กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : คุณภาพชีวิต

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2552 17:44

500 องค์กรผนึกต้านเอ็กซ์โปบุหรี่ในไทย

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

500องค์กร ต้านงานเอ็กซ์โปบุหรี่ ยื่น 50,000ชื่อจี้นายกฯสั่งหน่วยงานคว่ำบาตร รองเลขานายกฯ ร่วมงานและรับเรื่องเข้าครม.พิจารณา ยันไม่เห็นด้วย

ที่โรงแรมสยามซิตี้ เมื่อเวลา 9.30 น. เครือข่ายต้านเอ็กซ์โปบุหรี่ การรวมตัวขององค์กรด้านสุขภาพกว่า 500 องค์กร เช่น มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เครือข่ายเภสัชศาสตร์เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และเครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดภัยบุหรี่ 17 องค์กร ฯลฯ ร่วมจัดงานแถลงข่าว "ต้านเอ็กซ์โปบุหรี่ TABINFO ASIA 2009"  งานแสดงสินค้าและการประชุมครบวงจรของอุตสาหกรรมยาสูบระหว่างวันที่ 11-12 พฤศจิกายน ที่อิมแพค เมืองทองธานี    

ทั้งนี้ เครือข่ายฯ ได้รวบรวมรายชื่อกว่า 50,000 รายชื่อ พร้อมข้อเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรีพิจารณาให้ทุกหน่วยงานของรัฐปฏิบัติตามข้อตกลง มาตรา 5.3 ว่าด้วยกรอบอนุสัญญาควบคุมการบริโภคยาสูบขององค์การอนามัยโลก คือ ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมใดๆ ของธุรกิจยาสูบ

น.พ.หทัย ชิตานนท์ ประธานเครือข่ายฯ กล่าวว่า ในแต่ละปีทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากบุหรี่เกือบ 5.5 ล้านคน โดยร้อยละ 70 เป็นคนของประเทศที่มีรายได้ต่ำ รวมทั้งประเทศกำลังพัฒนา เนื่องจากประเทศที่เจริญแล้วคนส่วนใหญ่จะไม่สูบบุหรี่ เพราะรู้เท่าทัน ดังนั้น อุตสาหกรรมยาสูบจึงหันมาขยายตลาดในประเทศกำลังพัฒนามากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีมาตรการควบคุมยาสูบเข็มแข็งมาโดยตลอด หากสามารถรุกคืบได้ย่อมส่งผลดีต่อทั่วโลก เห็นได้จากพวกอุตสาหกรรมยาสูบเชื่อว่า เอกสารเผยแพร่โฆษณางานครั้งนี้ ที่มีข้อความ “IF YOU WIN THAILAND, YOU WIN THE WORLD”  ซึ่งเป็นการท้าทายศักดิ์ศรีของคนไทย     

น.พ.หทัย กล่าวอีกว่า การเข้ามาจัดงานครั้งนี้ จึงเป็นการท้าทาย และหวังผลประโยชน์จากคนไทยแน่นอน ทางเครือข่ายฯจึงได้ล่ารายชื่อกว่า 5 หมื่นชื่อเพื่อแสดงพลัง พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีกำหนดเป็นนโยบายให้ทุกหน่วยงานของรัฐบาล ไม่สนับสนุนหรือยุ่งเกี่ยวกับการจัดงานดังกล่าว และขอให้ยึดตามแนวทางปฏิบัติมาตรา 5.3 ในกรอบอนุสัญญาควบคุมบริโภคยาสูบขององค์การอนามัยโลก ที่กำหนดไว้ว่า หน่วยงานของรัฐจะไม่เข้าร่วมกิจกรรมใด ๆ กับบริษัทบุหรี่ และห้ามหน่วยงานของรัฐรับความช่วยเหลือจากบริษัทบุหรี่ ไม่ว่ารูปแบบใด ทั้งด้านการศึกษา โครงการเกี่ยวกับเยาวชน รวมทั้งห้ามร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมด้วย

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า ประเทศไทยมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงมาตรา 5.3 ในกรอบกรอบอนุสัญญาควบคุมบริโภคยาสูบ โดยเนื้อหาหลัก คือ ไม่ให้หน่วยงานรัฐยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมใดๆ ของธุรกิจยาสูบ แต่ที่ผ่านมากลับไม่มีการปฏิบัติอย่างจริงจัง รวมทั้งไม่เคยมีการนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ให้พิจารณาประกาศให้หน่วยงานของรัฐยึดถือตามแนวปฏิบัติดังกล่าว  เห็นได้จากบริษัทบุหรี่จะใช้งบประมาณมหาศาลให้ อบต. อบจ. รวมทั้งโรงเรียนในต่างจังหวัดในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม หรือการร่วมประกวดต่างๆ ซึ่งล้วนแฝงผลประโยชน์ทั้งสิ้น 

"หวังว่านายกรัฐมนตรีจะนำข้อเรียกร้องดังกล่าวเข้า ครม. และสั่งการให้ทุกหน่วยงานของรัฐปฏิบัติตามมาตรา 5.3 อย่างเคร่งครัด  ซึ่งต้องยอมรับว่าคงไม่สามารถสั่งห้ามการจัดงานดังกล่าวได้ แต่หาก ครม.มีมติก่อนการจัดงานเอ็กซ์โปบุหรี่ อย่างน้อยพวกบริษัทบุหรี่จะได้ทราบว่า รัฐไทยรู้เท่าทัน และไม่สนับสนุนการสูบบุหรี่เป็นการคร่าชีวิตของคนไทย ขณะเดียวกันทางเครือข่ายฯ ก็จะจับตามองการจัดงานครั้งนี้เช่นกัน" ศ.นพ.ประกิต กล่าว

ด้าน น.พ.ชูฤทธิ์ เต็งไตรศร รอง ผอ.สำนักควบคุมการบริโภคยาสูบ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า สธ.ไม่เห็นด้วยกับการจัดงานครั้งนี้ เนื่องจากเชื่อว่าบุหรี่เป็นตัวทำลายสุขภาพของทุกคน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศไทยมีกฎหมาย 2 ฉบับในการควบคุมยาสูบ ได้แก่ พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2535 และพ.ร.บ.คุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ.2535 ซึ่งในส่วนของพ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ทาง สธ.จะจับตางานครั้งนี้ว่า เข้าข่ายประพฤติผิดกฎหมายหรือไม่

นายฉัตรชัย ชาญวิบูลย์ศรี เลขาธิการสมาพันธ์นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทบุหรี่มีกลยุทธ์ทางการตลาดผ่านสังคมออนไลน์ ทั้งเฟชบุค ทวิตเตอร์ ซึ่งจะทำให้ใกล้ชิดกับวัยรุ่นมากขึ้น แสดงให้เห็นว่าบริษัทบุหรี่มีเจตนาไม่ดีในการขยายตลาดในกลุ่มเด็ก เยาวชน รวมทั้งสตรี

น.พ.สมชายโชติ ปิยะวัชร์เวลา เลขาธิการชมรมแพทย์ชนบท กล่าวว่า ชมรมฯจะติดตามข้อเรียกร้องในวันนี้ว่า ครม.จะพิจารณาอย่างไร ซึ่งการตัดสินใจอย่างไรย่อมแสดงถึงท่าทีของประเทศที่มีต่อบริษัทบุหรี่ข้ามชาติ นอกจากนี้ จะร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.) ทั่วประเทศเฝ้าระวังไม่ให้บริษัทบุหรี่อาศัยการบริจาคหรือจัดกิจกรรมเพื่อสร้างภาพกับหน่วยงานของรัฐ หากพบจะมีการเผยแพร่ต่อสาธารณะทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังงานแถลงข่าว นายอิสรา สุนทรวัฒน์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้แทนนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าร่วมงานเพื่อรับเรื่องด้วย พร้อมกล่าวว่า  นายกรัฐมนตรีจะเร่งนำเข้า ครม.พิจารณาในเร็วๆ นี้ 

"ขอยืนยันว่ารัฐบาลปกป้องคนไทยมาโดยตลอด เห็นได้จากครั้งหนึ่งนายกฯ เดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกา และถูกต่อว่าจากบริษัทบุหรี่ถึงการไม่สนับสนุนธุรกิจตน และตอบไปว่า กฎหมายก็ต้องเป็นกฎหมาย สิ่งที่ดีก็ต้องดำเนินต่อไป แต่การจะโน้มน้าวผู้อื่นในเรื่องส่งผลเสียต่อสุขภาพ คงไม่สามารถทำได้" รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าว

Tags : อิสรา สุนทรวัฒน์ เครือข่ายต้านเอ็กซ์โปบุหรี่

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

ที่สำคัญ รัฐควรจะต้องปิดโรงงานยาสูบเสีย และหาทางเยียวยาคนในสังคมที่ติดบุหรี่พร้อมกันไป ขณะเดียวกันโอนถ่ายพนักงานโรงงานยาสูบไปอยู่รัฐวิสาหกิจแหล่งอื่นๆ เพื่อแก้ผลกระทบจากการปิดโรงงานยาสูบ กลัวอะไรกับการสูญเสียรายได้บุหรี่ ผมว่าลดค่าสนับสนุนโรงพยาบาลของรัฐที่ต้องเยียวยาคนสูบบุหรี่ได้มากกว่ารายได้

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement