"นพ.ประเวศ" แนะปรับระบบการศึกษาใหม่ ชี้การศึกษาที่มุ่งเอาความรู้จากตำราเป็นตัวตั้ง แยกส่วน และละเลย การเรียนรู้จากชีวิตจริง
ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส กล่าวในการปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ระบบการศึกษาที่แก้ความทุกข์ยากของคนทั้งแผ่นดิน” จัดโดยศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ว่าระบบการศึกษาในปัจจุบันเป็นระบบการศึกษาที่เป็นบ่อเกิดของความทุกข์ยากของคนทั้งแผ่นดิน เห็นได้จากความยากลำบากของบรรดาผู้ปกครองที่จะนำบุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนดี ๆ หรือความพยายามที่จะสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย
แต่เมื่อเรียนจบกลับไม่มีงานทำ ซึ่งทั้งหมดเป็นการศึกษาที่มุ่งเอาความรู้จากตำราเป็นตัวตั้ง แยกส่วน และละเลยการเรียนรู้จากชีวิตจริง ทั้งที่ความจริงคนทุกคนมีความรู้อยู่ในตัวเอง เช่น พ่อ-แม่ หรือแม้กระทั่งคนขายก๋วยเตี๋ยว ซึ่งเป็นสาเหตุของวิกฤตการณ์หลายด้านในปัจจุบัน เช่น วิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติทางสิ่งแวดล้อมเพราะทุกคนยึดหรือมุ่งหวังสิ่งที่ผิด ละเลยการเรียนรู้จากชีวิต
ดังนั้น การทำให้การศึกษาเป็นทางแก้ความทุกข์ยากของแผ่นดิน ต้องเป็นการศึกษาที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ โดยต้องมีการปรับเปลี่ยนระบบการศึกษาครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่ปรับหลักสูตร แต่ต้องปรับกระบวนทัศน์ใหม่ สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ซึ่งมหาวิทยาลัยกว่า 100 แห่งของประเทศต้องหันไปให้การศึกษากับชุมชนท้องถิ่น เป็นมหาวิทยาลัยชีวิต ใช้ชีวิตเรียนรู้จากการปฏิบัติ เพราะการศึกษาต้องสามารถรักษาได้ทุกโรค คือ ต้องแก้ปัญหาความยากจน ต้องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ เคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นคน และสุดท้ายคือ การปรับสังคมทางดิ่งเป็นทางราบได้

ความคิดเห็นที่ 2
paragrit , 6 มีนาคม 2553 06:34
ขอบพระคุณคุณหมอประเวศ ที่ช่วยชี้ทางออก
ความคิดเห็นที่ 1
บัญญัติ , 7 ธันวาคม 2552 11:00
เป็นเรื่องจริงที่ปัจจุบันคนที่จบการศึกษาออกมานั้น ไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงเป็นอย่างไร เพราะมีสาขาวิชาไม่น้อยที่สอนกันแต่ตามตำรา ภาคปฏิบัตินั้นน้อยมาก จึงไม่สามารถนำวิชาความรู้มาประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ พอถามเรื่องนอกตำรา แต่เป็นเรื่องจริงใจชีวิตของคนก็จะตอบไม่ได้ แล้วนักวิชาการของเราหลาย ๆ สาขาก็เป็นอย่างนี้เสียด้วย มีแต่สัมมนา ปาฐกถา แต่ไม่มีภาคปฏิบัติ หรือเอาข้อเท็จจริงมาให้วิเคราะห์ ก็จะวิเคราะห์ไม่ได้ นี่ถ้าพวกที่เรียนหมอไม่มีภาคปฏิบัติ เรียนแต่ตำรา สงสัยว่าคนไข้คงจะแย่แน่ แล้วการรับอาจารย์ก็ดูว่าใครจบด๊อกเตอร์ เคยทำงานอะไรมาไม่สำคัญ ต่อให้คนมีประสบการณ์ทำงานจริง ๆ เป็นสิบ ๆ ที่ตรงกับเรื่องที่สอน ก็จะไม่ได้รับการพิจารณาให้สอน