เอ็นจีโอ เดินหน้า 181 โครงการที่เข้าข่ายที่ต้องปฎิบัติตามมาตรา 67 วรรคสอง โดยได้ส่งหนังสือเตือนไปยังบริษัทเหล่านั้นแล้ว
นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมสภาวะแวดล้อม กล่าวว่า ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาให้ 65 โครงการ จาก 76 โครงการในมาบตาพุดต้องชะลอโครงการตามที่ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งระงับชั่วคราวให้ให้ปฏิบัติตามมาตรา 67 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ 2550
ส่วนอีก 11 โครงการซึ่งเป็นโครงการอุตสาห กรรมสะอาดนั้นสามารถดำเนินการต่อไปได้ โดยอยู่ในลำดับที่ 16 , 22 , 37 , 41 , 45 , 50 และ 54 ซึ่งในส่วนของคมนาคม คือ โครงการลำดับที่ 2 , 3 , 4 และ 6 อย่างไรก็ตาม ค่อนข้างพอใจในคำตัดสินของศาลอย่างมาก และถือว่าชนะแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะหน่วยงานที่ต้องออกระเบียบและกฎหมายรองรับ
ในส่วนเอกชนที่ต้องเร่งประเมินผลกระทบด้านสุขภาพก็ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อนำมายื่นกับศาลประกอบการพิจารณาต่อไป
ขณะที่คณะกรรมการ 4 ฝ่ายเพื่อแก้ไขปัญหามาบตาพุดชุดของนายอานันท์ ปันยารชุน ที่ก่อนหน้านี้ประเมินว่าจะใช้เวลา 4-5 เดือนในการประเมินและคัดแยกโครงการในมาบตาพุด ก็คงร่นเวลาทำงานได้เร็วขึ้นเหลือเพียง 1 เดือนก็อาจเป็นไปได้ เพราะศาลได้ช่วยคัดแยกโครงการ ออกไปถึง 11 โครงการแล้ว ในส่วนของสมาคมฯก็จะเดินหน้าใน 181 โครงการที่ได้ประเมินไว้ว่าเข้าข่ายที่ต้องปฎิบัติตามมาตรา 67 วรรคสอง ซึ่งได้ส่งหนังสือเตือนไปยังบริษัทเหล่านั้นแล้ว
สำหรับ 11 โครงการที่ศาลไม่ระงับโครงการต่อไปนั้น ประกอบด้วย ด้านอุตสาหกรรม อาทิ โครงการเชื้อเพลิงพลังสะอาดและปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ ที่นิคมมาบตาพุดของ บริษัท โรงกลั่นน้ำมันระยอง จำกัด มหาชน โครงการปรับปรุงระบบหมุนเวียนก๊าซกลับคืนของโรงงานผลิตเมล็ดพลาสติกโพลิพิลิน ของบริษัทเอชเอ็มอีโพลิเมอส์ จำกัด โครงการผลิตเชื้อเพลิงสะอาดและเพิ่มผลิตภาพไบโอดีเซล (ขอเปลี่ยนรายละเอียดโครง การ) ของโรงกลั่นสตาร์
โครงการติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำเอเชื้อเพลิงและเพิ่มผลิตภัณฑ์ ไบโอดีเซล บริษัทปตท.อะโกรเมติกส์จำกัด เป็นต้น
Tags : สมาคมสภาวะแวดล้อม • เอ็นจีโอ • มาบตาพุด