กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : การศึกษา

วันที่ 3 กรกฎาคม 2552 02:02

พิษณุโลกพบ 7โครงกระดูกมนุษย์โบราณ3พันปี

หลุมขุดโครงกระดูกมนุษย์โบราณ วัดหนองตะเคียน ต.หนองกุลา อ.บางระกำ พิษณุโลก

หลุมขุดโครงกระดูกมนุษย์โบราณ วัดหนองตะเคียน ต.หนองกุลา อ.บางระกำ พิษณุโลก

ภาพประกอบข่าว

พระนำชาวบ้านต.หนองกุลา อ.บางระกำขุดลานวัด3หลุมพบ7โครง หม้อดินเผา ขวาน-กำไลหินตั้งใจทำพิพิธภัณฑ์ไว้ศึกษา เรียกร้องหน่วยงานรัฐใส่ใจให้ความรู้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดหนองตะเคียน หมู่ 9 ต.หนองกุลา อ.บางระกำ พิษณุโลก พระและชาวบ้านหนองตะเคียน ยังคงช่วยกันขุดหลุมสำรวจโครงกระดูกมนุษย์โบราณที่บริเวณลานวัดหนองตะเคียน ก่อนหน้านี้บริเวณรอบวัดเคยพบขวานหินขัดและภาชนะดินเผาคาดอายุเก่ากว่า 2,000ปี

ล่าสุด วันนี้(2 ก.ค.) ชาวบ้านขุดค้นหลุมที่ 3 พบโครงกระดูกมนุษย์โบราณฝังอยู่ใต้ดินลึก 2.5 เมตร รวมทั้งสิ้น 7 โครง  พระภิกษุรุ่ง วิโรจโณ พระลูกวัดหนองตะเคียน ผู้มีบทบาทนำชาวบ้านร่วมขุดพิสูจน์ค้นหาโครงกระดูกมนุษย์โบราณ เปิดเผยว่า แรกทีเดียวที่มาจำวัดนี้เมื่อ 2 เดือนก่อน ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าที่ตั้งวัดหนองตะเคียนเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของมนุษย์โบราณ

ต่อมา ได้เริ่มพูดคุยกับชาวบ้านจึงทราบว่าบริเวณวัดและพื้นที่โดยรอบมีเศษกระเบื้อง ภาชนะดินเผาเก่าแก่กระจัดกระจายอยู่มาก จนกระทั่งถึวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักและพบขวานหินขัดโผล่ขึ้นมาอยู่ริมสระน้ำข้างวัด และสำนักงานศิลปากรที่ 6 สุโขทัย นำไปพิสูจน์แล้วเบื้องต้นระบุว่ามีอายุประมาณ 2,000-3,000 ปี

ต่อมา ชาวบ้านคนเฒ่าคนแก่เล่าให้ฟังว่า บริเวณลานวัดที่เดิมสมัยสร้างวัดใหม่ ๆ ช่วงปี 2530 ระหว่างการขุดหลุมทำห้องสุขา ชาวบ้านพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณและภาชนะดินเผา ซึ่งชาวบ้านอยากรู้ อยากพิสูจน์ว่าพื้นที่วัดแห่งนี้ เคยเป็นชุมชนโบราณจริงหรือไม่ ดังนั้น ในวันที่ 27 มิถุนายน พระและชาวบ้านตัดสินใจร่วมกันจะขุดพิสูจน์ มีการตั้งพิธีบวงสรวง และเริ่มขุดเปิดหน้าดิน พระภิกษุรุ่งได้แนะนำวิธีการขุดให้อาสาสมัครชาวบ้านประมาณ 10 คน เลียนแบบกรรมวิธีการขุดของนักโบราณคดี

โดยหลุมแรก ขุดวันที่ 27 มิถุนายน บริเวณลานวัดที่ตั้งห้องสุขาเก่า หลุมกว้างประมาณ 4 x 4 เมตร ลึก 2.5 เมตร พบโครงกระดูก 1 โครงหันหัวไปทางทิศเหนือ มีภาชนะดินเผา 6 ใบ 3 ใบวางอยู่ปลายเท้าโครงกระดูก อีก 3 ใบวางรอบตัว และได้เก็บสภาพรักษาไว้เหมือนเดิม นำเต็นท์มาคลุมกันน้ำฝน

หลุมที่ 2 ขุดวันที่ 29 มิถุนายน หลังจากขุดหลุมแรกแล้ว มีสำนักโบราณคดีและศิลปากรที่ 6 มาตรวจสอบหลุมแรกแล้ว แต่ไม่ให้คำตอบกับชาวบ้านว่าเป็นอะไรแน่ ประกอบกับมีข้อครหาจากคนกลุ่มหนึ่ง ปล่อยข่าวอาจจะมีการนำโครงกระดูกมาฝังไว้ เมื่อขุดพบแล้วต้องการกระจายข่าวเพื่อหาเงินเข้าวัด

ดังนั้น ทั้งพระและคนในชุมชนจึงตัดสินใจขุดหลุมที่ 2 อีกครั้ง เพื่อลบคำสบประมาทดังกล่าว โดยขุดบริเวณใต้ต้นมะม่วง หน้ากุฏิ ห่างหลุมแรกประมาณ 30 เมตร ขุดลึกลงไปประมาณ 2.5 เมตร ความกว้างประมาณ 2 x 2 เมตร พบกระดูก 1 โครงค่อนข้างสมบูรณ์ หันหัวไปทิศเหนือ มีภาชนะดินเผา 3 ใบวางอยู่ปลายเท้า คล้ายกับหลุมแรก หลังจากขุดแล้วใช้เต็นท์คลุมกันฝนไว้

หลุมที่ 3 ขุดระหว่างวันที่ 1-2 กรกฏาคม อยู่ตรงกลางระหว่างหลุมที่ 1 และหลุมที่ 2 กว้างประมาณ 3 x 4 เมตร ลึกลงไปประมาณ 2.5 เมตร พบโครงกระดูกทั้งหมด 5 โครง หันหัวไปทางทิศเหนือและทิศตะวันตก เห็นสภาพโครงกระดูกและศรีษะ ฟัน ชัดเจน

หลุมนี้ต่างจาก 2 หลุมแรก มีภาชนะดินเผาวางเทินหัวไว้ 2 โครง และวางไว้ปลายเท้า 1 โครง ที่เหลืออีก 2 โครงมีภาชนะดินเผาวางอยู่ซ้อนกัน ภายในหลุมที่สาม ยังพบขวานหินขัดอีก 2 ชิ้น กำไลหินสภาพหัก 1 ชิ้น ลูกดินเผากลม 1 ลูก หินคล้ายนกสีส้ม-เหลือง เจาะรูตรงกลาง 1 ชิ้น รวมถึงเศษภาชนะดินเผาแตกกระจายจำนวนมาก ขุดเสร็จแล้วได้นำเต้นท์มาคลุมกันฝนไว้ 

พระภิกษุรุ่ง กล่าวอีกว่า หลังจากขุดทั้ง 3 หลุมและพบโครงกระดูกทั้งหมด 7 โครง ภาชนะดินเผา และของเก่าแก่จำนวนมาก พระและชุมชนลงความเห็นว่า จะยุติการขุดไว้แค่นี้ก่อน จะรักษาสภาพให้อยู่ดั้งเดิมให้ได้มากที่สุด นำเต้นท์มาทำหลังคาคลุมกันฝนไว้ชั่วคราว เพราะได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพื้นที่วัดหนองตะเคียนเป็นแหล่งชุมชนโบราณของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ อยากให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง กรมศิลปากร เข้ามาตรวจสอบ เพื่อให้เป็นความรู้แก่ชาวบ้านและชุมชน โดยเฉพาะหลุมที่สาม มีการฝังรวมกันถึง 5 ร่าง อาจจะเป็นไปได้ว่าเป็นครอบครัวเดียวกันที่เจอโรคระบาดและเสียชีวิตพร้อมกัน 

นายบุญส่ง มาขาว อายุ 60 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหนองตะเคียน หนึ่งในทีมขุดค้น เปิดเผยว่า ชาวบ้านอยากรู้ว่าพื้นที่วัดเป็นแหล่งชุมชนโบราณจริงหรือไม่ ปรึกษากันและตัดสินใจว่าจะขุดค้นกันเอง ใช้เครื่องมืออย่างง่าย ทั้งจอบ เสียม แปรง  

"ได้รับคำแนะนำจากพระรุ่ง ให้ค่อยๆ ขุดทีละชั้น ใช้เหล็กจิ้มลงดินไปเรื่อย ๆ กระทั่งขุดแต่งเป็นรูปเป็นร่าง ผมเชื่อว่าจะเป็นหลุมฝังศพของมนุษย์โบราณ จากนี้ไปจะคงสภาพไว้แค่นี้ก่อน ได้งบประมาณของหมู่บ้านจำนวน 10,000 บาท จะทำหลังคาคลุมทั้ง 3 หลุม กั้นขอบหลุมให้แน่น ไม่ให้น้ำในไหลลงไปได้ อนาคตจะเป็นพิพิธภัณฑ์ของหมู่บ้าน ให้ประชาชนทั่วไปได้มาศึกษา" ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กล่าว

Tags : พระภิกษุรุ่ง วิโรจโณ บุญส่ง มาขาว วัดหนองตะเคียน ต.หนองกุลา อ.บางระกำ พิษณุโลก

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3

อยากมีส่วนร่วมในการทำบุญและอยากให้วัดเป็นแหล่งศึกษาของคนรุ่นหลัง

ความคิดเห็นที่ 2

เบื่องานประจำ อยากทำงานส่วนตัว คลิ๊ก http://www.nk-agel.com

ความคิดเห็นที่ 1

เบื่องานประจำ อยากทำงานส่วนตัว คลิ๊ก http://www.nk-agel.com

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement