"สุวิทย์"เบรกส่งช้างไทยออกนอกประเทศ5ปี หลังพบถูกส่งเข้าธุรกิจท่องเที่ยวมากกว่า1พันเชือก ด้านกรมอุทยานฯยืนกรานสรุปเข้าครม.สัปดาห์หน้า
23 เม.ย นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวภาย หลังการประชุม เพื่อพิจารณาความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการแก้ไขวิกฤติช้างไทย จัดโดยกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ว่า ขณะนี้สถานการณ์ช้างไทยอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วงมาก ซึ่งข้อมูลที่ได้รับล่าสุดมีช้างป่าเหลือ อยู่เพียง 3 , 000 ตัว และช้างบ้านอีก 3 , 000 เชือกเท่านั้น ทั้งที่ในอดีตในสมัยที่ยังมีการให้สัมปทานป่าไม้เฉพาะภาค เหนือมีช้างอยู่มากกว่า 20 , 000 ตัว โดยเฉพาะจำนวนช้างป่าที่ลดลงนั้น สาเหตุสำคัญเกิดจากพื้นที่ป่าไม้ที่ถูกบุกรุก ทำให้พื้นที่ป่าขาดการเชื่อมต่อเป็นผืนเดียวกัน ขณะที่ช้างบ้านก็ถูกนำมาเข้าสู่ธุรกิจช้างขอทานเร่ร่อนเฉพาะในกทม.คาดว่ามีมากกว่า 200 เชือก อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการแก้ไขปัญหาช้างยังไม่คืบหน้าเพราะขาดความต่อ เนื่องแม้ว่า 4-5 ปีก่อนทส.เคยตั้งคณะกรรมการ และคณะอนุกรรมการตามแผนแม่บทอนุรักษ์ช้างถึง 6 คณะแต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาช้างได้ ดังนั้นจะถือโอกาสนี้พิจารณาทบทวน และปรับปรุงองค์ ประกอบหน้าที่ของคณะ กรรมการ อนุกรรมการดังกล่าวด้วยเพื่อให้การบริหารจัดการช้างไทยโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีเอกภาพ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากกระทรวงมหาดไทย กรมปศุสัตว์ กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มูลนิธิเพื่อนช้าง มูลนิธิสืบนาคะเสถียร รวมทั้งกทม. เข้าร่วมหาทางออกแก้ไขวิกฤติช้างอย่างเป็นระบบเป็นครั้งแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเสนอที่สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้นำเสนอมา 5 ประเด็น คือการขึ้นทะเบียนช้าง การส่งช้างไทยไปต่างประเทศ การสร้างงานให้ช้างและควาญช้างเพื่อแก้ปัญหาช้างเร่ร่อน การดูแลช้างป่า และการออกพระราชบัญญัติช้างนั้น สิ่งที่ดำเนินการได้ทันที คือการสั่งห้ามส่งช้างไทยต่างประเทศในอีก 5 ปีข้างหน้า จนกว่าการทำตั๋วรูปพรรณและทะเบียนช้างจะแล้วเสร็จ รวมทั้งจะมีการติดตามตรวจสอบช้างไทยที่เคยส่งไปยังประเทศต่างๆ อาทิ ช้างที่อยู่ในออสเตรเลีย 8 เชือกได้รับว่ามีบางเชือกท้องอยู่ นอกจากนี้จะมีเร่งการทำดีเอ็นเอช้าง ตลอดจนการติดตามพฤติกรรมของช้างป่าเนื่องจากหลายพื้นที่เช่น แถวเขาใหญ่ และแถวกุยบุรี มีช้างออกจากป่ามาบุกรุกพืชไร่ของชาวบ้าน อีกทั้งจะหาวิธีการอนุรักษ์พิธีกรรมเกี่ยวกับช้าง และการสืบทอดควาญช้างที่มีจำนวนลดลงด้วย
“ จากตัวเลขที่ได้รับรายงานมีช้างที่ถูกส่งออกไปเพื่อธุรกิจท่องเที่ยว อยู่ในสวนสัตว์ต่างประเทศ และเพื่อสัมพันธไมตรีมีมากกว่า 1 , 000 เชือกแล้ว หากไม่มีควบคุมหรือตรวจสอบว่าเป็นช้างป่าหรือช้างบ้านอย่างละ เอียด ในที่สุดช้างที่เป็นสัญญลักษณ์ของประเทศก็จะหมด ขณะนี้จำเป็นต้องชะลอการส่งออกช้างออกนอกประ เทศเอาไว้ก่อน รอจนกว่าการจัดทำตั๋วรูปพรรณสำหรับขึ้นทะเบียนช้างตั้งแต่แรกเกิด และรายงานทุกๆ 5 ปี นอก จากนี้กรมอุทยานฯ ยังอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นการยกร่างกฎหมายช้างฉบับใหม่ ซึ่งมีหลักการเพื่อคุ้มครองและเชิดชูศักดิ์ศรี เกียรติศักดิ์ของช้างอีกด้วย ซึ่งกรณีการพิจารณาออกกฎหมายนั้น ผมเห็นว่าที่ผ่านมามีกฎหมายช้างอยู่หลายฉบับในหลายหน่วยงานอยู่แล้ว แต่ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้เพราะเกิดปัญหาในทางปฎิบัติมากกว่า “ นายสุวิทย์ ระบุ
ด้าน นายชัชวาลย์ พิศดำ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ กล่าวว่า ในช่วงปี 50-51 มีผู้ประกอบการขออนุญาติ มายังกองคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อขออนุญาตนำช้างออกไปในธุรกิจท่องเที่ยวและแสดงโชว์ในต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอจำนวน 10 ราย โดยเฉพาะในจีน แต่เนื่องจากข้อมูลเกี่ยวกับตัวช้าง และตั๋วช้างที่มีอยู่ไม่ชัดเจน และอาจไม่สามารถกำกับดูแลช้างได้จริง จึงจะไม่อนุญาตทั้งหมด โดยจะรอจนกว่าจะมีการออกกฎหมายช้างฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากรมอุทยานฯได้มีระเบียบเรื่องการอนุญาตส่งช้างออกนอกประเทศโดยกำหนดอายุช้างไม่ต่ำกว่า 8 ปี และอยู่ในต่างประเทศไม่เกิน 8 ปี กำหนดไว้ชัดเจนว่าช้างที่จะส่งไปเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ หรือกิจการสวนสัตว์สาธารณะต้องได้รับความเห็นชอบจาก ครม.เป็นรายกรณี
“ ในเวทีมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในประเด็นการห้ามส่งออกช้างไทยไปต่างประเทศซึ่งบางหน่วยงานก็เห็นด้วย และบางหน่วยงานก็เห็นว่าส่งไปได้แต่ให้มีกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น แต่กรมอุทยานฯมีจุดยืนชัดเจนว่าจะยังไม่มีการอุญาติส่งช้างไปยังประเทศใดๆทั้งเพื่อการนำไปใช้ในธุรกิจท่องเที่ยว หรือการแสดงในสวนสัตว์ โดยขอให้รอจนกว่าจะมีรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับทะเบียนช้างแล้วเสร็จก่อน ซึ่งที่ประชุมไม่สามารถโหวตเพื่อหาข้อสรุปได้ ดังนั้นจึงเตรียมจะสรุปแนวทางทั้งหมด เสนอให้กับรัฐบาลในการประชุมครม.สัปดาห์หน้า เพื่อรัฐบาลจะได้พิจารณาสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับช้างทุกฝ่ายเดินตามแผนงานต่อไป อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าก็เป็นห่วงว่าหากปิดประตูเรื่องการส่งออกช้างอาจเป็นช่องทางให้มีการลักลอบช้างออกไปอย่างผิดกฎหมายมากขึ้น ทั้งนี้จะประสานไปยังจังหวัดที่มีพรมแดนติดกับเพื่อนบ้าน และหน่วยงานต่างๆเพิ่มความเข้มงวดในการสกัดการลักลอบด้วย ” นายชัชวาลย์ ระบุ
Tags : สุวิทย์ คุณกิตติ • กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม