ศาลปกครองตัดสินให้"พล.ท.ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ"ชนะคดี พร้อมทั้งให้นิด้ารับบรรจุตำแหน่งให้เสร็จภายใน90วัน
รายงานข่าวจากศาลปกครองกลางแจ้งว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ศาลปกครองกลางได้อ่านคำพิพากษาตัดสินคดี พลตรี พีระพงษ์ มานะกิจ อาจารย์พิเศษ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โดยให้เพิกถอนมติในการประชุมครั้งที่ 12/2547 ที่ไม่บรรจุเป็นพนักงานสถาบัน ทั้งนี้ เนื่องจากพลตรี พีระพงษ์ ซึ่งเป็นผู้ฟ้องคดีนิด้า ในฐานะผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 อธิการบดีนิด้า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และคณะกรรมการบริหารงานบุคคลนิด้า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 กรณีที่ผู้ฟ้องคดีซึ่งรับราชการทหารในสังกัดกระทรวงกลาโหม ดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ กองบัญชาการทหารสูงสุด และเป็นอาจารย์พิเศษสอนระดับปริญญาโท คณะพัฒนาสังคม นิด้า ตั้งแต่ปี 2537 ถึงปัจจุบัน ต่อมาผู้ฟ้องคดีมีความประสงค์จะคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุเป็นพนักงานสถาบันในตำแหน่งอาจารย์ โดยได้สมัครตามประกาศของสถาบัน เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2545 มีผู้สมัคร 12 คน หลังรับสมัครเสร็จสิ้น ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 มีหนังสือส่งรายชื่อผู้สมัครทั้งหมดให้คณะพัฒนาสังคมพิจารณาคัดเลือก ซึ่งคณะกรรมการกลางคัดเลือกข้าราชการวิชาการ และคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการวิชาการคณะพัฒนาสังคม ได้คัดเลือกผู้สมัครทั้งหมด ผลปรากฏว่าผู้ฟ้องคดี และนายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ที่เหมาะสมที่จะได้รับการบรรจุในตำแหน่งดังกล่าว และคณะพัฒนาสังคมมีหนังสือ ลงวันที่ 26 กันยายน 2545 แจ้งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ทราบเพื่อนำเสนอผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 จึงมีหนังสือ ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2545 แจ้งให้คณะพัฒนาสังคมเสนอรายละเอียดเพื่อประกอบการพิจารณาบรรจุผู้ฟ้องคดี และนายพิชายต่อที่ประชุมข้าราชการวิชาการคณะพัฒนาสังคม เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2545 เพื่อพิจารณาอัตราเงินเดือน และภาระงาน เพื่อเสนอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 บรรจุต่อไป
"หลังจากนั้น คณะได้ทำหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ทราบถึงมติของที่ประชุม โดยจะให้บรรจุผู้ฟ้องคดีมาปฏิบัติงานอย่างเร็วในเดือนเมษายน 2546 และอย่างช้าเดือนตุลาคม 2546 และเมื่อนำเรื่องการบรรจุเสนอผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ในการประชุม เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2546 ที่ประชุมมีมติให้คณะพัฒนาสังคมถอนเรื่องไปก่อน และเมื่อใกล้เวลาบรรจุให้เสนอเรื่องมาพิจารณาอีกครั้ง จากนั้นคณะพัฒนาสังคมได้นำเรื่องของผู้ฟ้องคดีเสนอต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ในการประชุมเดือนสิงหาคม 2546 และที่ประชุมมีมติให้กลับไปทบทวนการแต่งตั้งอีกครั้ง จากนั้นประมาณ 1 ปี คณะพัฒนาสังคมได้จัดประชุมอาจารย์ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2547 เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว มีมติให้บรรจุผู้ฟ้องคดีตามเดิม และได้นำเสนอให้ผู้ถูกฟ้องคดีพิจารณาอีกครั้งในการประชุมครั้งที่ 12/2547 วันที่ 14 กรกฎาคม 2547 แต่ก็มีมติไม่บรรจุผู้ฟ้องคดี"
รายงานข่าวจากศาลปกครองแจ้งต่อว่า ทั้งนี้ ตุลาการศาลปกครองกลางได้พิจารณาแล้ว มีคำพิพากษาให้เพิกถอนมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ในการประชุมครั้งที่ 12/2547 วันที่ 14 กรกฎาคม 2547 ที่ไม่บรรจุผู้ฟ้องคดี และให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสาม ร่วมกันพิจารณาการบรรจุผู้ฟ้องคดีในตำแหน่งดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา
นายประเสริฐ รักไทยดี อาจารย์คณะพัฒนาสังคมนิด้า กล่าวว่าเมื่อศาลปกครองตัดสินให้ดร.พีระพงษ์ ชนะคดีแน่นอนแล้ว สิ่งที่จะตามมาคือนิด้าจะต้องใช้จ่ายค่าชดเชย ค่าเสียหาย ด้านชื่อเสียง ที่ทำให้ตำแหน่งอาจารย์สูญเสียในเวลาอาจารย์ไป 5 ปี และนิด้าต้องรับบรรจุเป็นอาจารย์คณะต่อไป แต่ประเด็นนี้ก็ยังขึ้นอยู่กับดร.พีระพงษ์ ว่าจะยังต้องการเข้ามาเป็นอาจารย์หรือไม่ เพราะผู้บริหารอธิการบดี เปลี่ยนไปจากดร.ปรีชา จรุงกิจอนันต์ มาเป็นดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ แต่ผลพวงของปัญหาอธิการคนใหม่จะต้องพิจารณา
นายประเสิริฐ กล่าวว่าเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงการกลั่นแกล้ง ที่มีการทำหนังสือเวียนกัน โดยไม่มีเหตุผล จนดร.พีระพงษ์ต้องฟ้องกลับให้ ดังนั้นเรื่องเหตุการณ์เสียหายที่เกิดขึ้นนั้น ถ้าดร.พีระพงษ์ไปฟ้องรายบุคคลยังแยกฟ้องได้อีก เหตุการณ์ดังกล่าวเคยเกิดกับกรณีอาจารย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาแล้ว จนชนะคดีและเข้ามารับตำแหน่งเป็นอาจารย์เหมือนเดิม
"แต่กรณีของอาจารย์พีระพงษ์ ถือว่าต้องถามท่านจะกลับมาเป็นอาจารย์หรือไม่ แต่ตอนนี้อาจารย์มียศทางทหารถึงพล.ท.แล้ว และไม่นาน ก็จะได้พล.อ.ไม่ต้องมานิด้าก็ได้ และที่คณะก็เปลี่ยนไปแล้ว น่าจะพอถ้าได้รับค่าเสียหายชดเชยด้านชื่อเสียงจากนิด้าเป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่อาจารย์ต้องออกจากสถาบันแห่งนี้"นายประเสริฐ กล่าวทิ้งท้าย
Tags : พล.ท.ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ • ศาลปกครอง

ความคิดเห็นที่ 1
asian alum , 4 มีนาคม 2552 15:17
มอ ปัญญาอ่อน จะไปอยู่ทำไม