อ.นายูงอุดร น้ำท่วม ดินถล่มปิดทาง นาข้าวกาฬสินธุ์จม3.5หมื่นไร่ ทางเข้าอ.แจ้ห่มโคลนถล่มปิด ชายชาวพิษณุโลก72ปีไฟดูดตาย 860ครัวอ.แม่ริมอ่วมหนั
วันนี้ (30 ส.ค.) มีรายงานฝนตกหนักในจ.อุดรธานี ทุกพื้นที่โดยเฉพาะ อ.นายูง วัดปริมาณน้ำฝนได้มากถึง 140 ม.ม. เกิดน้ำป่าไหลหลากจากภูเขาสูงลงห้วย โดยเฉพาะลำห้วยราง น้ำล้นตลิ่งไหลท่วมราษฎรบ้านนาคำ ม.6 ต.บ้านก้อง ระดับน้ำสูงกว่า 1-2 เมตร ราษฎร 156 หลังคาเรือนถูกน้ำท่วม กระแสน้ำซัดคอสะพานคอนกรีต บ.ปากเจียง ต.โนนทอง ขาดด้วย ชาวบ้าน ม.6 ม.9 รวม 345 หลังคาเรือนถูกตัดขาด
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พื้นที่ อ.นายูง เป็นพื้นที่เฝ้าระวังเหตุดินโคลนถล่ม 16 หมู่บ้าน อ.นายูง มี 10 หมู่บ้าน คือ บ.คีรีวงกต บ.นาแค บ.วังแข้ บ.เพิ่ม บ.วังบง ต.นาแค, บ.โนนทอง บ.ปากเจียง บ.สมประสงค์ ต.โนนทอง , บ.นาคำ บ.นาคำน้อย ต.บ้านก้อง ขณะ อ.น้ำโสม 2 หมู่บ้าน มี บ.กุดนาคำ บ.นาเมืองไทย ต.น้ำโสม อ.บ้านผือ 4 หมู่บ้าน มี บ.ตาดน้ำพุ บ.ลาดหอคำ บ.สระคลองพัฒนา บ.ห้วยศิลาผาสุก ต.คำด้วง
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ติดตั้งระบบเตือนภัยอัตโนมัติไว้ที่ บ.วังเลา ต.โนนทอง อ.นายูง , บ.เพิ่ม ต.นาแค อ.นายูง และ บ.นาเกน ต.หนองแวง อ.น้ำโสม และสำนักงานทรัพยากรน้ำ ได้ติดตั้งระบบเฝ้าระวังเตือนภัยที่ บ.นาคำ ต.บ้านก้อง อ.นายูง เพื่อเตือนภัยระดับน้ำให้ 6 หมู่บ้าน โดยทำการติดตั้งเสร็จและใช้งานในปีนี้
พายุฝนถล่มนาข้าวกาฬสินธุ์จมว่า 3.5หมื่นไร่
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 30 สิงหาคม 2553 ที่บริเวณบ้านโนนไฮ ตำบล โพนงาม อ.กมลาไสย นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผวจ.กาฬสินธุ์ นายธนูสินธ์ ไชยสิริ นายอำเภอกมลาไสย นายเดชา พลกล้า รักษาราชการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ผู้บริหารเทศบาลตำบลในพื้นที่ร่วมกันตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วมอันเกิดจากปริมาณฝนที่ตกหนักติดต่อกันกว่า 3 สัปดาห์ ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากจาก ลำพะยัง ด้าน อ.กุฉินารายณ์ ไหลเข้าท่วมนาข้าวของเกษตรกรในหลายอำเภอถูกน้ำท่วมกว่า 35,000 ไร่ โดยเฉพาะในเขตอำเภอกมลาไสย โดยมีรายงานว่าถูกน้ำท่วมกว่า 25,000 ไร่ การตรวจสอบครั้งนี้ยังพบว่า มีถนนทางการเกษตรโดยเฉพาะระหว่างบ้านโนนไฮ ไปบ้าน โพนงาม ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร และยาวเกือบ 1 กิโลเมตร ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ชาวบ้านต้องหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น
นายวิโรจน์ กล่าวว่า เนื่องจากพายุฝนตกหนักติดต่อกันนานกว่า 3 สัปดาห์ และในหลายพื้นที่โดยเฉพาะ อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.กมลาไสย อ.ยางตลาด อ.ฆ้องชัย อ.กุฉินารายณ์ อ.เขาวง มีปริมาณฝนชุกมากกว่า 100 มิลลิเมตรต่อวัน ทำให้เกิดการสะสมจากน้ำบนเทือกแล้วเกิดปัญหาน้ำหลากไหลเข้าสู่พื้นที่ราบลุ่มโดยเฉพาะ อ.กมลาไสย ซึ่งอยู่ติดกับลำน้ำปาว น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมนาข้าว ในเบื้องต้นประเมินกว่า 25,000 ไร่ ในส่วนของทั้งจังหวัดคาดว่าจะมากกว่า 35,000 ไร่
ลำปางน้ำป่าไหลหลาก-ดินถล่มปิดทับเส้นทาง
นายติ๊บ บุญยืน นายก อบต.เมืองมาย อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง เปิดเผยหลังจากฝนที่ตกมาหนัก 1 วัน 1 คืน ทำให้น้ำป่าไหลหลากมาตามลำห้วยแม่ต๋าและแม่มาย ไหลเข้าท่ว บ้านเรือนราษฎร จนขณะนี้น้ำได้ลดระดับลงจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่เกิดดินถล่มลงมาปิดทับเส้นทางจุดหนักๆรวมทั้งหมด 4 จุด รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปได้ โดยเฉพาะมี 3 หมู่บ้านใน ต.เมืองมาย ได้แก่ บ้านแม่เบิน ม. 1 บ้านนาไหม้ ม. 2 และบ้านนางาม ม. 3 ซึ่งมีดินถล่มปิดทับเส้นทางดังกล่าว จนไม่สามารถออกมาได้
ขณะนี้เจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลหนักของศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ลำปาง กำลังปฎิบัติงาน เพื่อเร่งเปิดเส้นทางเชื่อมต่อหมู่บ้านและเส้นทางเข้า ต.เมืองมาย สายกิ่วลม อ.เมือง - เมืองมาย อ.แจ้ห่ม ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวที่จะเข้า ต.เมืองมาย ทุกปีพื้นที่ ต.เมืองมาย มักจะเกิดภัยขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยเมื่อปี 2548 ถือว่าประสบภัยอย่างหนัก มีบ้านเรือนราษฎรพังเสียหายเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นครูผู้หญิงของโรงเรียนบ้านนาไหม้ ที่ถูกกระแสน้ำป่าพัดไป ในขณะกำลังขนย้ายทรัพย์สิน
ชายชรา 72 ปีใช้เครื่องสูบน้ำไฟดูดตาย
เมื่อเวลา 08.40 น.วันที่ 30 ส.ค. 2553 พ.ต.ท.สมเกียรติ เกตุแก้ว สารวัตรเวร สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกกระแสไฟฟ้าดูดเสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 52 หมู่ 6 ต.บ้านกร่าง อ.เมืองพิษณุโลก จึงรุดไปทำการสอบสวน พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยข่าวภาพ พบบริเวณเกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น ด้านล่างมีน้ำท่วมขังเจิ่งนอง
เมื่อไปถึงพบศพนายประโยชน์ ประสาท อายุ 72 ปี เจ้าของบ้านสภาพนอนคว่ำหน้าอยู่บริเวณประตูทางเข้าหลังบ้าน โดยมือยังสายไฟเอาไว้แน่น ที่ศีรษะมีไหลไหลออกมา ในที่เกิดเหตุมีสายไฟเสียบปลั๊กเอาไว้และปลายสายมีการต่อขั้นหลอดตะเกียบแบบเกลียว จมอยู่ในน้ำที่ผู้ตายนอนทับอยู่ นอกจากนั้นยังพบเครื่องสูบน้ำแบบไดร์โว้เปิดสูบน้ำเอาไว้ตลอดเวลา หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ไฟฟ้าเดินทางมาได้ตัดกระแสไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว
น้ำป่าสักเอ่อท่วม 5 ชุมชนเทศบาลเมืองหล่มสัก
จากภาวะฝนตกหนักติดต่อกัน 2-3 วัน ประกอบกับมีน้ำป่าที่ไหลมาจากเทือกเขาต่างๆ ในอ.ด่านซ้าย จ.เลย ไหลมาสมทบ ทำให้แม่น้ำป่าสัก ที่อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ จนมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและได้เอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมใน 5 ชุมชนซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก คือ ชุมชนวัดทุ่ง ชุมชนท่ากกโก ชุมชนบ้านไร่ ชุมชนสักงอย และชุมชนศรีบุญเรือง ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ระดับน้ำยังคงทรงตัว
ระดับน้ำมีความสูงเฉลี่ย 40 เซนติเมตร และมีบ้านเรือนราษฎรได้รับความเดือดร้อนจากการถูกน้ำท่วมกว่า 300 หลังคาเรือน โดยเฉพาะถนนผดุงราษฎร ซึ่งเป็นถนนสายอ.หล่มสัก ไปที่จ.ขอนแก่น ถูกน้ำท่วมขังเป็นช่วงๆ สูง 40 เซนติเมตร จนรถยนต์ขนาดเล็กที่สัญจรวิ่งผ่านไปมาเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทางเทศบาลได้เตรียมนำเครื่องสูบน้ำจำนวน 6 เครื่อง ติดตั้งไว้คอยระบายน้ำออกที่ตามจุดต่างๆ เพื่อช่วยระบายน้ำที่เกิดน้ำท่วมขัง พร้อมทั้งเตรียมนำกระสอบทรายจำนวน 6,000 ใบ ไปแจกจ่ายให้กับประชาชน และทำเป็นผนังกั้นน้ำเสริมเป็นแนวไว้ตามขอบตลิ่งในบางจุดของแม่น้ำป่าสักที่อยู่ในบริเวณที่ลุ่ม ขณะที่หมู่ 1,2,3,4,5,6,8,9,10 และหมู่ที่ 11 ของต.ตาลเดี่ยว อ.หล ่มสัก ซึ่งเป็นตำบลที่อยู่รอบนอกก็ถูกแม่น้ำป่าสักล้นตลิ่งเข้าท่วมเช่นกัน
ที่ อ.วิเชียรบุรี แม้จะคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ยังมีพื้นที่ทางการเกษตรกว่า 3,800 ไร่ ยังคงถูกน้ำท่วมขังอยู่ จังหวัดประกาศให้เป็นพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัยน้ำท่วมทั้ง 14 ตำบล
4อำเภอเชียงใหม่ลด แต่อ.แม่ริม 860 ครัวเดือดร้อนหนัก
นายประจญ ปรัชญ์สกุล ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังจากมีฝนตกลงมาอย่างหนักในหลายพื้นที่ของจ.เชียงใหม่วานนี้ (29 ส.ค.) ส่งผลให้น้ำป่าจากดอยสุเทพไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่าและบางส่วนได้ไหลทะลักลงสู่คลองส่งน้ำของชลประทานแม่แตง ขณะนี้สถานการณ์ได้กลับสู่ภาวะปกติแล้ว โดยบริเวณแยกข่วงสิงห์ ถนนโชตนา ต.ช้างเผือก อ.เมือง ที่เกิดน้ำท่วมขังเข้าสู่ภาวะปกติเปิดการจราจรได้แล้ว
สำหรับความเสียหายที่อ.แม่ริม ที่เกิดน้ำท่วมขังและน้ำไหลหลากเข้าท่วมเส้นทางการจรจราจรใน 6 ตำบล โดยต.ดอนแก้ว 10 หมู่บ้านได้รับความเดือดร้อนกว่า 860 หลังคาเรือน โดยจุดที่ได้รับความเสียหายเริ่มตั้งแต่หน้าโรงพยาบาลนครพิงค์กระทั่งถึงหน้ากองพันสัตว์ต่าง สะพานเชื่อมระหว่างหมู่บ้านชำรุด ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลดอนแก้วได้นำกระสอบทรายไปให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นจำนวน 8,000 ใบ รวมถึงต.ริมใต้จำนวน 1 หมู่บ้าน ต.แม่แรมจำนวน 2 หมู่บ้าน ต.โป่งแยง จำนวน 2 หมู่บ้าน ต.แม่สาบริเวณถนนเชียงใหม่-ฝาง และต.เหมืองแก้ว จำนวน 3 หมู่บ้าน
ในส่วนของอ.สันทราย พบว่าเกิดน้ำท่วมขังใน 8 ตำบลสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติแล้วเช่นเดียวกัน โดยมีราษำรได้รับความเดือดร้อน 2,000 คน จำนวน 450 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตร 500 ไร่ บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 5 หลัง ทั้งนี้ ได้มีการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่จำนวน 15 คน 4 ครัวเรือน ส่วนที่ต.บ้านปง อ.หางดง ก็เข้าสู่ภาวะปกติแล้วเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม จนถึงวันนี้ยังไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม
น้ำลำเซบก เอ่อท่วมนาข้าวพันไร่ น้ำโขงจ่อท่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมอุบลราชธานี ฝนตกต่อเนื่องกันหลายวันทำให้น้ำลำเซบก เอ่อเข้าลำห้วยสาขา ต่างๆ และไหลท่วมนาข้าวที่ปลูกแล้วเสร็จเพียงไม่กี่วันจมนาน 3 วันแล้ว โดยเฉพาะที่ทุ่งนา (หนองอีงอบ) เขต บ้านหาด หมู่ที่ 6 ต.โพนเมือง อ.เหล่าเสือโก๊ก จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นที่ปลูกข้าวนาปี ประมาณเกือบพันไร่ กำลังจมอยู่ใต้น้ำ หลังจากที่ฝนได้ตกลงมาติดต่อกันถึง 2 วัน แล้ว หากน้ำท่วมนานเกิน 5 วัน ต้นข้าวที่ได้ปลูกเอาไว้ทั้งหมดจะต้องเน่าเปื่อย อย่างแน่นอน
และพื้นที่แห่งนี้ ก็เป็นพื้นที่ลุ่ม เป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก และหากปีใดโชคดีไม่มีน้ำท่วมแล้ว นาข้าวแห่งนี้ ก็ จะได้รับผลผลิตกันมาก เกษตรกรจะหน้าชื่นตาบาน ส่วนปีนี้ นาข้าวประมาณกว่า 800 ไร่นับว่าเสี่ยงต่อการเน่าเปื่อยและสูญเสียสูงมาก
อ.ทับคล้อพิจิตรน้ำป่าทะลักท่วมตลาด
หลังจากที่น้ำป่าไหลหลากมาจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ลงสู่ อ.วังโป่ง อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์หลากมาที่อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร โดยเฉพาะที่ต.เขาทราย 11 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหายกว่า 2,000 หลังคาเรือน ไร่นานับแสนไร่ ซึ่งขณะนี้ชาวบ้านต่างออกมาโอดครวญกันว่ ขาดน้ำดื่ม ซึ่งยังไม่มีหน่วยงานไหนออกไปแจกจ่ายน้ำ หรือให้การช่วยเหลือแต่อย่างใด
ล่าสุด ฝนยังตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องน้ำป่าดังกล่าวแผ่ขยายวงกว้างยังไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในเขตเทศบาลตำบลทับคล้อ 9 ชุมชน คือ ชุมชนสระหลวง ชุมชนส่วนโพธิ์ ชุมชน อารมดี ชุมชน ศรีสวัสดิ์ ชุมชน ตลาดใต้ ชุมชนตลาดเหนือ ชุมชนทับคล้อ และชุมชนวัดงมคลทับคล้อ กว่า 2500 หลังคาเรือน ทำให้ชาวบ้านในเขตเทศบาลเก็บข้าวของหนี้น้ำกันจ้าระหวั่น บางบ้านเก็บของไม่ทันข้าวของลอยไปกับน้ำ สร้างความเสียหายเป็นอย่างมากชาวบ้านต้องเดินลุยน้ำลึกถึง 1 เมตร
นอกจากนี้น้ำป่าดังกล่าวยังไหลเข้าท่วมตลาดศรีสวัสดิ์ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจ ร้านค้าแม่ค้าต่าง เร่งเก็บข้าวของหนีน้ำ เนื่องจากน้ำมาเร็วอย่างมาก อีกทั้งน้ำป่าในปีนี้มากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน น้ำยังไหลเข้าท่วมถนนสาย ตะพานหิน-เขาทรายซึ่งเป็นถนนทางหลวง ระหว่างหน้าอ.ทับคล้อ จนถึงตลาดทับคล้อน้ำท่วมสูงกว่า 70 ซม. รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ สร้างความลำบากให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างมาก
Tags : น้ำท่วม
ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น