กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : คุณภาพชีวิต

วันที่ 10 มีนาคม 2553 14:15

แนะงัดกรอบความร่วมมือแก้วิกฤติแม่น้ำโขง

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

นักวิชการแนะงัดกรอบความร่วมมือ"แอคเมคส์-จีเอ็มเอส-ประชาคม"ที่ใช้ลุ่มน้ำโขงร่วม เหตุเป็นทรัพยากรโลก

ขอนแก่น (10 มี.ค.) -ดร.รังสรรค์ เนียมสนิท รองอธิการบีดฝ่ายแผนและสารสนเทศ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ ผอ.สถาบันยุทธศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะตามลุ่มน้ำโขงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ว่า สภาพภัยแล้งที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากการสร้างเขื่อนของจีน แต่อีกส่วนหนึ่งก็อาจจะมาจากคามสมดุลของธรรมชาติที่เปลี่ยนไปก็ได้ 

ซึ่งผลจากการที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลงนอกจากจะส่งผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจ เรือขนส่งสินค้าไม่สามารถเดินเรือได้ โดยเฉพาะที่จ.หนองคาย ระดับน้ำลดลงอย่างชัดเจน ในเชิงสังคมก็อาจจะเกิดปัญหาตามมา ทั้งเรื่องของระบบนิเวศน์ที่เปลี่ยนไป ปลาลดน้อยลง วิถีชีวิตของชาวบ้าน ชุมชนบริเวณลุ่มน้ำเริ่มเปลี่ยนไป อนาคตชาวบ้านอาจจะต้องปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้ประโยชน์จากแม่น้ำโขงไปก็ได้  

ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดขึ้นขณะนี้ได้ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้นทางออกของปัญหานี้คือ ประชาคมทุกภาคส่วนต้องมองว่าวิกฤติน้ำโขงซึ่งเป็นทรัพยากรของโลกที่ทุกฝ่ายจะต้องแก้ปัญหาร่วมกัน โดยการแก้ไขปัญหาน้ำโขงไม่ใช่เฉพาะเวทีของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (เอ็มอาร์ซี) เท่านั้น แต่เรายังมีกรอบความร่วมมือหลายด้าน ทั้งกรอบแอคเมคส์ จีเอ็มเอส รวมทั้งประชาคมอาเซียน

"ส่วนการที่จีนและพม่าไม่ได้เป็นสมาชิกเอ็มอาร์ซี ทำให้ไม่ได้รับความร่วมมือในการแก้ปัญหานั้น ผมไม่อยากให้มีการอ้างเงื่อนไขการเป็นหรือไม่เป็นสมาชิก แต่เราต้องดูข้อเท็จจริงว่า ขณะนี้มีประเทศใดบ้างที่ใช้เส้นทางหรือใช้ประโยชน์จากแม่น้ำโขง ไม่เฉพาะประเทศสมาชิกฯ เท่านั้น แต่อยากให้มองว่าแม่น้ำโขงเป็นทรัพยากรของโลกที่ต้องแก้ปัญหาร่วมกัน ซึ่งผมเข้าใจว่าจีนอาจจะมีความจำเป็นในเรื่องของการใช้น้ำ แต่คนที่อยู่ปลายน้ำก็มีความจำเป็นยิ่งกว่า ดังนั้นเรื่องดังกล่าวจะต้องเร่งพูดคุยหารือร่วมกัน"

ดร.รังสรรค์ ยังกล่าวเสนอแนะว่า ทางออกของการร่วมแก้ไขวิกฤติแม่น้ำโขงในระยะยาว จะต้องมีการศึกษาวิจัยว่า ระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดระดับลงมากน้อยแค่ไหน สาเหตุมาจากอะไร จีนมีการกักเก็บน้ำไว้ในปริมาณเท่าไร ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วจะสามารถปล่อยน้ำลงมาในพื้นที่ตอนล่างได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งต้องอาศัยเวทีความร่วมมือ โดยใช้กรอบประชาคมอาเซียน เพราะถือว่าเราเป็นพันธมิตรร่วมกันและต้องเร่งหารือโดยด่วน เพราะวิกฤติน้ำโขงเริ่มเห็นสัญญาณมาตั้งแต่ปีที่แล้ว มาปีนี้น้ำยิ่งลดหนัก และปีหน้าอาจจะวิกฤติหนักยิ่งขึ้น 
 

 

Tags : ดร.รังสรรค์ เนียมสนิท รองอธิการบีดฝ่ายแผนและสารสนเทศ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

advertisement

advertisement

advertisement