ป.ป.ท.เสนอนายกฯแก้ไขระเบียบก.คลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ หลังสุ่มตรวจพบความผิด274โครงการสูญงบกว่า51ล้านบาท
สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)-นายภิญโญ ทองชัย เลขาธิการป.ป.ท. แถลงผลการตรวจสอบโครงการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ (อุทกภัย) ประจำปีงบประมาณ 2552 ว่า ปปท.ได้สุ่มตรวจสอบพื้นที่รวม 21 จังหวัดใน 5 ภาคของประเทศ ซึ่งผลการตรวจสอบโครงการ 373 โครงการ งบประมาณกว่า 92 ล้านบาท พบโครงการที่ผิดปกติ 274 โครงการ ความเสียหายกว่า 51 ล้านบาท ในส่วนของพื้นที่ภาคอีสานสุ่มตรวจสอบ 6 จังหวัด 38 อำเภอ จำนวน 193 โครงการ
พบความผิดปกติทุกโครงการ ความเสียหายประมาณ 28 ล้านบาท หรือคิดเป็น 100 % พื้นที่ภาคเหนือ ตรวจสอบ 7 จังหวัด 27 อำเภอ 98 โครงการพบความผิดปกติใน 48 โครงการ ความเสียหายกว่า 16 ล้านบาท ภาคกลางตรวจสอบ 4 จังหวัด 11 อำเภอ 34 โครงการพบโครงการผิดปกติ 15 โครงการ ความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท ภาคตะวันออกสุ่มตรวจสอบจังหวัดจันทบุรีเพียงจังหวัดเดียว ไม่พบความผิดปกติ ภาคใต้สุ่มตรวจสอบ 3 จังหวัด 31 โครงการ พบโครงการผิดปกติ 14 โครงการ ความเสียหายประมาณ 3 ล้านบาท
นายภิญโญ กล่าวอีกว่า ประเด็นปัญหาที่ตรวจสอบพบมีทั้งสิ้น 5 ประเด็น ได้แก่ 1. การประกาศเขตภัยพิบัติไม่ถูกต้อง ไม่มีการเกิดภัยพิบัติขึ้นจริงมีเพียงเหตุฝนตกหรือน้ำท่วมปกติ และภาพถ่ายประกอบการขออนุมัติไม่ตรงกับพื้นที่จริง บางโครงการใช้ภาพซ้ำซ้อนกันมาขออนุมัติงบประมาณ
2. การอนุมัติให้ความช่วยเหลือไม่ถูกต้องเช่น ถนนเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อ แต่ประเมินว่าเสียหายจนไม่สามารถสัญจรไปมาได้และอนุมัติให้ซ่อมแซมถนนทั้งสาย
3. การจัดซื้อจัดจ้างไม่ถูกต้อง บางพื้นที่ผู้รับจ้างไม่มีอาชีพหรือศักยภาพเพียงพอที่จะรับว่าจ้าง บางรายเป็นลูก หลานของผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น ต้องนำแรงงานชาวบ้านมาช่วยปรับเกลี่ยถนน ไม่มีช่างควบคุมงาน บางโครงการผู้รับจ้างเป็นลูกจ้างองค์การบริหารส่วนตำบล
4. การควบคุมงานไม่ทั่วถึง บางพื้นที่มีช่างควบคุมงาน 1 กรรมการตรวจการจ้าง 3 คน ต้องรับผิดชอบการตรวจรับงานถึง 15 โครงการ
และ 5. การตรวจรับงานไม่ถูกต้อง เช่น สัญญากำหนดให้ซ่อมแซมเป็นถนนลูกรังแต่ผู้รับจ้างนำหินคลุกมาลงแทน
นายภิญโญ กล่าวว่า ป.ป.ท.จะเสนอความเห็นให้นายกรัฐมนตรีแก้ไขระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เพื่อให้จำกัดความคำว่าภัยพิบัติให้ชัดเจน ไม่เหมารวมเหตุฝนตกน้ำท่วมปกติ และให้มีการสำรวจความเสียหายร่วมกันระหว่างอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน รวมทั้งจะเสนอไปยังกรมสรรพภากรให้ตรวจสอบบุคคลธรรมดาที่เข้าทำสัญญาตกลงการจ้างกับหน่วยราชการโดยวิธีพิเศษ เพื่อป้องกันการจ้างบุคคลธรรมดาที่ไม่มีความเชี่ยวชาญในงานที่รับจ้างหรือจงใจเลี่ยงภาษีโดยแบ่งงานออกเป็นหลายโครงการย่อย นอกจากนี้ยังต้องหาแนวทางป้องกันการเบิกจ่ายงบฯซ่อมแซมถนนที่ทับซ้อนกันระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับงบฯภัยพิบัติ
"ขั้นตอนต่อจากนี้ป.ป.ท.จะส่งโครงการต่างๆที่พบหลักฐานการทุจริตจริง ประมาณ 50 โครงการในทั่วทุกภาคที่พบความผิดปกติ โดยเฉพาะจ.สุรินทร์และนครศรีธรรมราชที่หลักฐานค่อนข้างชัดเจน ให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) รับไปดำเนินการตามกฎหมายแทน ซึ่งบางโครงการหลักฐานอาจเชื่อมโยงถึงนายอำเภอในฐานะผู้อนุมัติโครงการ" นายภิญโญกล่าว
ด้านนายอำพล วงศ์ศิริ รองเลขาธิการป.ป.ท. กล่าวว่า โครงการที่ผิดปกติทิ้งร่องรอยชัดเจน คือ อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ขออนุมัติซ่อมถนนทั้งสายต้องใช้รถบรรทุกหินคลุกถึง 70 เที่ยว แต่จากการสอบถามพยานให้การว่ามีรถของทางการขนหินคลุกเข้ามาเพียง 3 คันรถ แต่ทิ้งหินได้เพียง 2 เที่ยว รอบที่ 3 รถบรรทุกตกหล่มพลิกคว่ำ ซึ่งโครงการนี้จะต้องส่งให้ป.ป.ช.ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ นอกจากนี้ยังพบว่าทุกโครงการที่มีความผิดปกติจะเป็นการเบิกจ่ายงบฯเพื่อใช้ซ่อมแซมถนนเกือบทั้งสิ้น ซึ่งอำเภอต้องเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น