ายด้วยเงินตราต่างประเทศ ถ้าวันที่บริษัทคาดว่าจะซื้อสินทรัพย์มีระยะเวลาเนิ่นนานไปในอนาคต บริษัทจะมีความเสี่ยงต่อความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
สมมติว่าวันที่บริษัทวางแผนซื้อสินทรัพย์ (ราคา $1) อัตราแลกเปลี่ยนคือ $1/30 บาท บริษัทอยากป้องกันความเสี่ยงให้กับการซื้อสินทรัพย์ (ต้องการให้ราคาสินทรัพย์ที่จะซื้อในภายหน้าใช้อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) บริษัทสามารถเข้าซื้อหรือขายอนุพันธ์ทางการเงินประเภทต่างๆ (อาจเป็นสัญญาล่วงหน้า Forwards สัญญาแลกเปลี่ยน Swaps หรือสิทธิเลือก Options) ที่จะก่อให้เกิดกำไรเมื่อเงินบาทอ่อนค่าลง
สมมติต่อไปอีกว่า เมื่อถึงวันสิ้นงวด (ก่อนซื้อสินทรัพย์) เงินบาทอ่อนค่าลงเป็น $1/32 บาท บริษัทจะได้กำไรจากอนุพันธ์ 2 บาท (ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ซื้อสินทรัพย์) บริษัทต้องแสดงกำไรจากอนุพันธ์เป็น “ผลกำไรขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง” ในส่วนของผู้ถือหุ้น
จนบริษัทซื้อสินทรัพย์เข้ามาจริง (สมมติอัตราแลกเปลี่ยนคงอยู่ที่ $1/32 บาท) บริษัทจะซื้อสินทรัพย์แพงขึ้นเป็น 32 บาท (ขาดทุน 2 บาท) แต่ได้กำไรจากการซื้อหรือขายอนุพันธ์ 2 บาท มาหักกลบ ในทางบัญชีบริษัทจะโอน “ผลกำไรขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง” จากส่วนของผู้ถือหุ้นไปลดมูลค่าสินทรัพย์ในงบดุลด้วยจำนวน 2 บาท หรือไปบันทึกเป็นกำไรที่เกิดขึ้นจริงในงบกำไรขาดทุนด้วยจำนวน 2 บาท (ขึ้นอยู่กับชนิดของรายการ) ทำให้ที่สุดแล้วบริษัทสามารถซื้อสินทรัพย์ด้วยราคา 30 บาท ตามที่ตั้งใจไว้
(ตัวอย่างสมมติขึ้นเพื่อให้เข้าใจหลักการของการป้องกันความเสี่ยงกระแสเงินสด ตัวอย่างอาจไม่สะท้อนถึงความซับซ้อนในการปฏิบัติจริง)
Tags : ดร.ภาพร เอกอรรถพร

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น