ศาลมีนบุรีฝากขังโจ๋เทคโนฯ ส่วนมือยิงไม่ถึง18ปีส่งบ้านเมตตา ผู้ว่าฯกทม.เล็งเปิดวังตะไคร้นำหัวโจก7สถาบันเข้าค่าย แทงยับเทคนิก16ปี30แผลทิ้งป่า
วันนี้(3 ก.ย.) ที่ศาลจังหวัดมีนบุรี พันตำรวจโท ประดิษฐ์ ทะประสิทธิ์จิตต์ พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ควบคุมตัว นายปริวรรติ หรือเอ็ม เลาะภูมิ อายุ 19 ปี นักศึกษาโรงเรียนเทคโนโลยีบางกะปิ ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฆ่า เด็กชาย จตุพร ผลผกา หรือ"น้องเทียน" อายุ 9 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ
ซึ่งถูกกระสุนปืนเสียชีวิตระหว่างเกิดเหตุยิงกันของคู่อริ บริเวณป้ายรถเมล์ปากซอย รามคำแหง 164 เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 3 - 14 ก.ย. เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เช่น ต้องสอบพยานอีกหลายปาก รอผลตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือ และทะเบียนประวัติอาชญากร
ขณะที่ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญประชาชน ไม่เกรงกลัวกฎหมาย อีกทั้งคดีมีอัตราโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต หากได้รับการประกันตัวเกรงผู้ต้องหาอาจหลบหนี ศาลพิจารณาคำร้อง และสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้
ทั้งนี้ มีญาติผู้ต้องหามาเยี่ยมนายเอ็ม แต่ไม่ยื่นคำร้องและหลักทรัพย์ขอประกันตัว เนื่องจากไม่มีเงิน เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวผู้ต้องหาไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษมีนบุรีต่อไป
สำหรับนายบอย(นามสมมติ) อายุ 16 ปี นักเรียนโรงเรียนเดียวกัน ผู้ใช้อาวุธปืนยิงนั้น ยังเป็นเยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปี ตำรวจจึงนำตัวไปฝากขังที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ซึ่งมีคำสั่งให้ส่งตัวควบคุมที่สถานพินิจเด็กและ เยาวชน หรือบ้านเมตตา
เตรียมออกหมายจับอีก 6 ร่วมก่อเหตุ
พันตำรวจโท มนตรี กองจำปา รอง ผกก.สส.สน.มีนบุรี เปิดเผยว่าหลังจับกุม 2 ผู้ต้องหาได้แล้ว จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การซัดทอดว่า ยังมีเพื่อนร่วมขบวนการก่อเหตุอีก 6 คน ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนรู้ชื่อ ที่อยู่หมดแล้ว
"ตอนนี้ตำรวจได้ส่งคนลงพื้นที่ติดตามผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุ และเตรียมจะขออนุมัติหมายจับ อีกทั้งเตรียมเรียกพยาน ซึ่งในวันนี้ได้เรียกสอบพยานเห็นเหตุการณ์จำนวน 5 ปาก มารวบรวมพยานหหลักฐานเพื่อขออนุมัติจับกุมแล้ว"
พ.ต.ต.มนตรี กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามเกี่ยวกับมาตรการดูแลเหตุนักเรียนทะเลาะวิวาท ได้เตรียมเพิ่มกำลังอีก 5-10 รายเฝ้าดูตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ ภายในพื้นที่ ป้ายรถเมล์ หน้าห้าง ภายในตลาด เพื่อป้องกันเหตุนักเรียนทะเลาะวิวาท รวมไปถึงการตามมาล้างแค้นของกลุ่มนักเรียนคู่อริ
กทม.เตรียมส่งหัวโจกช่างกล 7สถาบันเข้าค่ายละลายพฤติกรรม
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เดินทางมาประชุมหารือข้อราชการหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาพฤติกรรมนักเรียนนักเลงอาชีวศึกษา โดยมีสถานีตำรวจนครบาลในพื้นที่ ผู้บริหารสถาบันอาชีวศึกษาในพื้นที่ ผู้อำนวยการเขต กลุ่มเขตกรุงเทพฯตะวันออก 9 สำนักงานเขต เข้าร่วมประชุม เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว
ทั้งนี้ภายหลังประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง เวลา 13.30 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ว่า เบื้องต้นที่ประชุมมีข้อสรุป 2 ประเด็นใหญ่เพื่อที่หน่วยงานจะช่วยกันบรรเทาปัญหาความรุนแรง และแก้ไขและควบคุมปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนอาชีวะ ได้แก่ 1. การดูแลจุดเสี่ยง โดยจะมีการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง อาทิ ป้ายรถเมล์ ตลาดสด ห้างสรรพสินค้า และสถานบันเทิงในพื้นที่ โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ร่วมตั้งจุดตรวจค้นช่วงเวลาก่อนเข้าและหลังเลิกเรียนซึ่งนักเรียนมักจะอาศัยช่วงดังกล่าวก่อเหตุ ทั้งนี้กทม.กำลังศึกษาความเป็นไปได้ว่าจะมีการตั้งศูนย์ป้องกันการทะเลาะวิวาทของเยาวชนหรือไม่ เนื่องจาก 1.กระทรวงศึกษาธิการอาจจะมีหน่วยงานด้านนี้อยู่แล้ว และ2.กทม.มีแผนจะติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ( CCTV ) ในพื้นที่จุดเสี่ยงอยู่แล้ว
ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวต่อว่า 2. เรื่องการดูแลนักเรียนกลุ่มเสี่ยง ซึ่งสถาบันอาชีวศึกษามีกิจกรรมที่จะให้นักเรียนของตนเองออกทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์อยู่แล้ว แต่ข้อสรุปในที่ประชุมจะให้มีการดำเนินการจัดกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ร่วมกันในอาทิตย์ที่ 5 กันยายนนี้ โดยจะให้สถาบันอาชีวศึกษาในพื้นที่กรุงเทพฯตะวันออก ส่งนักเรียนสถาบันละ 20 คน รวม 7 สถาบันทำกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ ทำความสะอาดสถานที่ทางศาสนา เช่น วัดและมัสยิดรวมกันครั้งแรกซึ่งตนจะมาร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย
นอกจากนี้ในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นช่วงปิดภาคเรียนของสถาบันอาชีวศึกษานั้น จะมีการจัดค่ายผู้นำนักเรียนโรงเรียนอาชีวศึกษาทั้ง 9 แห่ง โดยให้ผู้บริหารสถาบันส่งนักเรียนหัวโจกของแต่ละแห่งมาร่วมเข้าค่ายผู้นำนักเรียน ที่อำเภอวังตระไคร้ จ.นครนายก ซึ่งตนพร้อมจะเป็นเจ้าภาพดูแลค่าใช้จ่ายและดูแลนักเรียนด้วยตัวเอง และจะมีการเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ให้ร่วมกันกำหนดกิจกรรมละลายพฤติกรรมนักเรียน
"ค่ายนี้นักเรียนหัวโจกจะต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน อาจจะ 3-4 วัน จำนวนไม่เกิน 100 คน โดยจะมีกิจกรรมเดินป่า ล่องแก่ง และกิจกรรมที่ออกแบบโดยวิทยากรเชี่ยวชาญที่ตนจะทาบทามมาช่วยในค่ายนี้ เพื่อนักเรียนแต่ละสถาบันจะได้รับรู้และปรับพฤติกรรมการอยู่ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมานฉันท์ระหว่างนักเรียนที่ต่างสถาบันกันด้วย ” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวและว่า หากกิจกรรมทั้ง 2 กิจกรรมนี้ประสบความสำเร็จ ได้ผลดีในเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯตะวันออกนั้น ก็อาจจะเป็นตัวอย่างให้กับพื้นที่อื่นๆต่อไป
แทงยับเด็กเทคนิก 30แผล ทิ้งป่าละเมาะสุราษฎร์ฯ
เมื่อเวลา 14.00 น.วันเดียวกัน พนักงานกองพิสูจน์หลักฐาน ร่วมกับ ร.ต.อ.ยศ ชาวเรา ร้อยเวร สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี และตำรวจจำนวนหนึ่งพร้อมแพทย์ไปชันสูตรศพบริเวณในสวนฝรั่ง ม.4 ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง สุราษฎร์ธานี หลังตำรวจได้รับแจ้งพบศพในพงหญ้าริมสวนฝรั่ง
เมื่อตรวจพบศพวัยรุ่นชายชื่อ นายฉัตรชัย ศรีแมน อายุ 16 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 / 102 ม. 1 ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี ชั้น ปวช. 1 แผนกช่างก่อสร้าง สภาพศพสวมชุดนักศึกษาถูกแทงด้วยของมีคมเข้าบริเวณหน้าหลังและหน้าอกกว่า 30 แผล เสียชีวิตไม่เกิน 2 ชั่วโมง
จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายกับเพื่อนๆอาจจะมาเคลียร์ปัญหาอะไรสักอย่าง เมื่อตกลงกันไม่ได้จึงทะเลาะวิวาทและถูกรุมทำร้ายและทิ้งศพไว้ โดยบริเวณที่เกิดเหตุมีร่องรอยการต่อสู้เป็นบริเวณกว้าง ซึ่งทางตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานจากที่เกิดเหตุเพื่อติดตามคนร้ายดำเนินคดีต่อไป
Tags : ฉัตรชัย ศรีแมน • นักเรียนยิงกันตาย



ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น