จากกรณีที่ ชาวมาบตาพุด จาก 11 ชุมชนรอบนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ได้มอบอำนาจให้โครงการนิติธรรมสิ่งแวดล้อม
ยื่นฟ้องคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฐานละเลยต่อหน้าที่ไม่ประกาศพื้นที่มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษ เพื่อควบคุม ลดและขจัดมลพิษ ซึ่งได้ยื่นต่อศาลปกครองระยอง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2550 นั้น
วานนี้ (3 มี.ค.) นางสายสุดา เศรษฐบุตร ตุลาการศาลปกครองระยอง ได้อ่านคำพิพากษาคดีดังกล่าว สั่งให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ประกาศให้ท้องที่เขตเทศบาลเมืองมาบตาพุดทั้งหมด รวมทั้งตำบลเนินพระ ตำบลมาบข่า และตำบลทับมา อำเภอเมืองระยองทั้งตำบล ตลอดจนท้องที่ตำบลบ้านฉาง อำเภอบ้านฉางทั้งตำบล เป็นเขตควบคุมมลพิษ เพื่อดำเนินการควบคุม ลด และขจัดมลพิษ ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา
สำหรับการประกาศเขตควบคุมมลพิษ ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535นั้น จะประกาศ กรณีที่ปรากฏว่าท้องที่ใดมีปัญหามลพิษ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะร้ายแรงถึงขนาดเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน หรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบเสียหายต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา กำหนดให้ท้องที่นั้นเป็นเขตควบคุมมลพิษ เพื่อดำเนินการควบคุม ลด และ ขจัดมลพิษได้
อย่างไรก็ตาม การประกาศเขตควบคุมมลพิษ ไม่ได้ขัดขวางการลงทุน แต่ผู้ประกอบการยังสามารถลงทุนต่อไปได้ เพียงแต่อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายในการควบคุมสิ่งแวดล้อมเท่านั้น ซึ่งเจตนารมณ์ของการประกาศเขตควบคุมมลพิษ ต้องการให้มีการจัดการระบบน้ำเสียรวม การจัดการขยะรวม โดยตั้งงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมได้ อีกทั้งให้อำนาจท้องถิ่นในการจัดทำแผนปฏิบัติการสิ่งแวดล้อม ตามมาตรา 58 โดยให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดในการประกาศมาตรฐานมลพิษที่เข้มงวดมากขึ้นจากที่ส่วนกลางกำหนดได้
ส่วนอำนาจในการบริหารจัดการมลพิษนั้น ต้องทำแผนปฏิบัติการตามมาตรา 60 และ มาตรา 61 ที่ระบุให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นในท้องที่เขตควบคุมมลพิษ จัดทำแผนปฏิบัติการ เพื่อลดและขจัดมลพิษที่ครอบคลุมการจัดการมลพิษที่พื้นที่ โดยต้องทำตามแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษ โดยกรมควบคุมมลพิษมีหน้าที่ประสานงานในการจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษ ส่วนการลงทุนใหม่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว จะต้องเสนอแผนปฏิบัติการสิ่งแวดล้อมให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมพิจารณาเท่านั้น
เล็งฟ้องแพ่ง-อาญาเพิ่ม
นายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก เผยภายหลังร่วมรับฟังคำพิพากษา ของศาลปกครองระยอง ร่วมกับชาวบ้านประมาณ 100 คน ว่า กำลังหารือกับนักกฎหมายว่าจะสามารถฟ้องร้องทางอาญา และทางแพ่งด้วยหรือไม่ แต่การที่ชาวบ้านชนะคดีครั้งนี้ ถือเป็นแค่ก้าวแรกของความสำเร็จ และต่อไปเครือข่ายภาคประชาชนจะเดินหน้าเรื่องการปฏิบัติตามแผนลดและขจัดมลพิษ และจะขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมทบทวนแผนขยายปิโตรเคมีเฟส 3 และกิจกรรมการพัฒนาในพื้นที่ว่าทำให้เกิดมลพิษเพิ่มหรือไม่
นายสุทธิ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ในเขตมาบตาพุด มีการปรับพื้นที่ถมทะเล เพื่อเตรียมขยายปิโตรเคมีเฟส 3 ซึ่งหากหน่วยงานอนุญาต โดยเฉพาะกรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือแม้แต่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีส่วนในการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) อนุมัติโครงการโดยไม่เข้าเกณฑ์เงื่อน มาตรา 67 ชาวบ้านก็จะไปฟ้องหน่วยงานที่อนุญาตต่อไป
นักวิชาการขานรับมิติใหม่
นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ถือเป็นมิติใหม่ของประชาชนที่ศาลพิพากษาออกมาเช่นนี้ แม้ว่าทางคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติจะสามารถอุทธรณ์ได้ แต่คิดว่าไม่น่าอุทธรณ์ เพราะกรณีนี้ประชาชนไม่ได้ฟ้องเรียกเงินหรือค่าเสียหาย แต่เป็นการฟ้องเพื่อบังคับให้รัฐบาลใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้ว การประกาศเขตควบคุมมลพิษจะช่วยให้ภาคส่วนต่างๆ ของสังคม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนได้มีกลไกในการทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยกันควบคุมและลดมลพิษภายในพื้นที่ และมีขั้นตอนการดำเนินงานที่เป็นระบบมากขึ้น
มีการจัดทำแผนดำเนินการ และมีเป้าหมายการดำเนินการร่วมกันอย่างชัดเจน และ เมื่อมีการประกาศเขตควบคุมมลพิษแล้ว การแก้ปัญหามลภาวะจะเป็นไปอย่างมีระบบและมีเป้าหมายมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ภาคส่วนต่างๆ จำเป็นจะต้องแก้ไขปัญหาที่เป็นผลกระทบทางสุขภาพ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมด้วยเช่นกัน โดยควรมีการจัดทำแผนปฏิบัติการในลักษณะเดียวกันทั้งหมด เพื่อให้ภาวะความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่บรรเทาลง
Tags : สิ่งแวดล้อม • ศาลปกครองระยอง • มลพิษ • มาบตาพุด

ความคิดเห็นที่ 9
ปันนา จันทะนะ , 7 ธันวาคม 2552 17:35
ผมอยู่ที่นั่นพ่อแม่พี่น้องก็เกิดที่นั่น"บ้านฉาง"
จนอายุสี่สิบกว่า ก็ไม่น้อยนะ,พอจะรู้เห็นและสามารถแยกแยะอะไรๆออกบ้าง
อยากบอกว่า ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งมาบตาพุด,บ้านฉาง,มาบข่า ฯลฯ รอบๆนิคมอุตสาหกรรมฯ สวาปามไปเต็มกระเพาะ ประมาณว่า ใครจะเป็นไรก็ช่างขอ * โกยก่อน ซึ่งไม่ใช่ว่าผู้นำชุมชนจะไม่รู้ถึงปัญหาอะไรเหล่านั้น แต่เมื่อมีผลประโยชน์มหาศาลเข้ามาเกี่ยงข้อง ใครเล่าจะเพิกเฉยได้ ผู้ที่รับผลกระทบเต็มๆ ย่อมเป็นชาวบ้านในพื้นที่ ที่อยู่อาศัยมานาน ไม่ได้เข้าทำงานโรงงาน หรือทำงานก็อยู่ในระดับปลายแถว ประมาณ พนักงานของบริษัทผู้รับเหมา หาเช้ากินค่ำ ไม่ต่างจากประชากรยากจนในเขตชนบทส่วนอื่นของประเทศ คือรายได้ไม่พอเหมาะกับรายจ่ายเนื่องจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นในพื้นที่เขตอุตสาหกรรม แต่ต้องได้รับผลกระทบด้านสุขอนามัยสะสมจนก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ
พนักงานโรงงานเองก็รู้อยู่เต็มอก แต่ 90%
ไม่ใช่คนพื้นที่ ส่วนใหญ่ของพนักงานก็พากันหาซื้อที่อยู่อาศัยรอบนอกที่พ้นจากบริเวณมลพิษ
ชาวบ้านที่รายได้น้อยไม่มีปัญญาย้ายหนี ก็ต้องทนต่อๆไป
เวรกรรม
ความคิดเห็นที่ 8
นี , 9 มีนาคม 2552 09:40
อยากมีธุรกิจส่วนตัวไหม ???
อดีต นักศึกษา ปี 1 ขอตังค์พ่อแม่ใช้
ปัจจุบัน นักศึกษา ปี 2 ร าย ได้ 3 หมื่น กว่า / เดือน
อดีต พนักงานบริษัทฯ ร า ยได้ หมื่นเศษ
ปัจจุบัน รายได้ 1.5 แสน / เดือน
อดีต นักศึกษา ปี 4
ปัจจุบัน 12 ปียังไม่จบ ร าย ได้ 5 แสน / เดือน
คุณหละอยากมีธุรกิจส่วนตัวไหม ???
สนใจดูที่ http://bestjob.321.cn/
http://slinq.net/2466
ความคิดเห็นที่ 7
THE KID , 7 มีนาคม 2552 22:34
จะหาทางป้องกันอย่างไร
คนโรงงานพวกนี้แทบจะกระอักเลือด เพราะทั้งพาชาวบ้านไปทัศนาศึกษา
พาเที่ยว ไม่อยากจะบอกว่าใช้เงินบางส่วนซื้อใจคนมาบตาพุดไปบ้าง
แต่ความจริงก็คือความจริงที่ว่า อากาสที่มาบตาพุดมันแย่เนื่องจากสารเคมีที่หลุดรอดออกมา โดยไม่ทราบว่าเป็นเจรตา หรือว่าปล่อยกันตามมาตราฐาน
วันนี้ต้องแก้ไข แก้ไขอย่างไรละในเมื่อข้อมูลทุกๆอย่างได้ทุกปกปิดโดยโรงงาน กนอ แม้กระทั้งข้อมูลวิจัยทางวิชาการจากกรมควบคุมมลพิษ
ผมเป็นชาวบ้านแท้ๆ พ่อ แม่ เกิดที่นี่ ปู่ กับย่ายเกิดที่นี่ ยังรู้สึกว่าตัวเองโง่ที่โดนปกปิดตลอดเวลา พอมีความรู้บ้างแต่ก้ไม่สามารถมีเสียงสักนิด ในการบอกปัญหาว่าตัวเองตอ้องการอะไร
แถมเทศบาลมาบตาพุด เองก็ขาดฝีมือ ขาดความเอาใจใส่ ชาวบ้าน
วันนี้ น้ำท่วมเมื่อฝนตก วันนี้ไฟฟ้าตก วันนี้น้ำประปา สกปรก น้ำไหลไม่แรง
ขนาดนี้ยังไม่มีความสามารถจัดการได้ แต่กำลังจะรับบทพระเอกที่จะไปควบคุมโรงงานระดับแสนๆล้าน
ขำน่ะที่วันนี้ ชาวมาบตาพุดจะ มอร์นิเตอร์โรงงานยักษือย่าง ปตท เคลือซีเมนต์ไทย จะเอาอะไรไปสู้ ?
ผมจริงๆแล้วก้แค่ต้องการให้โรงงานมีความสำมัญสำนึก อย่างน้อย
อันดับแรก ให้ พนก โรงงานทุกคน หรือเกือบทุกคนอาศัยที่มาบตาพุด หึๆๆ รึว่าจะหนีไปพักที่บ้านฉาง ระยอง สัตหบี บ้านเพ มาสิ มาอยู่ด้วยกัน มารับอากาสดีๆที่พวกท่านสร้าง
อันดับสอง เจ้าหน้าที่ตรวจสภาพอากาศ น้ำ หรือน้ำที่บำบัดแล้วที่จะทิ้งลงสู้ทะเล ต้องมีชาวบ้านเป็น พนักงาน ที่เป็นพนักงานของชาวบ้าน
อันดับสาม อันดับสี่ ไม่รู้สิ
รู้แต่ว่า อันดับ สุดท้าย ขอแค่ความจริงใจในการแก้ปัญหา ว่าไหม ท่านผู้นำ โรงละครหุ่น
ความคิดเห็นที่ 6
ต่อต้านข้าราชการขี้ฉ้อ ทำตัวเป็นเจ้านาย , 6 มีนาคม 2552 15:07
เป็นมิติใหม่ของเมืองไทย ที่ประชาชนสามารถฟ้องร้องชนะคดีหน่วยงานของรัฐ (ควบคุมมลพิษ) ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ เห็นทีพวกข้าราชการขี้ฉ้อ คงต้องอดอยากปากแห้งไม่สามารถรับเงินใต้โต๊ะ เพราะโดนนายทุนโรงงานเอาเงินปิดหูปิดตา ทำให้สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม
อยากให้มีการรวมกลุ่มของชุมชนมาก ๆ ฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อสังคมเมืองไทยจะได้ยกระดับขึ้นสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการดูแลเอาใจใส่ของหน่วยงานของรัฐอย่างแท้จริง เกลียดนักพวกข้าราชการขี้ฉ้อ ดีแต่แย่งกันเอาตำแหน่งหน้าที่การงานเพื่อมาเรียกรับผลประโยชน์ โกงกันจนชาติจะอิบอ๋ายหมด
ความคิดเห็นที่ 5
คนใจหมาทำกับคนไทย , 6 มีนาคม 2552 10:16
ถ้ามีคนอุทรณ์ คนอุทร ก็ใจหมาแล้ว ถามง่ายๆ ถ้าบ้านเมิงมาอยู่แถวนี้ * จะอุทรณืไหม มีแต่คนใจหมาที่จะอุทรณ์ เท่านั้น
ความคิดเห็นที่ 4
Taemujin , 4 มีนาคม 2552 20:56
น่าจะฟ้องเรียกค่าเสียหายด้วย เพื่อนำมาเป้นค่าใช้จ่ายในการบูรณะสิ่งแวล้อมที่ถูกทำลายไป โดยให้กกสิ่งแวดล้อมไล่เบี้ยเอากับบริษัทที่ก่อ เพื่อแสดงให้สังคมเห็นว่าเอาจริงแล้วน่ะ ต่อไปชาวบ้านจะได้นอนตาหลับ
ความคิดเห็นที่ 3
เอกลักษณ์ ชุนงาม , 4 มีนาคม 2552 16:10
งาน หนักกว่านี้รออยู่ ครับ จะ วางแผนการควบคุมอย่างไร ให้ได้ผล ซึ่งจะพิสูจน์ความเหนียวแน่ และ แข็งแกร่ง ของชาวระยองอย่างแท้จริง
ความคิดเห็นที่ 2
COD , 4 มีนาคม 2552 15:42
ละเลยกันมานาน
ลืมว่าตัวเองเป็นข้าราชการเค้าเลี้ยงดูปูเสื่อหน่อยก็หลับตาข้างหนึ่ง หลักฐานมีเอาผิดเค้าได้ก็ไม่เคยทำ ไปดูย้อนหลังสิ
เคยมีบริษัทเสียค่าปรับอะไรบ้าง ตอนสารเคมีรั่วไหล น้ำเสีย
อากาศไม่ได้คุณภาพ
ความคิดเห็นที่ 1
นาย ณฐพงษ์ ตระกุลวารี , 4 มีนาคม 2552 14:42
ขอแสดงตวามยินดีด้วยที่ชาวจะยองได้สิทธิพื้นฐานที่ควรจะได้และเป็นจุดเริ่มต้นที่ชาวระยองควรจะทำให้ต่อเนื่องและใช้กฎหมายอย่างศักดิ์สิทธิไม่ลูลหน้าปากจมูก ในฐานะผมอยู่ในวงการน้ำเสีย ที่ระยองถ้าจะเอาจริงนะ น้ำเสียปล่อยเกินค่ามาตราฐานเกือบทั้งงั้น