กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : คุณภาพชีวิต

วันที่ 10 กรกฎาคม 2552 07:12

ปลัดสธ.เตือนรับน้องอมไข่ติดเชื้อหวัด2009ได้

นายแพทย์ปราชญ์ บุญวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

ปลัดสธ.ห่วงรับน้องอมไข่ต้ม โดยคนแรกอมก่อน แล้วคนต่อไปอมไปเรื่อยๆ จะทำให้ติดเชื้อหวัดใหญ่2009ได้

ทำเนียบรัฐบาล-วานนี้(9มก.ค.)นายแพทย์ปราชญ์ บุญวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงตัวเลขผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ภายหลังการประชุมครม.ว่า 68 วันแล้วที่เราทำงานกันมาโดยตลอดโดยไม่ได้หยุด ซึ่งหลายประเทศตัวเลขนิ่งเมื่อเทียบกับไทย เพราะประเทศเหล่านั้นไม่ได้มีการตรวจแล้ว จึงมองได้ว่าไม่มีโรคนี้แล้ว แต่ประเทศไทยมีการตรวจสอบตลอดเวลา

 อย่างไรก็ตาม มีความกังวลในเรื่องของพื้นที่ที่ถ่ายเทอากาศไม่สะดวก อาทิ สถานบันเทิง ร้านเกมส์ ร้านอินเตอร์เน็ต และโรงภาพยนตร์ โดยในส่วนของโรงภาพยนตร์เราก็ขอความร่วมมือไปแล้วว่า ช่วงที่หนังไม่ได้ฉายช่วยเปิดให้อากาศถ่ายเท และให้ล้างทำความสะอาดทุกวันทุกรอบ ใช้ผ้าชุบน้ำผสมผงซักฟอกเช็ด เพราะไวรัสจะตกอยู่ที่พื้น ที่วางมือ ดังนั้นอย่าไปกวาดเพราะจะทำให้เชื้อโรคฟุ้ง 

นพ.ปราชญ์ กล่าวถึงมติครม.สั่งปิดโรงเรียนกวดวิชาว่า เมื่อโรงเรียนปิดแล้วจะต้องมีการดำเนินการมาตรการ 3 อย่าง คือ 1.ต้องทำให้ห้องเรียนนั้นมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ซึ่งเป็นมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม จะต้องล้างเครื่องปรับอากาศด้วย 2.ต้องทำความสะอาด โดยใช้น้ำผสมผงซักฟอกให้มีฟองเยอะๆล้าง ไม่ต้องกวาด เพราะการกวาดจะทำให้ฝุ่นคลุ้ง และคนที่กวาดอาจจะติดโรคด้วย ทั้งนี้เชื้ออาจตกอยู่ที่โต๊ะ-เก้าอี้ ซึ่งการใช้ผงซักฟอกเป็นอะไรที่ถูกฝาถูกตัวแล้ว เพราะไวรัสเป็นไขมันไลปิต

เมื่อโดนผงซักฟอกมันจะละลายสลาย เหมือนไขมันทั่วไป และวิธีที่ 3.เมื่อเปิดเรียนแล้วผู้บริหารโรงเรียนกวดวิชาต้องคัดและตรวจสอบเด็กที่จะเข้ามาเรียนว่าป่วยหรือไม่ ถ้ายังป่วยก็ห้ามเข้าเรียน เพราะอาจจะมีเชื้อกลับมาใหม่ และถามว่าทำไมมติครม.ต้องสั่งให้ปิดโรงเรียนกวดวิชา 15 วันนั้น เพื่อให้ผู้ป่วยได้พักเต็มที่เพื่อให้หายดี” นพ. ปราชญ์ กล่าว 

นพ.ปราชญ์ กล่าวถึงข้อกังวลกรณีที่เมื่อโรงเรียนปิด โรงเรียนกวดวิชาปิด ร้านเกมส์ปิด แล้วเด็กจะไปรวมตัวกันที่ตู้คาราโอเกะหยอดเหรียญตามห้างสรรพสินค้าที่แบ่งเป็นห้องๆ ซึ่งมีความเสี่ยงไม่แพ้กันว่า นั่นก็เป็นสิ่งที่ตนเป็นห่วงเพราะตู้คาราโอเกะ มีไมโครโฟนที่ร้องแล้วน้ำลายกระจายอยู่ในไมโครโฟน จะมีการจับแล้วจับอีก รวมถึงปุ่มต่างๆด้วย
 นอกจากนี้ นพ.ปราชญ์ ยังกล่าวถึงการขอความร่วมมือกับรถประจำทางหรือรถโดยสารว่า ขอให้ดูแลทำความสะอาดราวจับ และเวลาผู้โดยสารจะขึ้นรถ ขอให้มีการเตรียมเจลล้างมือไว้ที่ประตูรถด้วยเพื่อให้ผู้โดยสารได้ทำความสะอาดมือ 

“ผมยังกังวลในส่วนของการรับน้องใหม่ตามมหาวิทยาลัยต่างๆที่มีนักศึกษาไปร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ผมห่วงในเรื่องของการใช้แก้วน้ำ ช้อน ร่วมกัน โดยพบลูกของเจ้าหน้าที่กระทรวงคนหนึ่งมีอาการป่วยและเพิ่งตรวจพบว่าป่วย เพราะทราบว่ามีวัฒนธรรมการรับน้องพิเรน คือให้กินไข่ต้มใบเดียวกัน คือคนแรกอมก่อน แล้วคนต่อไปก็อมไปเรื่อยๆ เวียนกันอมก่อนแล้วคนสุดท้ายจะต้องเป็นคนกินเข้าไป เพียงเพราะต้องการจะปลูกฝังในเรื่องของการรักกันเพราะอยู่สถาบันเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้ก็เรียนขอความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการว่าให้ช่วยดู เพราะมันไม่มีอะไรไปบังคับเขาได้” ปลัดสธ. กล่าว 

นพ.ปราชญ์ กล่าวถึงมาตรการขั้นสุดท้ายหากไม่สามารถควบคุมได้ว่า เราต้องงัดกฎหมายด้านโรคติดต่อร้ายแรง(พ.ร.บ.โรคติดต่อร้ายแรง) ออกมาใช้ นั่นหมายความว่าต้องมีสถิติคนตายสูงมากและจุดที่มีการระบาดมาก แต่ตอนนี้โรคติดต่อยังไม่ร้ายแรงจึงประกาศไม่ได้ และยังไม่มีประเทศใดเคยประกาศใช้ 

“โรคซาส์หรือกาฬโรค จึงจะใช้กฎหมายโรคติดต่อร้ายแรงได้ แต่ตอนนี้ยังเป็นแค่หวัดธรรมดาเท่านั้น และอัตราการตายน้อยกว่า 1% และบางครั้งการใช้กฎหมายมันไม่ศักดิ์สิทธิ์ เหมือนการห้ามฝ่าไฟแดง แต่คนก็ยังฝ่ากันอยู่ ฉะนั้นต้องเร่งสร้างจิตสำนึกว่าใครป่วยแล้วต้องใส่หน้ากากหรือนอนอยู่ที่บ้านพัก และต้องพักผ่อนจริงๆ ห้ามออกจากบ้าน นอกจากนี้ต้องไม่เข้าไปในสถานที่ที่ไม่พึงเข้าไป เพราะอาจจะเข้าไปติดโรคได้” ปลัดสธ. กล่าว 

นพ.ปราชญ์ กล่าวเปรียบเทียบการอนุมัติงบประมาณแก้ไขปัญหาของโรคเมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกาว่า ประเทศเขามีผู้ป่วย 4 หมื่นกว่าราย กระทรวงสาธารณสุขของเขาใช้วิธีการขออนุมัติงบประมาณในการแก้ปัญหา เขาก็อนุมัติทันทีและให้มากกว่าที่กระทรวงสาธารณสุขขอด้วย เพื่อมาใช้ในการให้สื่อช่วยประชาสัมพันธ์ในการป้องกัน ซึ่งต่อไปกระทรวงสาธารณสุขจะขอครม.ให้อนุมัติงบจำนวนหนึ่งเพื่อมาใช้ในการประชาสัมพันธ์ด้วย เพราะถ้าไม่มีงบฯก็ไม่สามารถดำเนินการได้ 

ปลัดสธ.กล่าวถึงเครื่องเทอร์โมสแกนที่ยังตั้งอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิใช้การไม่ได้ผล แต่ยังไม่ได้รื้อเครื่องออกมา คนที่ป่วยก็ทานยามาแล้วก่อนเข้าเครื่อง อย่างไรก็ตามยอมรับว่าเครื่องดังกล่าวไม่สามารถสกัดกั้นการแพร่ระบาดได้จริงและในหลายประเทศก็ไม่ได้ติดตั้งแล้ว ทั้งนี้ สนามบินสุวรรณภูมิมีคนเข้าวันละ 3.3-3.5 หมื่นคนต่อวันทุกวัน และยังมีคนเข้ามาอยู่ตลอด 2 ล้านคน เมื่อเข้ามาแล้วก็เดินทางไปจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ จึงคุมไม่ได้แต่คงจะไม่มีการยกเลิกการใช้เครื่องเนื่องจากกลัวประชาชนจะต่อว่า

Tags : นายแพทย์ปราชญ์ บุญวงศ์วิโรจน์ กระทรวงสาธารณสุข

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9

ขอแก้ไข
"รัฐบาลควรอนุมะติงบกลางให้ตั้งนานแล้ว แต่รีรอยับยั้งเอาไว้ ให้ใช้ของเก่าไปก่อน"

ความคิดเห็นที่ 8

รัฐบาลของอนุมัติงบประมาณกลางให้ตั้งนานแล้ว แต่รีรอ เลยทำให้การแก้ไขไม่เต็มที่ ชุดน้ำยาค่าตรวจ lab ต้องซื้อมาจากต่างประเทศ แต่ไม่มีงบมาให้เลยแล้วจะทำยังไง บอกให้เก็บเงินค่าตรวจ แต่จนบัดนี้ยังไม่มีใครจ่ายเงินเลย ทราบว่ารพ.เอกชนที่มาส่งตัวอย่างที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มากกว่า 1000 ตัวอย่าง จ่ายเงินมาแค่ 6 ตัวอย่างเท่านั้น นอกนั้นเก็บเงินจากคนไข้เข้ากระเป๋าตัวเอง

ความคิดเห็นที่ 7

ควรออกข้อกำหนดให้สถานศึกษาและแหล่งชุมชนเช่นโรงหนัง ร้านเกมส์ รรกวดวิชา บังคับให้ใส่หน้ากากป้องกัน เพราะเด็กๆ ถ้าไม่บังคับก็จะไม่กล้าใส่เพราะอายเพื่อน (รวมถึงผู้ใหญ่บางส่วนด้วย) แล้วถ้าคนใส่กันเยอะๆ คนอื่นๆก็จะใส่ตามกันไปเอง และสธ. ควรเอางบประมาณที่จะโฆษณามาซื้อหน้ากากแจกให้แหล่งต่างๆ เอาไว้แจกปชช. คนไทยถ้าไม่บังคับไม่ทำหรอก โฆษณาไปก็เท่านั้น เหมือนสมัยก่อนคนคาดเข็มขัดนิรภัยมีน้อยมาก พอออกเป็นกม. ก็จำเป็นต้องคาด ทั้งๆ ที่เป็นความปลอดภัยของตัวเองยังไม่อยากจะทำกันเลย

ความคิดเห็นที่ 6

กระทรวงศึกษาธิการควรเรียกประชุมผูบริหารเพื่อให้กวดขันประเพณีรับน้องใหม่ที่มีประโยชน์ อย่าให้มีการกระทำที่หมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นคนเพื่อความสะใจหรือเป็นการแก้แค้นที่ตนเคยถูกกระทำของรุ่นพี่ และไม่ควรให้มีการกระทำนอกสถานที่ ใวลาภายในวันเดืยว ก่อนค่ำ เพียงเป็นการแนะนำสถานที่ภายในมหาวิทยาลัย และการปรับตัวกับสภาพการเป็นนักศึกษา ไม่ใช่เป็นการกระนอกลู่นอกทางเป้นเด็กเล็ก เพื่อความสนุกสะใจอย่างเดียว

ความคิดเห็นที่ 5

ผลัดกันอมไข่ต้ม ผมว่าคนที่ทำอย่างนี้ได้ไม่น่าจะมีไอคิวเกินหมูมั้งครับ

ความคิดเห็นที่ 4

กระทรวงศึกษาธิการควรเรียกประชุมผูบริหารเพื่อให้กวดขันประเพณีรับน้องใหม่ที่มีประโยชน์ อย่าให้มีการกระทำที่หมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นคนเพื่อความสะใจหรือเป็นการแก้แค้นที่ตนเคยถูกกระทำของรุ่นพี่ และไม่ควรให้มีการกระทำนอกสถานที่ ใวลาภายในวันเดืยว ก่อนค่ำ เพียงเป็นการแนะนำสถานที่ภายในมหาวิทยาลัย และการปรับตัวกับสภาพการเป็นนักศึกษา ไม่ใช่เป็นการกระนอกลู่นอกทางเป้นเด็กเล็ก เพื่อความสนุกสะใจอย่างเดียว

ความคิดเห็นที่ 3

กระทรวงศึกษาธิการควรเรียกประชุมผูบริหารเพื่อให้กวดขันประเพณีรับน้องใหม่ที่มีประโยชน์ อย่าให้มีการกระทำที่หมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นคนเพื่อความสะใจหรือเป็นการแก้แค้นที่ตนเคยถูกกระทำของรุ่นพี่ และไม่ควรให้มีการกระทำนอกสถานที่ ใวลาภายในวันเดืยว ก่อนค่ำ เพียงเป็นการแนะนำสถานที่ภายในมหาวิทยาลัย และการปรับตัวกับสภาพการเป็นนักศึกษา ไม่ใช่เป็นการกระนอกลู่นอกทางเป้นเด็กเล็ก เพื่อความสนุกสะใจอย่างเดียว

ความคิดเห็นที่ 2

ถึงเวลาที่ต้องทำให้ประชาชนตื่นตัวมากขึ้นกับโรคนี้แล้ว ให้สาธารณสุขออกมารณรงค์ป้องกันข้างนอกเลย แจกหน้ากากกันไปเลย แผ่นพับ เจล ก็ว่ากันไป รู้ว่าทันทำงานจริง แต่มันต้องให้ทันสถานการณ์บ้าง ก็ขอเป็นกำลังใจให้ท่านแล้วกัน ส่งทีมงานออกมาเลย เพราะการรับข่าวสารอาจยังไม่เพียงพอ

ความคิดเห็นที่ 1

รมต.สาธารณสุขกับนายแพทย์ที่มาด้วยในรายการคุณสรยุทธช่วงเย็น วันที่ ๐๙ กค. ๒๕๕๒ ช่อง ๓ บอกว่า หวัด ๒๐๐๙ จะมีผู้รับเชื้อถึง ๑๒ ล้านคน โดยใช้เวลาแพร่กระจาย ๑-๒ ปีนับจากนี้ไป และแพร่กระจายไปทั่วประเทศ น่ากลัวมาก จะรอให้ระบาดเหมือนโรคซาร์แล้วค่อยใช้ พรบ.โรคติดต่อร้ายแรงนั้นมันจะไม่ทันการ อัตราการตาย และติดต่อของเชื้อโรคพุ่งติดอันดับ ๒ ของเอเซียแล้วครับ สร้างมาตรการป้องกันโรคอะไรสักอย่างสองอย่างหรือหลายอย่าง เป็นแผนรับมือโรคร้าย ดูสภาพรมต.แล้วท่านออกแนวเฉื่อยจริงกับการรับมือโรคร้ายแบบนี้ ดูท่านพูดแล้วโรคมันได้ใจไม่กลัวท่านจริง ๆครับ กลัวสมาชิกท่านจะร่อยหรอภายในปีสองเพราะโรคนี้จริง ถึงเวลาเลือกตั้งอีกครั้ง ปชป.จะเสียใจนะครับ

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

Video

advertisement

advertisement