กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง : คุณภาพชีวิต

วันที่ 3 กันยายน 2553 15:24

นายกฯห่วงเยาวชนทุจริตเป็นเรื่องปกติ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

นายกฯชี้ปัญหาทุจริตอยู่ในระดับรุนแรง ห่วงเยาวชนยอมรับโกงเรื่องปกติ แนะป้องกันควบคู่ปราบปราม แนะดึงประชาชนมีส่วนร่วม

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การทุจริตเป็นปัญหาเรื้อรังในสังคมที่แก้ไขยากขึ้น การแก้ปัญหาทุจริตส่วนใหญ่สังคมมุ่งไปด้านปราบปรามที่มีความสำคัญในการนำผู้กระทำผิดมาลงโทษและเป็นสิ่งถูต้องทางกฎหมายเพื่อปราบปรามบุคคลที่จะเข้าไปเกี่ยวกับการทุจริตในอนาคต แต่การป้องกันมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แต่มักถูกมองข้าม โดยเฉพาะองค์กรที่ทำงานด้านการแก้ไขด้านนี้มักเฝ้ามองด้านปราบปรามเป็นหลัก แต่การป้องกันนั้นตนมองว่ามีความสำคัญ ขอชื่นชมปปช.ที่ทำงานด้านการป้องกันควบคู่กับการปราบปราม มีการนำข้อเสนอแนะต่างๆเสนอครม.ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา เช่นระบบการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ เรื่องแรงงานต่างด้าว 

"การเล็งเห็นความสำคัญของภาคประชาชนนั้น ลำพังกลไกของ ปปช.,ตำรวจ,ดีเอสไอที่มาทำงานแก้ไขด้านนี้ไม่เพียงพอ หากไม่ได้รับความร่วมมือจากสังคมโดยรวม คือความจำเป็นที่ต้องดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับการทำงานนี้ที่มีความสำคัญมาก รัฐบาลให้ความสำคัญของภาคประชาชนในการแก้ปัญหา เมื่อปปช.ต้องการเครือข่ายภาคประชาชนเข้ามาทำงานนี้นั้นเป็นทิศทางที่สมควรแก่การได้รับการสนับสนุน ปัจจุบันการทุจริตยังเป็นปัญหาใหญ่แม้จะมีความพยายามสร้างกลไกต่าง ๆ แม้จะมีปปช. ปปท.และรัฐธรรมนูญจะกำหนดให้มีปปช.จังหวัด แต่การทุจริตนั้นยังอยู่ในระดับที่รุนแรง ข่าวสารที่เกี่ยวกับการทุจริตระดับชาติและท้องถิ่นมีตลอดเวลา บุคคลภายนอกที่ทำหน้าที่ประเมินและจัดอันดับประเทศต่าง ๆ เช่น องค์กรโปร่งใสสากลที่จัดขีดความแข่งขันของประเทศ ให้คะแนนประเทศไทยในระดับที่น่าเป็นห่วงและต้องแก้ไขต่อเนื่อง "นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์  กล่าวว่า สิ่งที่คิดว่ามีความสำคัญเกี่ยวข้องกับการป้องกันคือความจำเป็นที่ต้องรณรงค์ให้เกิดความตื่นตัว แม้ข้อเท็จจริงนั้นจะมีความพยายามทำงานนี้มาหลายครั้งแล้ว ช่วงที่ตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯเคยเริ่มต้นโครงการประเทศไทยใสสะอาดและมีการดำเนินการต่อเนื่อง ตอนนี้มีองค์กรต่าง ๆ เกิดขึ้นตามมาที่ตนได้รณรงค์จัดกิจกรรมเหล่านี้ หน่วยงานต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่ให้ความสำคัญกับปลุกกระแสให้เกิดการตื่นตัวแต่สิ่งที่สะท้อนออกมาเมื่อมีการสำรวจความเห็นประชาชนนั้น ต้องยอมรับว่ายังไม่ประสบความสำเร็จการรณรงค์ให้เกิดความตื่นตัวยอมรับกับปัญหานี้ที่รุนแรงรวมทั้งการสร้างจิตสำนึกในการแก้ไขด้วย 

"ที่น่าห่วงคือการสำรวจความเห็นเยาวชนที่ยอมรับการทุจริตว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดามากขึ้น และน่าห่วงไปกว่านั้นคือเยาวชนมีความเห็นว่า ความสำเร็จในชีวิตอาจจำเป็นที่ต้องยอมรับและมีส่วนเกี่ยวกับการทุจริตด้วยซ้ำ หากยังไม่สามารถแก้ไขสิ่งเหล่านี้ได้จะทำให้การทำงานการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นนยากที่จะประสบความสำเร็จ ฉะนั้นการจัดกิจกรรมนี้ในทุกอำเภอเป็นกลไลกสำคัญที่จะชนะปัญหานี้ได้ "นายกฯ กล่าว

นายกฯกล่าวอีกว่าข้อคิดเห็นบางประการที่จะทำให้การทำงานบรรลลุผลปัญหาทุจริต คือการรณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมนั้น ต้องทำให้ประชาชนเห็นถึงรูปธรรมการเสียหายที่มาจากการทุจริตและรูปธรรมของความดีงามของสังคมสุจริต เพราะที่ผ่านมาไม่มีใครปฏิเสธความพยายามการสื่อสารให้คนรังเกียจการทุจริตและชื่นชมความสุจริต เรายอมรับเรื่องการรณรงค์เผยแพร่ แต่การซึมซับในการนำไปปฏิบัติจริงยังไม่เกิดขึ้น เพราะสิ่งที่สื่อสารออกไปมันเป็นอุดมการณ์นามธรรมมากกว่าสิ่งที่ต้องปฏิบัติจริง 

ฉะนั้นมันต้องเชื่อมโยงให้เกิดความเข้าใจและมองเห็นสิ่งที่รณรงค์ในการนำไปปฏิบัติจริงได้ในชีวิตจริง ให้นโยบายกับสถานศึกษาในการรณรค์ต่าง ๆ ที่ต้องมากกว่าการให้นักเรียนรู้ว่าอะไรดีและไม่ดี แต่ต้องเรียนรู้จากการปฏิบัติเพื่อซึมซับว่าสังคมคุณธรรมนั้นดีอย่างไร และสังคมที่ทุจริตนั้นมันนำไปสู่ความเสียหายเช่นใด

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การทุจริตนั้นหลายคนมองว่าไม่ใช่ธุระของตัวเอง หากเห็นสิ่งไม่ถูกต้องแล้วเข้าไปช่วยกันแก้ไขอาจสร้างความยากลำบากตัวเอง หนำซ้ำหากไปเจอบุคคลที่มีอิทธิพลก็อาจอยู่ในภาวะอันตราย หน้าที่รัฐบาลที่ทำงานตรงนี้จะหากลไกลมาคุ้มครองบุคคลที่ช่วยแก้ไขปัญหาพวกนี้ที่ต้องปรับปรุงตลอดเวลา เช่นการคุ้มครองพยาน แต่สุดท้ายเราต้องช่วยกันกระตุ้นให้สังคมถือว่าเป็นหน้าที่และความกล้าหาญที่ต้องทำ แม้มันไม่ง่ายเพราะมันคือการเสียสละ ตรงนี้ต้องกระตุ้นระดมพลังประชาชนมาช่วยกัน ปัญาการทุจริตมีรากฐานจากความโลภและความไม่รู้จักพอ ตนเน้นเสมอ เพราะหลายคนเชื่อมโยงการทุจริตกับค่าตอบแทนของเจ้าหน้าที่ที่ไม่เพียงพอ แต่ประสบการณ์ของบ้านเมืองที่ผ่านมาน่าจะบ่งชี้ว่าการทุจริตไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนเท่ากับการไม่รู้จักพอ ตัวอย่างคนยากจนมากมายที่แสดงออกถึงการซื่อสัตย์สุจริตตลอดเวลา เช่นแท็กซี่ที่เก็บเงินได้มหาศาลและนำไปคืน เพราะการได้สิ่งใดมานั้นต้องมีเหตุผลและความชอบธรรม 

ตรงกันข้ามคนที่ทุจริตมากมายที่ไม่ขาดแคลนเลย สิ่งที่มีอยู่ดินพอกับความสุขสบาย แต่กลับไม่หยุดยั้งในการแสวงหาโดยไม่คำนึงว่าถูกต้องหรือไม่ เราต้องรณรงค์การรู้จักพอ คนไทยควรนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อนำทางในการนำชีวิต การได้สิ่งใดมานั้นต้องถูกต้องชอบธรรม คือขยัน อดทน มากกว่าการไขว่คว้าค่าตอบแทนด้วยวิธีการที่ไม่สุจริตหากทำตรงนี้ได้การไขการทุจริตจะง่ายกว่านี้มาก  

"ฉะนั้นการยอมรับกติกากับสิ่งที่ได้มาเป็นพื้นฐานสำคัญ การสร้างสังคมสุจริตนั้น สังคมต้องช่วยกันว่าทำอย่างไรในการมีทรัพย์สิน ตำแหน่ง อำนาจ สังคมต้องแยกแยะว่าหากได้มาอย่างถูกต้องก็ดี หากไม่ถูกต้องต้องดำเนินการ ทุกคนต้องเข้าใจเรื่องการได้มาโดยไม่สนใจวิธีการเเละยกย่องคนที่ได้รับอำนาจ ทรัพย์สิน ตำแหน่งอย่างไม่ถูกต้องนั้นไม่ได้ เราต้องไปสร้างค่านิยมและจิตอาสาทั่วประเทศที่ต้องเผยแพร่ในวงกว้างเพื่อให้ประสบความสำเร็จต่อไป"นายฯกล่าวทิ้งท้าย

 

 

Tags : อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement