หลายจังหวัดเจอปัญหาน้ำท่วม จ.ลพบุรีประกาศพื้นที่ภัยพิบัติทุกอำเภอ ขณะที่จ.ชัยภูมิน้ำล้นเขื่อนปะทาวไหลเข้าท่วมตัวเมือง นครราชสีมายังวิกฤติ
ลพบุรี ประกาศภัยพิบัติอุทกภัยทั้ง11อำเภอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดลพบุรี เข้าสู่วันที่ 4 แล้ว แต่สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นกลับยิ่งวิกฤติมากยิ่งขึ้น เนื่องจากว่าปริมาณน้ำยังมีจำนวนมาก และขึ้นสูงทุกชั่วโมง ทำให้ชาวบ้านจำนวนมากไม่สามารถอาศัยในบ้านได้ต้องอพยพมาอยู่ริมถนนและที่สูงเพื่อความปลอดภัย และยังมีชาวบ้านอีกหลายครอบครัวที่ถูกตัดขาดขอความช่วยจากเจ้าหน้าที่ที่ยังเข้าไปไม่ถึงจากน้ำท่วมสูงและไหลแรง
ด้านนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมในตำบลหนองเมือง และตำบลพุคาพร้อมน้ำรถปั่นไฟฟ้าเข้าช่วยเหลือชาวบ้าน เพื่อให้แสงสว่างในยามค่ำคืน ขณะนี้ระดับน้ำที่ท่วมขังเพิ่มสูงขึ้นทุกชั่วโมง ทำให้ระดับน้ำในตัวหมู่บ้านสูงอยู่ที่ 2-3เมตรแล้ว ขณะที่ในทุ่งนาที่ถูกน้ำท่วมมีความสูงอยู่ที่ 4-5 เมตร ทำให้การช่วยเหลือในขณะนี้ทำด้วยความอยากลำบากมากยิ่งขึ้น จนทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนัก
"จังหวัดลพบุรีได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากอุทกภัยแล้วทั้ง 11 อำเภอของจังหวัดลพบุรี โดยมีน้ำท่วมสูงและหนักที่สุดอยู่ทึ่อำเภอเมือง ในตำบลเขาสามยอด ท่าศาลา ถนนใหญ่ อำเภอบ้านหมี่ที่ตำบลพุคา หนองเมือง หนองกระเบียน และดงพลับ โดยเฉพาะที่หนองเมืองและพุคาดูจะหนักกว่าที่อื่นเพราะการเข้าออกต้องใช้เรือน และขณะนี้เรือยังไม่พอในการเข้าช่วยเหลือชาวบ้าน "นายฉัตรชัย กล่าว
วานนี้(18ต.ค.)น้ำจากคลองชลประทานอนุศาสนันซึ่งเป็นคลองขุดรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ตำบลป่าตาลย่านธุรกิจ กลางเมืองลพบุรี ทำให้หมู่บ้านริมชล หมู่บ้านสระแก้ว และอีกหลายหมู่บ้านจมอยู่ใต้น้ำทันที่ ส่วนการสัญจรในขณะนี้รถยนต์ทุกชนิดไม่สามารถทำได้แล้ว ทำการธุรกิจหยุดชะยักลง
จ.ชัยภูมิ น้ำล้นเขื่อนลำปะทาวไหลเข้าท่วม
ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมจ.ชัยภูมิ เริ่มเข้าสู่ภาวะวิกฤต นายปฤหัส วงศ์ชัยภูมิ ชลประทานจ.ชัยภูมิ ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เขต อ.เมืองชัยภูมิ หลังล่าสุดเกิดฝนตกหนักมาตลอดทั้งคืนบนสันเขื่อนลำปะทาว อ.แก้งคร้อ ตอนบน และเขื่อนลำปะทาวตอนล่าง อ.เมืองชัยภูมิ ซึ่งมีความจุ กว่า 66 ล้าน ลบ.ม. จนเขื่อนไม่สามารถรองรับได้และมีน้ำล้นสันเขื่อนมาตั้งแต่วันที่ 18ต.ค.ที่ผ่านมา โดยปริมาณน้ำอยู่ที่ 91 ซม. ล่าสุดระดับน้ำล้นสันเขื่อนพุ่งสูงมาอยู่ที่ 1.50 เมตรแล้ว
ได้ประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เขต อ.เมืองชัยภูมิ ให้เร่งอพยพสิ่งของขึ้นสู่ที่สูงทันทีภายในเวลาก่อนเที่ยงวันนี้ ซึ่งจะมีราษฎรที่ตั้งอยู่ใกล้ริมตลิ่ง ห้วยลำปะทาวที่จะมีปริมาณน้ำไหลลงสู่ เขตต.นาฝาย ,ต.นาเสียว ,ต.บ้านเล่า และเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ ทั้ง 25 ชุมชน จำนวนมากเข้าสู้ตัวเมืองทั้งหมดไม่เกินเวลา 12.00 น.วันเดียวกันนี้ และคาดว่าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่เข้าท่วมตัวเมือง และมีระดับท่วมขังสูงอย่างน้อยกว่า 1- 1.50เมตร อย่างรวดเร็ว อย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งจากการติดตามสถานการณ์และติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่มีทั้งหมด 19 จุด เพื่อระบายน้ำออกนอกเมือง ขณะนี้ไม่สามารถสูบน้ำได้แล้ว เพราะระดับน้ำล้นตลิ่งและตีกลับไหลเข้าเมืองทั้งหมดแล้ว
ขณะที่ด้านสถานการณ์น้ำบนเขื่อนจุฬาภรณ์ อ.คอนสาร ที่มีความจุกว่า 188 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งมีระดับน้ำล้นสันเขื่อนสูงกว่า 1.50 เมตร ด้วยเช่นกัน ขณะนี้ทางเขื่อนเร่งระบายน้ำเข้าท่วมเขตอ.คอนสาร, เกษตรสมบูรณ์, ภูเขียว และอ.บ้านแท่น และคาดว่าจะเข้าท่วมต่อที่เขตอ.ใกล้เคียงในจ.ขอนแก่นภายใน 2-3 วันนี้ เป็นวงกว้างและเข้าท่วมในเขตอ.เกษตรสมบูรณ์ สูงกว่า 1.50 เมตร แล้วด้วยเช่นกัน และทำให้ทางเข้าอ.เกษตรสมบูรณ์ ผ่านอ.หนองบัวแดง เข้าอ.บ้านเดื่อ น้ำท่วมถนนและพัดรุนแรง สูงกว่าเมตร ไม่สามารถใช้เส้นทางนี้ผ่านเข้าได้แล้ว กินระยะทางน้ำท่วมยาวกว่า 1 กิโลเมตร
จ.ปทุมธานี บ้านเรือนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาน้ำไหลเข้าท่วม
น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยานอกคันกั้นน้ำทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และริมคลองต่างๆ โดยเฉพาะที่หมู่ 1 และหมู่ 2 ต.บ้านกระแชง อ.เมือง จ.ปทุมธานี ทำให้ชาวบ้านเก็บของกันไม่ทัน น้ำได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน
ขณะที่สถานีตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดปทุมธานี หรือโรงพักสามโคกเก่า ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ได้ถูกน้ำท่วมเต็มพื้นที่ ทำให้พ.ต.ท.วีระศักดิ์ วงศ์ป้อม สว.ตม.จ.ปทุมธานี ได้ประสานไปยังเทศบาลตำบลบางเตย นำกระสอบทรายมาวางเรียงรายทำทางเดินบริการให้ชาวต่างชาติที่จะต้องเดินทางมาต่อวีซ่าหนังสือเดินทางวันละกว่า 200 คน
นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ได้ลงเรือตรวจบ้านเรือนประชาชนที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้ถูกน้ำท่วมสูงทุกหลังคาเรือน และชาวบ้านต่างขอเรือท้องแบนเพื่อนมาพ่ายเข้าออกบ้านไปยังถนนรถที่ยังไม่ท่วม โดยนายธานี ได้สั่งให้ทุก อบต.และเทศบาลที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ให้เร่งช่วยเหลือเป็นการด่วนและคาดว่าน้ำจะสูงขึ้นอีกในวันสองวันนี้
จ.นครราชสีมา น้ำท่วม3วัน ไฟฟ้า-ถนนถูกตัดขาด
ชาวบ้านจากบ้านกล้วย ต.พุดซา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ร้องเรียนเข้ามาว่า ขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่ ต.พุดซา ต.ละลม ต.สีมุม ซึ่งอยู่นอกตัวเมืองนครราชสีมาประมาณ 10กิโลเมตร เดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมและถูกตัดไฟมาแล้ว 3 วัน ประชาชนออกนอกบ้านไม่ได้ ส่วนพระสงฆ์-สามเณร ก็ออกบิณฑบาตรไม่ได้ แต่ทางจังหวัดยังไม่ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือ มีองค์การบริหารส่วนตำบลเท่านั้นที่นำข้าวกล่องมาแจกให้กับประชาชน
จึงอยากให้จังหวัดหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปให้ความช่วยเหลือเป็นการด่วน เพราะล่าสุดได้รับแจ้งว่าจะมีการระบายน้ำเข้ามาอีก จึงเกรงว่าจะทำให้เดือดร้อนหนักมากขึ้น
นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ รองอธิบดี ปภ. กล่าวว่า อุทกภัยครั้งนี้เกิดความเสียหายหนักที่สุดในรอบหลายปี โดยมีถนนที่สัญจรไปมาไม่ได้ ใน จ.นครราชสีมา ประกอบด้วย 1 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 204 ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา ท้องที่ อ.เมือง ที่ กม. 2-3 ให้ชายสาย 2 ตรงเข้าตัวเมืองนครราชสีมาแทน 2 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 205 ชัยภูมิ - โนไทย ท้องที่ อ.พระทองคำ ที่ กม. 396-403 ให้ใช้สาย 224 ดอนนครราชสีมา-อ.เฉลิมพระเกียรติ แทน 3 ทางหลวงหมายเลข 2068 สำโรง - โนนไทย ท้องที่ อ.เมือง ตอม่อสะพานชำรุด ให้ใช้สาย 205 โนนไทย - นครราชสีมา แทน 4 ทางหลวงหมายเลข 2217 ด่านขุนทด - ชัยภูมิ ที่ที่ อ.ด่านขุนทด คอสะพานชำรุด กำลังดำเนินการติดตั้งสะพานเบลี่ย์ 5 ทางหลวงหมายเลข 224 หัวทะเล- โชคชัย- ครบุรี ท้องที่ อ.เมือง น้ำท่วมสูง 15-30 ซม.ที่ กม.0-34 ให้ใช้ทางหลวงชนบทแทน 6 ทางหลวงหมายเลข 226 นครราชสีมา - จักราช ท้องที่ อ.จักราช น้ำท่วมสูง 30- 80 ซม. ที่กม. 3-34 ให้ใช้ทางหลวงชนบทแทน 7 ทางหลวงหมายเลข 304 ดอนบ้านตะขบ- ปักธงชัย ที่ อ.ปักธงชัย และ อ.เมือง น้ำท่วมสูง 10-60 ซม.ที่ กม.102-131 ให้ใช้ทางหลวงชนบทแทน
ส่วนถนนที่สัญจรไม่ได้ จ.อื่นๆ ประกอบด้วย จ.สระแก้ว ทางหลวงหมายเลข 3366 ท่าข้าม- หนองเอี่ยน อ.อรัญประเทศ น้ำท่วมสูง40-100 ซม.ที่ กม.0-7 จ.ชัยภูมิ ทางหลวงหมายเลข 2037 ผักปัง - เกษตรสมบูรณ์ - ชัยภูมิ ท้องที่ อ.เกษตรสมบูรณ์ น้ำท่วมสูง 80 ซม.ที่ กม. 7-35 ให้ใช้เส้นทางสายชุมแพ - แกคร้อ แทน ที่ จ.ปราจีนบุรี ทางหลวงหมายเลข 319 ปากพลี - ศรีมาหาโพธิ์ ท้องที่ อ.เมือง น้ำท่วมสูง 20 ซม.ที่ กม.39-40 ในภาคกลาง ถนนสายดอนบ้านหมี่ - โคกสำโรง ท้องที่ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ประกอบด้วย 1 น้ำท่วมสูง 90 ซม.ที่กม.15-16 ให้ใช้สาย 3024 ดอนบ้านหมี่ เขาช่องลม แทน 2 ทางหลวงหมายเลข 205 ฉลุงเหล็ก - โคกสำโรง - ลำนารายณ์ ลำสนธิ ท้องที่ อ.โคกสำโรง ชัยบาดาล น้ำท่วมสูง 35- 100 ซม. ที่กม. 190-259 ให้ใช้สาย 1 ดอนโคกสำโรง - ลำพยนต์ และสาย 2089 ดอนน้ำสุด - ลำนารายณ์ แทน 3 ทางหลวงหมายเลข 2247 เขาน้อย - จงโก ท้องที่อำเภอลำสนธิ น้ำท่วมสูง 30 ซม.ที่ กม.31-32 ให้ชายสาย 2243 ดอนบัวชุม - หัวลำ แทน 4 ทางหลวงหมายเลข 2256 ชัยบาดาล - ด่านขุนทด ท้องที่ อ.ชัยบาดาล น้ำท่วมสูง 40 ซม.ที่ กม. 0-2 ให้ชายสาย 205 ดอนท่าหลวง- ชัยบาดาล แทน และที่ จ.นครสวรรค์ ทางหลวงหมายเลข 11 ทำนบ - ตากฟ้า ท้องที่ อ.ท่าตะโก คอสะพานขาดที่ กม.69 ให้ชายสายตากฟ้า - ไพศาลี - พิจิตร แทน
จ.สุพรรณเริ่มวิกฤติ ระดับน้ำถนนสูงกว่า 30ซม.
นายเอกพันธุ์ อินทร์ใจเอื้อ นายกเทศมนตรีเมืองสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ระดับในแม่น้ำท่าจีน สูงกว่าถนนในเขตเทศบาลฯประมาณ 30 ซ.ม. ทางเทศบาลพยายามสกัดกั้นให้อยู่ โดยใช้เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ประมาณ 20 เครื่อง กระจายตามจุดต่างๆของเทศบาลทั้ง 9 ตารางกิโลเมตร
เบื้องต้นถือว่ายังพอคุมน้ำได้อยู่ ยกเว้นในชุมชนที่อยู่นอกแนวเขื่อนกั้นน้ำจะได้รับผลกระทบมาก ทั้งนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำ จะเพิ่มขึ้นอีกอย่างแน่นอน จึงขอให้ประชาชนเตรียมระมัดระวัง เพราะยังไม่รู้ว่าน้ำจากทางภาคเหนือและเขื่อนกระเสียว จะปล่อยมากมากน้อยแค่ไหน รวมทั้งน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา ต้องระบายน้ำมาจากท่าจีนสุพรรณบุรี มากขึ้น
"ตอนนี้ถือว่าเกิดภาวะวิกฤตในเขตเทศบาลแล้ว เพราะระดับน้ำสูงกว่าถนนถึง 30 ซ.ม. แต่ที่น้ำไม่เข้าเพราะสามารถสกัดได้อยู่ ถ้าสกัดไม่อยู่น้ำเข้าท่วมเขตเทศบาลอย่างแน่นอน " นายเอกพันธุ์ กล่าว
ล่าสุด นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลงไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยแล้ว
จ.อ่างทองน้ำสูงกว่า 1เมตร -ผู้ประสบอุทกภัย 1,334 คน นอนข้างถนน
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดอ่างทองน้ำเจ้าพระยายังเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะใน ต.โผงเผง น้ำได้ทะลักคันคินและคันกระสอบทรายเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน แล้ว 8 หมู่บ้านทำให้ระดับน้ำบ้างพื้นที่สูงกว่า 1 เมตร พื้นที่การเกษตรเสียหายเป็นจำนวนมาก
นายวิโรจน์ ดำสนิท นายก อบต.โผงเผง กล่าวว่า ตอนนี้ไม่สามารถกั้นน้ำอยู่แล้วต้องปล่อยให้ไหลตามสภาพ ที่สำคัญตอนนี้ประชาชนใน ต.โผงเผง อ.ป่าโมก เกือบ 400 หลังคาเรือนจาก หมู่ที่ 1, 2, 3 ,4 ,5,6, 7, และ หมู่ที่ 9 ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ระดับน้ำสูงตั้งแต่ 30 ซม.ไปจนถึง 1 เมตร ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 362 ครัวเรือน 1,334 คน โดยประชาชนได้ร้องขอเรือเพื่อสัญจรและเต้นท์สำหรับพักอาศัยชั่วคราว ทางอบต.กำลังออกสำรวจความเดือดร้อนของประชาชนก่อนที่จะทำการขนผู้เดือดร้อนมานอนเต้นท์ตามริมถน
"ประชาชนส่วนใหญ่สุขภาพจิตไม่ดี เพราะการเอ่อล้นเข้าท่วมของแม่น้ำจะท่วมนานไม่เหมือนน้ำป่าไหลหลากและตอนนี้ก็เป็นครั้งที่ 3 แล้ว ในรอบ 2 เดือนที่ถูกน้ำท่วม "นายวิโรจน์ กล่าว
Tags : น้ำท่วม

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น