กลุ่มฟื้นฟูวิถีชุมชนฯ จัดงาน"สรวง-สองแคว"ขายบัตรระดมเงินให้ "พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี" ดำเนินต่อไปเพื่อให้ความรู้รากเหง้าท้องถิ่นพิษณุโลก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 เมษายน ที่พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน จ.ส.อ.ทวี บูรณเขตต์ ต.ในเมือง อ.เมือง พิษณุโลก กลุ่มหนุ่มสาวศึกษาเพื่อการฟื้นฟูวิถีชุมชนท้องถิ่น ร่วมกันจัดงาน”ฟื้นฟูวิถีชุมชน ชื่นชมคนท้องถิ่น สรวง-สองแคว”เพื่อนำรายได้จากการขายบัตรใบละ 200 บาท มอบให้กับพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี
ในงานมีเวทีเสวนา”ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นน่าน - แควน้อย” โดย ศาสตราจารย์พิเศษ ศรีศักร์ วัลลิโภดม นิทรรศการชีวิตวัฒนธรรมสองแคว การแสดงภาพวาด ภาพถ่าย ที่เปิดประมูลนำเงินมอบให้พิพิธภัณฑ์ รวมถึงมีการแสดงดนตรีเพื่อชีวิตวัฒนธรรม โดยวง คาวบอยตะวันออก หงา คาราวาน มงคล อุทก มีชาวพิษณุโลกซื้อบัตรเข้าร่วมงาน 400 คน
การจัดงานครั้งนี้ มีรายได้จากการขายบัตรผ่านประตู เป็นเงิน 109,400 บาทและรายได้จากการประมูลภาพวาด ภาพถ่าย ที่กลุ่มศิลปินร่วมกันทำขึ้นอีกประมาณ 30,000 บาท ได้มอบให้ จ.ส.อ.ทวี บูรณเขตต์ เพื่อใช้ในการบริหารงานและบำรุงพิพิธภัณฑ์
นายสาคร สงมา กลุ่มหนุ่มสาวศึกษาเพื่อการฟื้นฟูวิถีชุมชนท้องถิ่น ที่ช่วยกันจัดงานครั้งนี้ กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี เป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ได้คิดถึงที่มาที่ไปของตนเอง เป็นแหล่งรวบรวมภูมิปัญญาของบบรรพบุรุษไทย ทั้งเครื่องไม้ เครื่องมือ ในอดีต จนเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของจังหวัดพิษณุโลก แต่ตลอดระยะเวลาการบริหารงานมาตั้งแต่ปี 2526 พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีต้องโดดเดี่ยว มีภาระด้านค่าใช้จ่ายในการบำรุงพิพิธภัณฑ์ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 60,000 บาท ขณะที่ค่าเข้าชมคนละ 50 บาทนั้น แต่ละเดือนเก็บได้ไม่ถึง 30,000 บาท เป็นภาระที่ จ.ส.อ.ทวี และน.ส.พรศิริ บูรณเขตต์ บุตรสาว ต้องแบกมาตลอด มีหนี้สินสะสมร่วม 13 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้จ.ส.อ.ทวี และครอบครัวเริ่มอ่อนร้า โดดเดี่ยว ก่อนที่จะเป็นฉากสุดท้ายของพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี กลุ่มหนุ่มสาวฯจึงร่วมกันจัดงานครั้งนี้ขึ้น เพื่อจุดประกายให้คนในท้องถิ่นคิดถึงวันวานของตนเอง มาแลกเปลี่ยนลงมือทำ ให้กำลังใจและกำลังทรัพย์กับพิพิธภัณฑ์
นายศรีศักร์ วัลลิโภดม กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี คือภูมิปัญญา ไม่ใช่แค่โกดังเก็บของ แต่เป็นโกดังเก็บความรู้ที่สั่งสมมาตั้งแต่อดีต มีเครื่องมือดักสัตว์ไม่รู้กี่ร้อยกี่พันชิ้น และล้วนมีความหมายทั้งหมด ความรู้เหล่านี้ไม่สามารถจะหาได้แล้ว มีความหมายอย่างมาก ความรู้นี้ไม่ควรหายไป ภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่นไม่เหมือนกัน แต่ที่ผ่านมา รัฐบาล สังคม ไม่ดูแล ไม่ให้การสนับสนุน คนสร้างต้องดูแลเองทั้งหมด พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีก็เกิดปัญหา ไม่มีเงิน รายได้น้อย ผลที่ตามมาคือ คนที่ทุ่มเททั้งชีวิตทั้งหัวใจให้พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่เขารัก ต้องรับความเจ็บปวดอยู่คนเดียว ซึ่งไม่ได้เกิดกับที่นี่เพียงแห่งเดียว แต่เกิดกับทุกที่
จ.ส.อ.ทวี บูรณเขตต์ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณกลุ่มหนุ่มสาวฯและชาวพิษณุโลกอย่างยิ่ง ที่ช่วยจัดงานครั้งนี้ ตนมีกำลังใจขึ้นมากทีเดียว หวังว่าท่านทั้งหลาย ที่มีจิตสาธารณะที่ร่วมกันจุดงานและมอบเงินตั้งแสนกว่า เป็นพระคุณอย่างยิ่ง พิพิธภัณฑ์ยืดอายุได้ ขณะนี้ผมได้ปั้นพระและหล่อพระพุทธชินราช และกำลังเผยแพร่ให้ผู้สนใจได้จอง เพื่อจะนำเงินมาทำนุบำรุงพิพิธภัณฑ์และจะบูรณะให้พิพิธภัณฑ์นี้ให้ยืนยงและดำรงอยู่คู่กับเมืองพิษณุโลกต่อไป
สำหรับพระพุทธชินราช(จำลอง) และวัตถุมงคลรุ่น”บูรณะพิพิธภัณฑ์” มูลนิธิจ่าสิบเอกทวี บูรณเขตต์ ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2548 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนงานพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี นำโดยรศ.ดร.มังกร ทองสุขดี ประธานคณะกรรมการมูลนิธิฯ ได้จัดขึ้น เพื่อระดมทุนให้ได้ดอกผลเพียงพอที่จะดูแลพิพิธภัณฑ์ โดยการจัดสร้างวัตถุมงคล
ประกอบด้วยพระพุทธชินราช(จำลอง) และเหรียญที่ระลึก ที่จ.ส.อ.ทวี ทำหน้าที่ปั้นและหล่อครั้งสำคัญ เพื่อให้เป็นพระบูชารุ่นพิเศษ หลังจากที่จ.ส.อ.ทวีได้ฝากฝีมือสร้างพระพุทธชินราช(จำลอง)ภปร . รุ่นปฏิสังขรณ์ ( รุ่นแรก ) ไว้ตั้งแต่ปี 2530 มีพิธีหลอมชนวนพระ โลหะมงคล แผ่นจารึกพระยันต์ศักดิ์สิทธิ์และทำพิธีเททองหล่อพระพุทธชินราชเป็นปฐมฤกษ์เมื่อวันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ 2552 ที่วัดตาปะขาวหาย ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก
และจะทำพิธีมหาพุทธาภิเษก ในวันที่ 28 ตุลาคม 2552 เวลา 18.19 น.ที่วัดตาปะขาวหาย ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคโดยทำบุญสั่งจองเพื่อนำรายได้มาหล่อเลี้ยงพิพิธภัณฑ์ สามารถติดต่อได้ที่ที่ทำการมูลนิธิจ่าสิบเอกทวี บูรณเขตต์ เลขที่ 26/43 ถ.วิสุทธิกษัตริย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หรือ ที่พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี โทรศัพท์ 055-212749
