กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : การศึกษา

วันที่ 8 มีนาคม 2553 18:54

ศึกษาธิการตั้งมหาวิทยาลัยอาชีวะ 8สาขา

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ศธ.ปรับความพร้อมตั้งมหาวิทยาลัยอาชีวศึกษาตามที่กฤษฎีกาติงมา ดันเฉพาะวิทยาลัยที่มีความพร้อมก่อนประมาณ 8 สาขา

นายสรจักร  เกษมสุวรรณ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ รมช.ศธ. ได้มอบให้ไปหารือร่วมกับผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) และคณะกรรมการกฤษฎีกา กรณี ร่าง แผนการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา ซึ่งที่ผ่านมายังประเด็นความล่าช้าเพราะมีหลายจุดที่คณะกรรมการกฤษฎีกา ติงว่าไม่สอดคล้องกับพ.ร.บ.อาชีวศึกษา พ.ศ. 2551

ทั้งนี้ร่างแผนการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา ฉบับเดิมที่ส่งไปยังกฤษฎีกานั้น ทาง สอศ. เสนอให้จัดตั้งตามกลุ่มพื้นที่ที่มีอุตสาหกรรม หรือ Area-Based ใน 19 เขต โดยการนำเอาวิทยาลัยอาชีวศึกษาทั้ง 415 แห่งมารวมกลุ่มเพื่อยกระดับเป็นสถาบัน ซึ่งจุดนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาวิเคราะห์ว่าไม่สอดคล้องและขัดกับเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.อาชีวศึกษาฯ ที่ต้องการให้ยกระดับความเป็นเลิศของสถาบันอาชีวะในระดับวิทยาลัย และระดับกลุ่มสถาบันไม่ใช่ทุกวิทยาลัยจะต้องเป็นสถาบันอาชีวะฯ 

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการกฤษฎีกา ยังแย้งด้วยว่ามีประเด็นซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เคยมีมติว่าการจัดทำ ร่าง การจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา ให้นำข้อกังวลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ ที่อยากให้การจัดตั้งสถาบันอาชีวศึกษาควรเกิดขึ้นทีละน้อย ๆ ไม่ควรทำพร้อมกัน แต่ที่ผ่านมา สอศ.ไม่เคยนำประเด็นดังกล่าวมาพิจารณาแต่อย่างใด

นายสรจักร กล่าวว่า ในการหารือได้ข้อสรุปเป็นที่น่าพอใจร่วมกัน ซึ่งตลอดสัปดาห์นี้ สอศ.จะนำไปปรับปรุงแก้ไขโดยมีแนวทางชัดเจน ว่า การทำร่าง แผนจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา จะทำเป็นในสาขาวิชาเฉพาะด้านที่จะเน้นพัฒนาศักยภาพ และสมรรถนะไปสู่ความเป็นเลิศ เน้นตอบสนองความต้องการของเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในอีก 10-20 ปีข้างหน้า

โดยจะพิจารณานำวิทยาลัยที่มีความพร้อมในสาขานั้นมารวมกลุ่มพัฒนา เช่น สาขายานยนต์ จะดูวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญและมีความพร้อมมาพัฒนาไปสู่ความเป็นเลิศ เป็นต้น ทั้งนี้ สอศ.โดยนายวีระศักดิ์ วงษ์สมบัติ ในฐานะที่ปรึกษา สอศ.และมีความรู้ความเชี่ยวชาญจะลงไปพิจารณากำหนดว่าจะทำกี่สาขาและวิเคราะห์ความเหมาะสมจุดดี จุดเด่นของวิทยาลัย ที่มีความเชี่ยวชาญมีความพร้อมจัดตั้งเป็นสถาบัน แต่เบื้องต้น รมช.ศธ คาดการณ์ว่าจะมีประมาณ 7-8 สาขา 

“ในส่วนของ ร่าง กฎกระทรวง ศธ. การจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา ที่มีปัญหาภายหลังการหารือร่วมทุกฝ่ายแล้วทาง สอศ.จะไปปรับปรุงแก้ไขซึ่งเป็นการแก้ไขในรายละเอียดเท่านั้น คือ ไม่จำเป็นต้องจัดตั้งสถาบันใน 19 กลุ่มพื้นที่ เป็นต้น แต่ในส่วนของหลักการไม่ได้มีการปรับเปลี่ยน และเมื่อแก้ไขรายละเอียดเสร็นเรียบร้อยทาง สอศ.จะนำเสนอให้คณะกรรมการกฤษฎีกา พิจารณาให้ความเห็นชอบและเมื่อผ่านคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วจึงไปสู่ขั้นตอนขอความเห็นชอบของ ครม.ต่อไป ในปีนี้สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพจะต้องเกิดขึ้นเพราะฉะนั้นจะต้องมีสถาบันการอาชีวศึกษาที่จะต้องตอบสนองกลไกในการพัฒนานักเรียน นักศึกษาอาชีวะให้มีความเป็นเลิศในด้านต่าง ๆ ให้การทำงานสอดคล้องกัน” นายสรจักร กล่าว

 อย่างไรก็ตาม ในการประชุมผู้บริหารอาชีวศึกษา ทั่วประเทศที่จะมีในวันที่ 11 มี.ค.นี้ น.ส.นริศรา จะนำประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับอาชีวศึกษาทั้งโครงการเรียนฟรี เรียนดี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ นโยบายปฏิรูปการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับอาชีวศึกษา ซึ่งในการประชุมที่ศูนย์สิริกิติ์เมื่อวันที่ 6-7 มี.ค.ที่ผ่านมามีหลายฝ่ายฝากว่าอยากเห็นการปรับทัศนะของผู้ปกครองต่อการเรียนอาชีวศึกษา รวมถึงประเด็นอื่น ๆ ที่จะทำความเข้าใจแก่ผู้บริหารวิทยาลัย ทั้งนี้ ทราบว่ามีความกังวลว่าการประชุมในวันดังกล่าวอาจจะกระทบต่อการชุมนุม แต่เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาเพราะการชุมนุมจะมีวันที่ 12 มี.ค. เพราะฉะนั้น ไม่น่าจะใช้เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุผลในการไม่เข้าร่วมประชุม

 

 

Tags : นายสรจักร เกษมสุวรรณ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

advertisement

advertisement

advertisement