เลขาธิการป.ป.ท. มอบอำนาจ ผอ.สำนักปราบปรามทุจริตฯ นำข้อมูลทุจริตนมโรงเรียนยื่นต่อป.ป.ช.ให้ตรวจสอบแล้ว ระบุตรวจสอบ15จังหวัด ยังไม่กล่าหาใคร
เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (6 มี.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน ผอ.สำนักปราบปรามการทุจริต 1 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ(ป.ป.ท.) ได้เดินทางมายื่นหนังสือมอบอำนาจของนายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม ถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ ป.ป.ท. ประสานข้อมูลกับ ป.ป.ช. ในการตรวจสอบโครงการทุจริตนมโรงเรียนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวว่า ได้มอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. นำรายงานสรุปการตรวจสอบการทุจริตโครงการนมโรงเรียน ที่ ป.ป.ท. ตรวจสอบในพื้นที่ 15 จังหวัด แนบมากับหนังสือมอบอำนาจของนายพีระพันธุ์ มายื่นให้กับคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่ในรายงานสรุปผลของ ป.ป.ท. ไม่ได้ระบุว่าจะกล่าวหาบุคคลใด เนื่องจากไม่ใช่การยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบ แต่เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนข้อมูลเท่านั้น
โดยได้ระบุว่าการทุจริตโครงการนี้เริ่มต้นจากฝ่ายนโยบาย ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2545 สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทั้งนี้ตนได้ทำความเข้าใจกับนายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. แล้วว่า ป.ป.ท. มีอำนาจในการตรวจสอบการทุจริตดังกล่าว เนื่องจากมีกฎหมายรองรับ ส่วนจะเดินหน้าไต่สวนคดีนี้ต่อไปหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
Tags : ธาริต เพ็งดิษฐ์ • คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ
ความคิดเห็นที่ 3
ธัญญา ธีรศาสตร์ , 2 กันยายน 2552 05:04
การบริหารจัดการนมโรงเรียน มีปัญหาไม่หยุดหย่อน ทั้งคอรัพชัน และคุณภาพนมเกิดปัญหาวุ่นวายตลอดมา และยังจะมีตลอดไป หากใช้วิธีการประมูล และกำหนดว่าจะต้องเป็นนมจากวัว
การบริหารนมโรงเรียนเกิดจากการให้สิทธิ์แก่นักเรียน ที่จะได้รับนมจากการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ และให้ชุมชนจัดหา วิธีการที่ทำก็คือให้ อบต ประมูลซื้อจากผู้ผลิต ซึ่ง เกิดการฮั้ว และส่งนมด้อยคุณภาพ
การประเมินเบื้องต้นพบว่า โรงเรียน (ได้รับเงินมาตามสิทธิ์) จ่าย 6.54 บาท ต่อกล่อง ไม่ระบุว่าได้โปรตีนเท่าไร จำนวน 200 มล แต่เมื่อเทียบกับนมที่ขายอยุ่ในตลาดทั้งนมถั่วเหลือง และนมวัว จำนวนบรรจุ 250 มล ได้โปรตีน 7 กรัม นมโรงเรียน 200 มล ถ้าผลิตตามมาตรฐานนมในตลาด จ่าย 6.54 บาท ได้โปรตีนน้อยกว่า 7 กรัมแน่นอน
ถ้าจะปฎิรูปนมโรงเรียนเสียใหม่ ให้ชมชนผลิตเอง และสามารถใช้ถั่วและธัญพืช ผลิตเองในชุมชน และบริการทั้งโรงเรียน (ครูและนักเรียนได้ดื่ม) และชุมชน (ขยายฐานการผลิตในชุมชน เป้นสินค้าท้องถิ่น ประชาชนก้จะได้ร่วมบริโภคด้วย) แล้ว
เงิน 6.54 บาทจะได้ โปรตีนมากกว่า 14 กรัม และยังจะได้สารอาหารอบ่างอื่น ที่มีความสมดุลทางโภชนาการมากกว่าน้ำนม
สำหรับงบประฒาณนั้น เฉพาะส่วนที่จะบริการครูและนักเรียนในโรงเรียน ใช้งบประมาณจากรัฐ ส่วนที่จะเป็นสินค้าขายในชมชน ใช้งบประมาณของชุมชน)
นมที่จะบริการนี้ จะเป็นผลิตภัณฑ์จากถั่ว ที่ปลูกได้ในท้องถิ่น ผสมกับข้าวกล้องงอก ที่ผลิตได้ในท้องถิ่น ทำให้เพิ่มความสมดุลของนมโรงเรียนดีกว่าน้ำนมจากสัตว์
เดี๋ยวนี้ข้าวกล้องงอกเป็นอาหารที่ยกระดับโภชนาการขึ้นสูงมาก และโปรตีนจากพืชได้สร้างความหลากหลายของสารอาหาร และสามารถปรับเปลี่ยนรส ให้ดีตามความนิยมได้ และคุณภาพ จะไม่เป็นปัญหาอย่างทุกวันนี้ เพราะสามารถปรับสัดส่วนได้เอง และเป็นผลิตเครื่องดื่มชนิดผง ที่ไม่ต้องกังวลเรื่องอายุและการขนส่งมากนัก
การจัดหางบประมาณนั้น รัฐบาลจัดสรรเงินให้ตามสิทธิ์ของนักเรียน รายปี เงินจำนวนนี้ ชุมชนตั้งหน่วยผลิต และบริการ ซึ่งจะจ่าย้ป็นค่าวัตถุดิบ ซึ่งทุกท้องถิ่นปลูกได้เอง ค่าแรง ที่จ้างคนในท้องถิ่น เสียค่าขนส่งน้อยมาก โดยใช้ หนึ่งตำบล หนึ่งหน่วยผลิต จะทำให้ขนาดของธุรกิจ มีปริมาณเชิงพาริชย์
โรงเรียนเพียงขอสิทธิ์ได้รับการสนับสนุนเงินตามโครงการนมโรงเรียน แต่รับการสนับสนุนเป็นเงิน ไม่ใช่นม
วิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหาความวุ่นวายในการบริการ แก้ปัญหานมด้อยคุณภาพ นักเรียนและครูได้บริโภค (ปัจจุบัน ครูไม่ได้มีส่วนในการบริโภค ก็ไม่รับรู้ต่อปัญหาที่เกิดขึ้น แม้จะเห็นอยู่ตำตา ก็ไม่อยากยุ่ง เพราะเป้นเรื่องของคนอื่น ที่มีผลประโยชน์ ไม่อยากเอาตัวเข้าไปผูกพัน) ประชาชนก็จะได้มีฐานผลิตสินค้า มีการพัฒนาวันถุดิบ และกระจายรายได้ เกิดระบบการผลิตและบริโภคที่สมดุล
กระทรวงศึกษา กระทรวงเกษตร และองค์กร 11 องค์กร ที่รับผิดชอบนมโรงเรียน น่าจะได้พิจารณาปรับแก้ไข ให้ชุมชนเป็นฐานผลิตและบริการนมโรงเรียน
ความคิดเห็นที่ 2
= = , 20 เมษายน 2552 23:34
***เห็นเรื่องนมมันมีแต่ความวุ่นวายอยู่แล้วนิครับยกเลิกนมโรงเรียนไปเลยครับ ถึงจะมีผู้สูญเสียรายได้ตรงนี้อยู่กันเยอะมากแต่ก็ต้องเข้าใจเกี่ยวกับอาหารกันบ้างอะครับ ถึงจะพูดไม่ได้แต่ก็ให้ชรอการผลิตและค่อยๆถอนตัวออกเหอะครับ บรรพบุรุษเราเขาอุตสาห์ใช้ร่างกายตนเองพิสูจน์อาหารในประเทศไทยมาแล้วหลายชั่วอายุคน เราเข้าใจกันอยู่แล้วนิครับอาหารคือร่างกายเราอาหารเป็นอย่างไงร่างกายเราเป็นอย่างที่เหมาะกับอาหารนะที่ๆเราอยู่
ความคิดเห็นที่ 1
Isaan Man , 7 มีนาคม 2552 02:52
Contaminated milk for school students have been going on for years! How? The factory in Nakhon Srithammaraj earned billion in the past few years and the officials of Health Ministry have not done a thing to stop them? Why? Do not be surprised if Somchai Wongsawat has some shares in that particular milk factory too!