สาธารณสุข ระบุ มีโอกาสเป็นไปได้ที่โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จะเป็นโรคระบาดที่รุนแรงในรอบ 40 ปี
แพทย์หญิงศิริพร กัญชนะ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 มีแนวโน้มเป็นโรคระบาดรุนแรงในรอบ 40 ปี ซึ่งโดยปกติประเทศไทยจะมีประชาชนเป็นไข้หวัดใหญ่ธรรมดาปีละ 9 แสนคน เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลปีละประมาณ 3 พันคน และเสียชีวิตประมาณ 300 คน โดยเชื้อของไข้หวัดใหญ่จะเปลี่ยนชนิดทุกปี
อย่างไรก็ตาม เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แพร่ได้ง่าย แต่อาการไม่รุนแรงเท่าไข้หวัดนก โดยมีอัตราการเสียชีวิตน้อยกว่า 1% ขณะที่ไข้หวัดนกมีอัตราการเสียชีวิต 20% แต่ที่น่ากังวงคือยังไม่มีวัคซีนสำหรับโรคนี้โดยเฉพาะ การปฏิบัติตัวของประชาชนคือ ต้องดูแลสุขภาพตนเอง หากพบว่าเป็นไข้ ต้องทานยารักษาไข้ตามอาการ หากไข้ไม่ลดต้องรีบพบแพทย์ สำหรับมาตรการป้องกัน
ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขได้จัดเตรียมยาทามิฟลูไว้พร้อม สำหรับรักษาประชาชน 4 แสนคน และพร้อมที่จะผลิตใหม่อีก 4 แสนโดส ภายในหนึ่งเดือน โดยนับตั้งแต่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 กระทรวงสาธารณสุขใช้งบประมาณประมาณ 80 ล้านบาทสำหรับดำเนินการป้องกัน และแก้ไขโรคดังกล่าว รวมทั้งการจัดหายาทามิฟลู เจลล้างมือและหน้ากากอนามัย ทั้งนี้ประชาชนทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการดูแลสุขอนามัยของส่วนรวม โดยเฉพาะโรงเรียน แหล่งชุมชนและโรงแรม ต้องหมั่นทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ
Tags : ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 • โรคระบาด
ความคิดเห็นที่ 3
แล้วคิดว่าที่ทำนี่ ดีแล้วเหมาะสมแล้วหรอ , 19 มิถุนายน 2552 23:02
โอ วรุฒ วรธรรม ไง
ที่แอบไปทำลูกสาวชาวบ้านเค้าท้อง
โดย ไม่ได้แต่งงาน และ จดทะเบียนสมรสด้วย
คิดว่าเป็นดาราแล้วทำแบบนี้ เหมาะสมที่จะ
เป็นตัวอย่างที่ดี ให้เด็กๆในประเทศไทยหรอ
แต่งงานก็ไม่ได้แต่ง จดทะเบียนสมรสก็ไม่ได้จด
แล้วพ่อผู้หญิงคนนี้เค้าจะคิดยังไงนี่ ตัวอย่างที่ดีของเด็กไทย
ความคิดเห็นที่ 2
นั่นสิ , 19 มิถุนายน 2552 20:55
ขนาดโรคระบาดออกอย่างนี้ สมาคมท่องเที่ยวฯ 3 สมาคม ยังออกมาเรียกร้องให้รัฐประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว
คิดดูเถอะ ประเทศไทย ใคร * ไม่ว่า ขอพวกพ้องข้าร่ำรวยก็พอ
ความคิดเห็นที่ 1
เอาตัวรอด ซะงั้น , 19 มิถุนายน 2552 20:30
ไหนเจ้ากระทรวงบอกว่า ไม่เป็นไร ไม่ติดมาถึงเมืองไทยหรอก
เราควบคุมอย่างดี
โกหกประชาชน หรือ กลัวว่าจะกระทบกับนักธุรกิจการท่องเที่ยว แต่ไม่กลัวว่าจะกระทบกับประชาชน ต้องเสียค่าใช้จ่าย ต้องมาตายเพราะโรคที่คุณไม่ให้ความสำคัญในการป้องกัน การสวมหน้ากากอนามัย มันเป็นการป้องการของประชาชนเอง ในขั้นสุดท้ายแล้ว แต่ในขั้นตอนแรก ๆ กระทรวง สธ ทำอะไรบ้าง ปล่อยให้คนที่เสี่ยงเข้ามาในประเทศ และก็ไม่ได้ ติดตามผลของคนที่เข้ามาในประเทศ ไงล่ะต้องนี้บอกว่ามันเป็นโรคระบาด พอทำอะไรไม่ได้ ก็ตีกรรเชียงหนีเอาตัวรอด
ซะงั้น