กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง : คุณภาพชีวิต

วันที่ 26 ธันวาคม 2552 03:03

ศิริราช ผ่าตัดตับผู้ใหญ่สู่ผู้ใหญ่สำเร็จ

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ทีมแพทย์ศิริราช ผ่าตัดตับลูกชายวัย 20ปี มอบให้บิดาวัย 56ปีป่วยระยะสุดท้ายสำเร็จ 7วันกลับบ้านได้ ผู้ป่วย 14วันกลับบ้านได้

ที่โรงพยาบาลศิริราช วันที่ 25 ธ.ค.2552 เวลา 10.00 น. ศ.คลินิก น.พ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย ศ.นพ.ศุภกร โรจนนินทร์ หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ น.พ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร หัวหน้าทีมผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ และ น.พ.สมชัย ลิ้มศรีจำเริญ ทีมแพทย์ผ่าตัด ร่วมแถลงข่าว"ศิริราชเปลี่ยนตับผู้ใหญ่สู่ผู้ใหญ่สำเร็จเป็นแห่งแรกในประเทศไทย" 

มีผู้รับบริจาคและผู้บริจาคมาร่วมในงานดังกล่าว ประกอบด้วย นายศิริศักดิ์ ชีวาจร อายุ 56 ปี ผู้ป่วยภาวะตับแข็งระยะสุดท้าย และนายชนาธิป ชีวาจร อายุ 20 ปี บุตรผู้ให้บริจาคตับกลีบขวาให้กับบิดา โดยทั้งคู่มีสภาพร่างกายที่แข็งแรงดี 

ศ.คลินิก น.พ.ธีรวัฒน์ กล่าวว่า เป็นอีกข่าวดีของวงการแพทย์ที่สามารถผ่าตัดเปลี่ยนตับผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ให้แก่ผู้ป่วยได้สำเร็จครั้งแรกของประเทศไทย โดยการผ่าตัดเปลี่ยนตับที่ผ่านมาผู้ป่วยจะต้องรอตับที่ได้รับการบริจาคจากผู้ที่มีภาวะสมองตาย โดยเฉลี่ยใช้เวลานาน 6 เดือนไปจนถึง 1 ปี เนื่องจากจำนวนผู้บริจาคอวัยวะต่ำมาก โดยข้อมูลที่ผ่านมาพบว่า อัตราการบริจาคอวัยวะทั่วไปในประเทศไทยมีเพียง 1.2 รายต่อประชากร 1 ล้านคน หรือตกปีละประมาณ 100 รายต่อปีเท่านั้น ขณะที่ผู้ป่วยรอเปลี่ยนตับในประเทศไทยมีประมาณ 150-200 รายต่อปี และในจำนวนนี้ต้องเสียชีวิตในระหว่างรอตับสูงถึงร้อยละ 20 ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้ถือว่าช่วยแก้ปัญหาที่ผ่านมาได้ 

ด้าน น.พ.ยงยุทธ กล่าวว่าแล้วโรงพยาบาลศิริราชทำการผ่าตัดเปลี่ยนตับมาตั้งแต่ปี 2545 โดยเปลี่ยนตับให้แก่ผู้ป่วยมากที่สุดของประเทศไทยถึง 98 ราย ขณะที่การผ่าตัดเปลี่ยนตับจากผู้ใหญ่สู่ผู้ใหญ่ถือเป็นครั้งแรก โดยวิธีการผ่าตัดที่ดำเนินการอยู่นั้นได้รับการยอมรับจากสากลว่า "เป็นวิธีที่ดีที่สุด" ผู้ป่วยจะมีอัตราการรอดชีวิตมากกว่าร้อยละ 85 

ซึ่งผู้ป่วยที่ควรได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนตับ คือ 1.ผู้ป่วยที่มีภาวะตับแข็งระยะสุดท้ายจากโรคไวรัสตับอักเสบบี   ซี และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2.ผู้ป่วยที่มีภาวะตับวาย และ 3.ผู้ป่วยมะเร็งตับระยะเริ่มแรกที่ยังไม่มีการแพร่กระจาย 

น.พ.ยงยุทธ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันการผ่าตัดแบ่งเป็นการเปลี่ยนตับจากผู้บริจาคที่มีภาวะสมองตาย และการเปลี่ยนตับจากผู้บริจาคที่มีชีวิตอยู่ สามารถเปลี่ยนตับจากผู้ใหญ่สู่เด็ก และจากผู้ใหญ่สู่ผู้ใหญ่ ซึ่งกรณีของการเปลี่ยนตับผู้ใหญ่สู่ผู้ใหญ่ยังไม่เคยมีการผ่าตัดสำเร็จในประเทศไทยมาก่อน และจะทำได้เฉพาะกรณีที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด อย่าง บิดา มารดา บุตร พี่ น้อง ขณะที่สามีภรรยาควรแต่งงานไม่น้อยกว่า 3 ปี เนื่องจากป้องกันการลักลอบซื้ออวัยวะ และผู้บริจาคต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป รวมทั้งร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรค 

ส่วนกรณีนายศิริศักดิ์นั้น ได้ดำเนินการผ่าตัดไปเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2552 โดยได้รับบริจาคจากบุตรชายแท้ๆ คือ นายชนาธิป ซึ่งทีมแพทย์ได้ทำการผ่าตัดตับกลีบขวาของนายชราธิปเฉลี่ยร้อยละ 60 ของเนื้อตับทั้งหมดให้แก่บิดา โดยต้องเลาะเส้นเลือดแดง เส้นเลือดดำ ท่อน้ำดีของตับกลีบขวาออกโดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อตับกลีบซ้ายที่เหลือของผู้บริจาค 

น.พ.ยงยุทธ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังต้องเลาะเส้นเลือดดำใหญ่ที่รับเลือดจากตับเข้าสู่หัวใจออกมาด้วย ขณะเดียวกันหลังจากเลาะตับออกจากนายชนาธิปแล้ว ยังต้องเย็บเชื่อมต่อเส้นเลือดของทั้งนายชนาธิป และนายศิริศักดิ์ ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญมาก เพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยของทั้งคู่ ซึ่งการผ่าตัดทั้งหมดใช้เวลา 7 ชั่วโมง 28 นาที 

ทั้งนี้หลังรับการผ่าตัดพบว่า ทั้งคู่มีสภาพการฟื้นตัวอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ โดยเฉพาะการทำงานของตับใหม่สามารถทำงานได้ทันที ผู้ป่วยไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน และทางแพทย์อนุญาตให้นายชนาธิป กลับบ้านได้หลังจากผ่าตัดแล้ว 7 วัน ส่วนนายศิริศักดิ์ จะอนุญาตให้กลับบ้านได้หลังจากผ่าตัด 1 4 วัน เพราะต้องปรับระดับยากดภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้บริจาคตับไม่ต้องกังวล เนื่องจากโดยปกติตับถือเป็นอวัยวะที่งอกใหม่ได้ โดยจะงอกขึ้นมาใหม่ภายในเวลาไม่เกิน 1 เดือน 

"จริง ๆ แล้วต่างประเทศเคยทำการผ่าตัดวิธีนี้มาก่อนแล้ว ทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น แต่การผ่าตัดของต่างชาติมีราคาสูงมากหลายล้านบาท อาทิ สิงคโปร์ ต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 5 ล้านบาท อังกฤษประมาณ 10 ล้านบาท แต่สำหรับประเทศไทยมีค่าใช้เพียง 8 หมื่นไปจนถึงแสนบาท ซึ่งถือว่าถูกที่สุดแล้ว แม้ทุกๆปีจะต้องเสียค่ายากดภูมิคุ้มกันอีกร่วม 100 ,000 บาท ซึ่งต้องกินไปตลอดชีวิตก็ตาม อย่างไรก็ตาม การรักษาพยาบาลที่ศิริราชจะมีกองทุนช่วยเหลือผู้ขาดแคลน ซึ่งจะพิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละราย เนื่องจากการผ่าตัดเปลี่ยนตับในปัจจุบันไม่อยู่ในการดูแลของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสำนักงานประกันสังคม" นพ.ยงยุทธ กล่าว

Tags : ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ ศิริราช

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement