กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

การเมือง : คุณภาพชีวิต

วันที่ 2 ธันวาคม 2552 15:43

รายละเอียดคำสั่งศาลปกครองสูงสุดคดีมาบตาพุด

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งให้ 11 โครงการ จากทั้งหมด 76 โครงการเดินหน้าต่อไปได้ มีรายละเอียดคำสั่งและรายชื่อโครงการดังนี้

คำสั่งศาลปกครองสูงสุดในคดีคำร้องที่ ๕๘๖/๒๕๕๒
(คดีมาบตาพุด)

ศาลปกครองสูงสุดได้นัดอ่านคำสั่งในคดีคำร้องที่ ๕๘๖/๒๕๕๒ ระหว่าง สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กับพวกรวม ๔๓ คน (ผู้ฟ้องคดี)  คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ กับพวกรวม ๘ คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) บริษัท เหมราช อีสเทิร์นซีบอร์ด อินดัสเตรียลเอสเตท จำกัด กับพวกรวม ๓๖ คน (ผู้มีส่วนได้เสีย) เป็นคดีที่ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ กับพวกรวม ๘ คน ได้ร่วมกันให้ความเห็นชอบอนุมัติ อนุญาต โครงการหรือกิจกรรมจำนวน ๗๖ โครงการ ที่ดำเนินการในพื้นที่มาบตาพุดและบริเวณใกล้เคียง โดยไม่ดำเนินการให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา ๖๗ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ กรณีเป็นโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพจะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย รวมทั้งให้องค์กรอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติ หรือด้านสุขภาพให้ความเห็นชอบก่อนมีการดำเนินการ จึงขอให้เพิกถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพิกถอนใบอนุญาต และให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งแปดดำเนินการออกระเบียบหรือหลักเกณฑ์ หรือการอื่นใดตามขั้นตอนของกฎหมายภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา

ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งว่า สิทธิของบุคคลที่บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๖๗ บัญญัติรับรองไว้ ย่อมได้รับความคุ้มครอง การที่ยังไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการใช้สิทธิดังกล่าวนั้น ไม่ใช่เหตุที่องค์กรของรัฐจะยกขึ้นมาเป็นข้ออ้างเพื่อปฏิเสธไม่ให้ความคุ้มครองสิทธิดังกล่าวได้ เพราะโดยหลักการใช้และการตีความกฎหมาย เจตนารมณ์ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ จะมีผลตามที่บัญญัติโดยทันทีไม่ว่าจะมีบทบัญญัติให้ต้องมีการตรากฎหมายกำหนดรายละเอียดในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งในกรณีนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยมีคำวินิจฉัยที่ ๓/๒๕๕๒ ตั้งแต่วันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๒ ซึ่งเกี่ยวกับพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ นี้เองว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มีเจตนารมณ์

ให้สิทธิและเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้รับรองไว้มีสภาพบังคับได้ทันทีที่รัฐธรรมนูญประกาศให้มีผลใช้บังคับโดยไม่ต้องรอให้มีการบัญญัติกฎหมายอนุวัติการมาใช้บังคับก่อน ดังนั้น ก่อนการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมใดๆ
ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ จึงต้องดำเนินการ
ให้ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ ทั้งหลายที่กำหนดไว้ในมาตรา ๖๗ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญดังกล่าว เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีทั้งแปดได้อนุมัติโครงการหรือกิจกรรมทั้ง ๗๖ โครงการไปโดยไม่ได้ดำเนินการให้ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์มาตรา ๖๗ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญดังกล่าว การกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งแปดจึงน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำฟ้องของผู้ฟ้องคดีทั้งสี่สิบสามคนจึงมีมูล จึงเป็นการสมควรให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งแปดได้ตรวจสอบและศึกษาพิจารณาก่อนที่พิจารณาอนุมัติให้มีการดำเนินการตามโครงการทั้ง ๗๖ โครงการ ตามนัยมาตรา ๖๗ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ให้ครบถ้วนตามอำนาจหน้าที่ จึงมีเหตุเพียงพอที่ศาลจะมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษาตามคำขอของผู้ฟ้องคดีทั้งสี่สิบสามคน

ในเรื่องความรับผิดชอบของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ และจะก่อให้เกิดปัญหาอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐหรือไม่ ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า หลังจากที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๖๗ มีผลใช้บังคับหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ต้องอนุมัติ อนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว ได้หารือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตอบข้อหารือปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิบัติตามมาตรา ๖๗ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ว่า บทบัญญัติดังกล่าวยังไม่มีผลใช้บังคับทันที เพราะมีบทเฉพาะกาลตามมาตรา ๓๐๓ (๑) กำหนดให้มีผลใช้บังคับภายใต้เงื่อนไขที่ต้องมีกฎหมายกำหนดรายละเอียดเสียก่อน  ดังนั้น  หน่วยงานผู้รับผิดชอบที่จะอนุญาตจึงสามารถพิจารณาออกใบอนุญาต
ให้แก่โครงการหรือกิจกรรมที่ได้รับความเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้ ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าการให้ความเห็นทางกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ว่าโครงการหรือกิจกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๖๗ ทันที ซึ่งมาตรา ๒๑๖ วรรคห้า ของรัฐธรรมนูญดังกล่าว ได้บัญญัติให้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาลและองค์กรอื่นของรัฐ ความเห็นทางกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจึงต้องผูกพันตามแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงมีผลผูกพันให้คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการตามมาตรา ๖๗ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ 

นอกจากนั้น ยังได้เคยมีการศึกษาการประเภทโครงการหรือกิจกรรมที่มีผลกระทบอย่างรุนแรง โดยได้กำหนดไว้ ๑๙ ประเภทกิจการ ตามร่างประกาศโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ และผ่านการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้งสี่ภูมิภาคแล้ว แต่มิได้นำออกประกาศใช้จนกระทั่งมีการฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ จึงได้ออกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดประเภทโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงเมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๒ โดยกำหนดให้เหลือเพียง ๘ ประเภทกิจการ ส่วนกฎหมายเกี่ยวกับการจัดตั้งองค์การอิสระทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ได้เคยมีคำสั่งที่ ๗๔/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๑ แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาและยกร่างกฎหมายดังกล่าว และได้ผ่านความเห็นชอบจากประชาชนทั้งสี่ภูมิภาคเช่นกัน แต่มิได้ดำเนินการเพื่อนำออกใช้ จนกระทั่งมีการฟ้องคดีต่อศาลปกครองชั้นต้นและขณะนี้ก็ยังมิได้ดำเนินการให้แล้วเสร็จ จากข้อเท็จจริงดังกล่าวแสดงถึงการขาดการติดตามและการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังของผู้ถูกฟ้องคดีที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานของรัฐที่มิได้ดำเนินการให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ จึงเป็นความรับผิดชอบของผู้ฟ้องคดีโดยตรงที่ไม่ได้ดำเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญดังกล่าว

สำหรับการที่ศาลมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษาจะก่อให้เกิดปัญหาอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นแก่การบริหารงานของรัฐหรือไม่ ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า หากจะเกิดปัญหาอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐจากคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวของศาลก็เป็นเรื่องที่สืบเนื่องโดยตรงมาจากการละเลยไม่ดำเนินการหรือความล่าช้าของผู้ถูกฟ้องคดีเองที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ  ดังนั้น การที่เจ้าของโครงการหรือกิจกรรมนั้นจะต้องชะลอการดำเนินการก่อสร้าง ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามโครงการของตนออกไป อันส่งผลกระทบต่อธุรกิจและเศรษฐกิจของภาคเอกชน

รวมทั้งมีผลกระทบต่อการบริหารงานด้านเศรษฐกิจของรัฐ จึงมิใช่เนื่องมาจากคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวของศาลโดยตรง แต่อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างต่อเนื่องเพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชนถือเป็นสิทธิอันชอบธรรมไม่เฉพาะประชาชนที่อยู่อาศัยในบริเวณดังกล่าวในปัจจุบันนี้เท่านั้นที่สมควรได้รับและได้รับการเอาใจใส่ดูแล แม้ผู้ที่จะมาอาศัยอยู่ในบริเวณนี้ในอนาคตก็ควรจะต้องได้รับด้วยเช่นกัน นอกจากนี้การบริหารจัดการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมดังกล่าวในอารยประเทศ ถือเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบที่สำคัญของรัฐที่รัฐจะต้องดำเนินการ  ดังนั้น เมื่อพิจารณาถึงการบริหารงานของรัฐด้านเศรษฐกิจกับด้านพัฒนาสังคม คุณภาพชีวิตของประชาชน และสิทธิชุมชนแล้ว เห็นได้ว่าความเสียหายที่เจ้าของโครงการหรือกิจกรรมจะได้รับอาจเป็นเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่ง อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมาย ในกรณีนี้ได้แก่ รัฐธรรมนูญ อันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติใบอนุญาตได้พิจารณาผลการประเมินในเรื่องต่าง ๆ ให้ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ หากจะเป็นการกระทบต่อสิทธิของเจ้าของโครงการแต่ก็มิได้เป็นการจำกัดสิทธิการดำเนินการโดยสิ้นเชิง เพียงแต่กรณีเป็นโครงการหรือกิจกรรมใดที่อยู่ในประเภทที่มีผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงก็ต้องดำเนินการ ตามนัยมาตรา ๖๗ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ให้ครบถ้วนก่อน ประกอบกับโครงการหรือกิจกรรมเหล่านั้นต้องมีความรับผิดชอบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และให้ความสำคัญถึงสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนที่จะต้องสุ่มเสี่ยงกับการได้รับมลพิษจากผลิตผลของการดำเนินการผลิตด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม แม้ในการพิจารณาตามคำขอของผู้ฟ้องคดีทั้งสี่สิบสามคนเป็นที่ประจักษ์ของศาลว่า คำฟ้องมีมูล และมีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองตามที่ขอนั้นมาใช้ได้ตามหลักเกณฑ์ตามที่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษาก็ตาม ในชั้นนี้ เมื่อพิจารณาเบื้องต้นตามประเภทลักษณะของโครงการหรือกิจกรรมแล้ว ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า บางโครงการหรือกิจกรรมไม่น่าจะก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงอย่างชัดเจน แต่เป็นโครงการหรือกิจกรรมที่มุ่งควบคุมหรือบำบัดมลพิษหรือติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมเท่านั้น จึงยังไม่สมควรที่จะมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา ได้แก่ โครงการหรือกิจกรรมประเภทอุตสาหกรรม ลำดับที่ ๑๖, ลำดับที่ ๒๒, ลำดับที่ ๓๗, ลำดับที่ ๔๑, ลำดับที่ ๔๕, ลำดับที่ ๕๐, ลำดับที่ ๕๔ และประเภทคมนาคม ลำดับที่ ๒, ลำดับที่ ๓, ลำดับที่ ๔ และลำดับที่ ๖

ส่วนโครงการหรือกิจกรรมที่เหลือนั้น เมื่อพิจารณาหลักเกณฑ์ตามประกาศของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ เรื่อง โครงการหรือกิจกรรมเกี่ยวกับการอุตสาหกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ลงวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๒ ได้กำหนดไว้ ๘ ประเภทโครงการหรือกิจกรรมที่รุนแรง และตามร่างประเภทโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพที่ได้กำหนดไว้ ๑๙ ประเภทโครงการ ซึ่งได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมาแล้ว และเป็นโครงการหรือกิจกรรมที่เจ้าหน้าที่ของรัฐได้กำหนดให้เป็นโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง นั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า โครงการหรือกิจกรรมในส่วนที่เหลือซึ่งประกอบไปด้วยโครงการปิโตรเคมีและท่อส่ง โครงการเหล็ก นิคมอุตสาหกรรม และสวนอุตสาหกรรม ท่าเทียบเรือ โรงไฟฟ้า โรงบำบัดกำจัดของเสียอันตรายจากอุตสาหกรรม เป็นประเภทโครงการหรือกิจกรรมที่กำหนดไว้ในประกาศดังกล่าว จึงน่าเชื่อว่าเป็นโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ  ถ้าโครงการหรือกิจกรรมดังกล่าวได้ดำเนินการให้ครบถ้วนตามมาตรา ๖๗ วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๒ แล้ว ผู้ถูกฟ้องคดีหรือผู้มีส่วนได้เสีย อาจมีคำขอต่อศาลที่คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาให้มีคำสั่งแก้ไขหรือยกเลิกวิธีการชั่วคราวได้

ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำสั่งแก้คำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นเป็นให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งแปดสั่งระงับโครงการหรือกิจกรรมตามเอกสารหมายเลข ๗ ท้ายคำฟ้อง ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือศาลมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ยกเว้นโครงการหรือกิจกรรมประเภทอุตสาหกรรม ลำดับที่ ๑๖, ๒๒, ๓๗, ๔๑ ๔๕, ๕๐ และ ๕๔ และประเภทคมนาคม ลำดับที่ ๒, ๓, ๔, และ ๖ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น

Tags : มาบตาพุด

เอกสารประกอบข่าว
คำสั่งศาลปกครองสูงสุด
รายชื่อ76โครงการ
คำสั่งศาลปกครองสูงสุด ฉบับเต็ม

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12

21Millionaireระบบอัฉริยะ การันตีรายได้ 50,000฿/เดือน ภายใน 1 ปี ลงทุนต่ำ $10/เดือน

21Millionaire ระบบอัฉริยะ การันตีสร้างรายได้อย่างมั่นคง 50,000 บาท/เดือน ภายใน 1 ปี และคุณสามารถทำโบนัส $100 $200 $400 ใน 7 วัน ครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยระบบล้ำยุคและเทคนิคที่ยอดเยี่ยมพัฒนาใหม่ล่าสุดลงทุนต่ำ $10/เดือน 21Millionaire สุดยอดธุรกิจ Onlineอันดับหนึ่งในโลก internet ปัจจุบันนี้

รับ เงินดอลล่าร์ง่ายๆ ผ่านหน้าคอมฯ กับบริษัทเติบโตเร็วที่สุดอันดับที่ 37 ของอเมริกา!! ที่นี่ ดิฉันฉีกกฎเกณฑ์การทำ GDI แบบเดิมๆ อย่างสิ้นเชิง ปฏิวัติสู่การการันตี รายได้ 50,000 บาท ภายใน 12 เดือน หรือ 1 ปี คุณจะได้เรียนรู้เทคนิคการสร้างรายได้บน Internetที่เร็วที่สุดในโลก

สุด ยอดเทคนิควิธีทำ เงิน $100 อย่างรวดเร็วใน 1 สัปดาห์ เปิดเผยวิธีสร้าง การทำเงินแบบอัตโนมัติ ( Auto-Pilot ) โกยเงินดอลล่าร์เข้ากระเป๋าแบบสบายๆ สร้างเงิน 100,000 เข้ากระเป๋า ทุกเดือน ชั่วชีวิต! สอนทุกอย่างแบบ Step by Step ตั้งแต่ เริ่มต้นสมัคร - วิธีทำงาน - จนถึงรับเงิน ทดลองสร้างธุรกิจด้วยตัวคุณเองฟรี 7 วัน ทุกอย่างฟรี 100%

คุณจะไม่เสียอะไรเลย ถ้าคุณไม่ชอบมันครับ

ระบบ 21Millionaire ให้อะไรกับคุณบ้าง?

1.สามารถสร้างรายได้ได้ง่ายและเร็วที่สุดในโลก

2.สามารถทำธุรกิจได้ทุกที่ทั่วโลกผ่าน Internet

3.รายได้ไม่จำกัด คุณสามารถกำหนดเองได้

4.ผมเลือกบริษัทที่มีความมั่นคงสูงมากๆ

5.ไม่จำกัดอายุเค้าวัดกันที่ความมุ่งมั่น ( เด็กอายุ 17 ปีทำรายได้หลักหมื่นได้แล้ว )

6.มีระบบการเรียนรู้และให้คำปรึกษาผ่าน Internet และ โทรศัพท์ ระบบการทำ Marketingผ่านสื่อเพื่อขยายธุรกิจไปทั่วโลก

7.มีทีมที่ปรึกษามืออาชีพทั้งในและต่างประเทศ

8.ระบบมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของนักธุรกิจในเครือทุกคน

พบความสมบูรณ์แบบได้ที่ http://www.21millionaire.com/index.php?userid=bikiner

ความคิดเห็นที่ 11

ขอค้านคุณอานันท์
คุณไปแค่ได้กลิ่นมา
แต่ไม่เคยสำรวจให้เห็นจริงนะครับ

โปรดดูจดหมายถึงนายกฯ
เรื่อง ประชาชนมาบตาพุดต้องการอุตสาหกรรมต่อไป และโปรดพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย

ได้ที่ http://www.thaiappraisal.org/thai/letter/letter17.htm

ความคิดเห็นที่ 10

สุดท้ายก็คือจเว็จ

ความคิดเห็นที่ 9

มีอำนาจอะไรมาบังคับภาคเอกชน ถ้าเอกชนไม่ทำตามซะอย่าง โทษทางอาญาก็ไม่มี

ความคิดเห็นที่ 8

หมาบัง ณ.มาตุภูมิไปไหน เห็นออกข่าวว่าสำนึกผิดแล้วไม่ใช่หรือ เงินที่ใช้ตั้งพรรคเอามาคืนชาติเสียเถิดนะ
ได้เงินค่าจ้างแล้ว รีบทำรีบหนีไม่เช็คตรวจสอบก็อย่างนี้แหละพี่น้องไท

ความคิดเห็นที่ 7

หมาบัง ณ.มาตุภูมิไปไหน เงินที่ใช้ตั้งพรรคเอามาคืนชาติเสียเถิดนะ
ได้เงินค่าจ้างแล้ว รีบทำรีบหนีไม่เช็คตรวจสอบก็อย่างนี้แหละพี่น้องไท

ความคิดเห็นที่ 6

ต้องดูรายละเอียดของบริษัทเจ้าของ 65 โครงการที่ถูกระงับว่าเริ่มเดินหน้าลงทุน ทำโครงการ โดยไม่สนใจทำการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ถามชาวบ้านให้ช่วยกันพิจารณ์ก่อน หาวิธีป้องกัน โดยยึดตาม รธนเก่า ปี 40 มากี่ปีแล้ว...เกือบ 3 ปีมานี้ ชาวบ้านเห็นแต่นักการเมืองในสภาตั้งหน้า ตั้งตามุ่งแต่จะแก้ รธน ปี 50 เพื่อช่วยคืนทรัพย์ที่ถูกอายัด ให้นายใหญ่ดูไบ ช่วยนิรโทษกรรมให้นักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ์ มุ่งแต่จะโละคนตรวจสอบโกงกิน โละองคมนตรี..แต่ไม่เห็นมีหมาธุรกิจการเมืองตัวไหนสนใจเรื่องโครงการใหญ่ของเอกชนที่มีผลใหญ่หลวงต่อประเทศไทย กำลังติดขัดอุปสรรค เรื่องไม่ได้ศึกษาและหาวิธีการป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ต่อชาวบ้าน

ความคิดเห็นที่ 5

พังหละซิคราวนี้(หูบ๊อ+เก๋าเจ็ง....หูบ๊อ+เก๋าเจ็ง....หูบ๊อ+เก๋าเจ็ง....หูบ๊อ+เก๋าเจ็ง....หูบ๊อ+เก๋าเจ็ง....หูบ๊อ+เก๋าเจ็ง....หูบ๊อ+เก๋าเจ็ง....)

ความคิดเห็นที่ 4

ไม่ใช่ว่า ไม่สนใจใยดี

กม.รัฐธรรมนูญใหม่ออกมา แต่กม.ลูกไม่ออก คนทำโครงการก็ต้องทำตามกม.เก่าที่มีอยู่ต่อไป

ถามรัฐแล้วว่า จะให้ทำไง เค้าตอบมาแบบนี้ ก็ทำทุกอย่างตามที่บอกแล้ว

แล้วจะให้ทำไง

ที่เป็นงี้ เพราะประเทศไทยมัวแต่แข่งกีฬาสีอยู่ เลยไม่ไปไหนซักที

ความคิดเห็นที่ 3

หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบเรื่องนี้รวมทั้งที่อนุมัติโครงการเหล่านี้ให้เดินหน้าไปโดยละเลยต่อความครบถ้วนของกระบวนการที่เหมาะสมควรต้องออกมารับผิดชอบในเรื่องนี้ ถ้าผู้ลงทุนมีความบริสุทธิ์ใจแต่ต้นก็ต้องฟ้องทางแพ่งต่อหน่วยงานรัฐเหล่านี้ด้วยเพราะทำให้เกิดความเสียหาย ยกเว้นเข้าข่ายไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ เท่านั้นแหละ

ความคิดเห็นที่ 2

หนึ่งความยุติธรรม ที่มีอยู่จริงในสังคม ที่กำลังพัฒนา ที่ไม่ได้เห็นแต่เงินๆ เป็นตัวตั้ง สิ่งที่เราเรียกร้อง และขอให้ยึดเป็นแบบอย่างของการพัฒนา ดูความต้องการของคนในประเทศ พัฒนาอย่างพอเพียง แล้วจะยังยืน ยินดีกับทีมงาน นักต่อสู้ทั้งหมด ที่เอาชีวิตเป็นเดิมพัน กับการก้าวไปข้างหน้าของการพัฒนาประเทศนี้ ยินดีด้วยจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 1

แย่ว่ะ บริษัทของ 60 กว่าโครงการพวกนี้เดินหน้าลงทุนทำงานไปก่อนไปเป็นปี เป็นชาติ โดยไม่สนใจ ใยดี เรื่องสิ่งแวดล้อมเรื่องทำอีไอเอ คำตัดสินเลยออกมาอย่างนี้

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

Video

advertisement

advertisement

advertisement