สพฐ.ซื้อคอมฯ แจกร.ร.ทั่วประเทศ ปรับสัดส่วน1เครื่องต่อ10 กระจายเงินกลุ่มแรก 1ต.ค. เร่งจัดซื้อคอมให้เสร็จภายในเทอม 2
นายสมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เตรียมจัดซื้อคอมพิวเตอร์ให้โรงเรียนที่ยังขาดแคลนคอมพิวเตอร์ ตามโครงการปรับสัดส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์ต่อนักเรียนในโรงเรียนทั่วประเทศให้อยู่ที่ 1 ต่อ 10 จากปัจจุบัน สัดส่วยเฉลี่ยอยู่ที่ 1 ต่อ 40 โดยจะใช้งบประมาณไทยเข้มแข็งมาดำเนินการ ซึ่ง สพฐ.ได้รับการจัดสรรงบประมาณโครงการนี้รวม 3 ปี (2552-2554) จำนวน 17,894 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 170,000 เครื่อง
นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอเม็ดเงิน ซึ่งรัฐบาลน่าจะจัดสรรมาให้ในเร็ว ๆ นี้ เมื่อรัฐบาลจัดสรรงบประมาณมาแล้ว สพฐ.จะเร่งกระจายงบประมาษไปให้สถานศึกษาจัดซื้อคอมพิวเตอร์ พร้อมแนบสเป็กเครื่องคอมพิวเตอร์ที่กำหนดสเป็กเสร็จเรียบร้อยแล้วไปให้โรงเรียนด้วย ทั้งนี้ โรงเรียนกลุ่มแรกที่จะได้รับการจัดสรรงบประมาณให้ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ เป็นโรงเรียนที่อยู่ในโครงการยกระดับสถานศึกษาให้เป็นโรงเรียนดีระดับชาติหรือระดับสากลจำนวน 500 โรงเรียน โรงเรียนดีระดับอำเภอจำนวน 2,500 โรง โรงเรียนดีประจำตำบล จำนวน 7,000 โรง เพื่อพัฒนาคุณภาพ ขยายโอกาสให้กับคนทุกกลุ่มเข้าถึงการศึกษา ทั้งนี้การจัดสรรงบประมาณนั้น โรงเรียนแต่ละประเภทจะได้งบประมาณไม่เท่ากัน เนื่องจากจะดูว่าโรงเรียนมีปริมาณความต้องการเครื่องคอมพิวเตอร์เท่าใด เพื่อให้ได้สัดส่วนที่เพียงพอและเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม คาดว่า การจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนกลุ่มแรกจะแล้วเสร็จ ภายในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 สพฐ. ตั้งเป้าไว้ตั้งแต่ปี 2553 - ปี 2555 จะขยับสัดส่วนคอมพิวเตอร์ต่อนักเรียนให้มาอยู่ที่ คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง ต่อ นักเรียน 10 คน
Tags : สมเกียรติ ชอบผล
ความคิดเห็นที่ 1
นายสัณฑพงศ์ โสไกร , 12 กันยายน 2552 13:05
เรียน นายกฯ/รมว.ศษ
1.การให้คอมฯเป็นเรื่องดีครับ
2.ต้องดูเรื่องความเหมาะสมกับราคาและการใช้งานที่สอดคล้องกัน เช่นยระดับชั้นประถมก็ต้องถูกกว่าระดับสูงๆเพื่อประหยัดงบประมาณได้
3.การใช้เครื่องเก่ามาอัพเกรดก็ได้(ถ้ามีของเก่า)ซึ่งวิธีนี้การใช้งานก็ทำได้เหมือนกัน
4.เพื่อให้การติดต่อสื่อสารระหว่างโรงเรียนและหน่วยงานรัฐประชาชนได้ดี ทุกโรงเรียนควรจะมีอินเตอร์เน็ตและอีเมลล์ไปเลยและทำให้เป็นแนวทางที่ติดต่อได้ดีคุ้มค่ากว่ามากโดยให้ทีโอที ช่วย เพราะสามารถทำได้ดีเงินเข้ารัฐอีกทางหนึ่งไม่ได้เสียหายอะไร
5.หากมีสมาคมนักเรียนก็สามารถให้เชื่อมโครงข่ายได้ด้วยก็ดีเพื่อเป็นที่ร่วมของปัญหาข้อเสนอแนะและที่ติดต่อกันของประชาชน
**จาก นายสัณฑพงศ์ โสไกร ปชช.3301800004283 ชมรมประชาอาสา****