กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : คุณภาพชีวิต

วันที่ 15 มิถุนายน 2552 16:46

บอร์ดสปสช.มีมติงบ600ล.ชดเชยเพิ่มให้รพ.

วิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

"วิทยา"เผยมติบอร์ดสปสช.เห็นชอบให้งบเหมาจ่ายรายหัวปี 53 วงเงิน 600 ล้านบาท สนับสนุนนโยบายรัฐบาล เพื่อชดเชยให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ

นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2552 ว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องการปรับกลการจ่ายเงินชดเชยบริการปี 2553 เพื่อสนับสนุนการพัฒนาหน่วยบริการปฐมภูมิหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล

รมว.สธ.กล่าวว่า  รัฐบาลได้ประกาศนโยบายด้านสาธารณสุขในการปรับปรุงระบบบริการด้านสาธารณสุขต่อสภาผู้แทนราษฎร ในข้อ 3.3.3 โดยเน้นการลงทุนพัฒนาระบบบริการสุขภาพภาครัฐทุกระดับให้ได้มาตรฐาน ยกระดับสถานีอนามัยเป็นโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพตำบล และพัฒนาเครือข่ายการส่งต่อในทุกระดับอย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงกันทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้ระบบหลักประกันสุขภาพมีคุณภาพอย่างพอเพียงและทั่วถึง มีทางเลือกหลากหลายรูปแบบ และครอบคลุมได้ถึงการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลเอกชนที่เข่าร่วมโครงการ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการต่อเนื่องเพื่อตอบสนองต่อการแก้ปัญหาและนโยบายของรัฐบาล ในการปรับโฉมบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิของประเทศไทย ให้เปลี่ยนจากบริการเชิงรับมาเป็นเชิงรุก โดยจัดทำแผนการพัฒนาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโดยเริ่มตั้งแต่พ.ศ. 2552-2555 ขึ้น

นายแพทย์วินัย สวัสดิวร   เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)  กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลประกาศนโยบายพัฒนาศักยภาพสถานีอนามัยเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รสต.) ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยเป็นการยกระดับศักยภาพของสถานีอนามัย/ศูนย์สุขภาพชุมชน ซึ่งเป็นหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิในตำบล มุ่งให้มีการทำงานเชิงรุก มีบริการที่ต่อเนื่อง มีความเชื่อมโยงอย่างมีส่วนร่วมของชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การดำเนินงานของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมีความคล่องตัวขึ้น   คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจึงได้มีมติเห็นชอบให้มีการปรับกลไกการจ่ายเงินชดเชยบริการปี 2553 เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลขึ้น

มติคณะกรรมการฯมีแนวทางให้กันงบเหมาจ่ายรายหัวปี 2553 จำนวน 600 ล้านบาท หรือ 12.50 บาท ต่อประชากร จากที่ได้รับเพิ่ม 199 บาทต่อประชากร เพื่อชดเชยค่าบริการเพิ่มเติมให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่พัฒนาศักยภาพผ่านเกณฑ์แล้ว มีเป้าหมายในปี 2553  ว่าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่เป็นหน่วยบริการประจำ 100 แห่ง ซึ่งดูแลประชากรรวม 1 ล้านคน เพิ่มเติมแห่งละ1 ล้านบาท รวมเพิ่ม 100 ล้านบาท

 ขณะที่รพ. ส่งเสริมสุขภาพตำบลที่เป็นเครือข่ายหน่วยบริการประจำ 2,000 แห่ง ซึ่งดูแลประชากรแห่งล่ะ 50,000 คนจัดสรรงบเพิ่มเติมให้แห่งละ 2.5 แสนบาทรวมเพิ่ม 500 ล้านบาท ซึ่งการชดเชยค่าบริการเพิ่มเติมให้นี้   จะทำให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมีความคล่องตัวด้านงบประมาณ สามารถทำงานส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ฟื้นฟูสมรรถภาพในชุมชนโดยเฉพาะโดยเฉพาะโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง  

อย่างไรก็ตาม รูปแบบรพ.ดังกล่าวยังมีบริการอย่างต่อเนื่องสามารถให้คำปรึกษาแพทย์ในรพ.พี่เลี้ยงหรือส่งต่อผู้ป่วยได้ตลอดเวลา อาจจะมีบริการเตียงนอนเพื่อสังเกตอาการโดยไม่รับผู้ป่วยไว้นอนค้างคืน และมีกรณีฉุกเฉินก็มีระบบการแพทย์ฉุกเฉินในการออกไปรับผู้ป่วยและให้การปฐมพยาบาลก่อนส่งต่อ  และรักษาพาบาลแบบผสมผสานรวมทั้งมีระบบส่งต่อเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้นโยบายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลของรัฐบาลตอบสนองความต้องการของชุมชนเป็นบริการใกล้บ้านใกล้ใจที่แท้จริง

Tags : วิทยา แก้วภราดัย กระทรวงสาธารณสุข

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2

ตอนนี้ระบบ สปสช กำลังจะถูกรัฐบาลทำลาย ต่อไป หากรัฐมองว่า ระบบ สาธารณสุขเป้นของรัฐกลางและอปท

ในที่สุดก็จะมีสภาพเหมือนเดิมคือเงินไปล้นอยู่ตามใจส่วนกลาง ไม่ได้ตามหัวประชากร

ที่ เกิดสปสช.ได้ก็เพราะว่า มีการเลือกหน่วยบริการประจำ และ มีการขึ้นทะเบียนครับ ทำให้ เงิน มาตรงกับ ประชาชนผู้ถือบัตรจริงๆ ดังนั้น เงินในระบบที่เคยไปต่างจังหวัดที่คนเข้ามากทม. จึงลดลง
อำนาจกระทรวงสาธารณสุขก็ลดลง

จึงพยายามอ้าง การกระจายอำนาจ ซึ่งจริงๆนะ พรบ.หลักประกันสุขภาพ ก็กระจาย
อำนาจมากสุดๆอยู่แล้ว

ลองเปิดให้ ภาคเอกชนไปลงทุนรับค่าหัวเหมาจ่ายแบบคลินิกชุมชนอบอุ่นใน กทม. แต่ ทำ ตจว สิครับ

แล้ว อนามัยก็ทำงานเฉพาะสร้างสุขภาพ จะง่ายกว่ากันเยอะเลยครับ

นโยบายผิดต้องรีบแก้ครับไม่งั้น
พอเงิน 600 ล้านลงไป ก็จะเจอ แต่ โรงพยาบาลตำบลที่สวยงาม แต่ ไม่มีบุคลากรเพิ่ม(เพราะไม่ได้คิดไว้) เครื่องมือก็ไม่มีใครใช้ แพทย์ก็ไม่มี พยาบาลก็ผลิตไม่ทัน
แบบนี้ จะเรียกว่าอย่างไรดี

รีบปรับนโยบายครับยังไม่สายเกินไป

ความคิดเห็นที่ 1

บอร์ดสปสช. อย่าหลงประเด็นครับ

ผมจะบอกให้นะ การจัดสรรงบประมาณ
จะมาเป็นตาม ประชากรครับ แล้วหน่วยงานผู้ดูแล ก็ไปจัดสรรต่อเอง

เช่น เงินเหมาจ่าย opd มี 500 บาทต่อหัวต่อปี หากในส่วนกระทรวงสาธารณสุข มีประชากร ล้านคน ก็ได้ไปห้าร้อยล้านครับ แล้วจึงไปแบ่งอีกที ภาคเอกชนมี 10000 คน ก็ได้ไปตามนั้นครับ

แต่ แต่ แต่ ตอนนี้ บอร์ด หรือ บอด ยอมให้ รมว. ดึงเงินออกไป ก่อน 600 ล้าน
ไปจัดสรรตามนโยบายรัฐ ซึ่งไม่เป็นธรรมกับคนที่อยู่ในส่วนอื่นเช่น กทม.ครับ

ใครอ่านเจอ โทรบอก บอร์ดหน่อยนะ

ผมชักจะทนไม่ไหวแล้ว

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement