สมานฉันท์ ปรองดอง ของดีแน่ แต่อย่ากระทบระบบยุติธรรมนำสังคม ปัจจัยเงื่อนไขก่อนและหลัง 19พ.ค.ย่อมต่างกัน อีกทั้งต้องดูปาหี่เจรจาครั้งก่อนด้วย
เมื่อพรรคเพื่อไทย แสดงท่าทีอยากสมานฉันท์ ปรองดอง แง่หนึ่งทำให้สังคมงงสงสัย ทำไมไม่ทำผ่าน คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ(คอป.) นายคณิต ณ นคร เป็นประธาน อีกแง่หนึ่งทำให้ชัดว่า พรรคเพื่อไทยคือคู่ขัดแย้งกับรัฐบาล ถึงกระนั้นก็ต้องพูดว่า "ยินดีด้วย ถ้าทำจริง จะเป็นประโยชน์แก่บ้านเมืองอย่างยิ่ง"
เป็นธรรมดา ธรรมชาติ พรรคฝ่ายค้านย่อมเป็นคู่ชิงคู่ขัดแย้งกับรัฐบาล ในเมื่อฝ่ายค้านเสนอแผนปรองดองก็เท่ากับสะท้อนว่าที่ผ่านมาพรรคนี้เป็นเสมือนตัวแทน หรือแนวร่วมขบวนการทักษิน ขบวนการเสื้อแดง ดังที่แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ตั้งข้อสังเกตุ แสดงความกังขา
ลองตัดฉับไปดูการเจรจาตีรวนออกโทรทัศน์ ระหว่างทีมนายกฯอภิสิทธิ์ กับแกนนำ นปช. วีระ มุสิกพงศ์, เหวง โตจิราการ, จตุพร พรหมพันธุ์ 2 หนแล้วล้มเหลว ก่อนจะเกิดานองเลือด 10 เมษา ตามด้วย 19 พฤษภา อย่างที่รู้กันดี
มาบัดนี้ ปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ชูแถลงการณ์ 5 ข้อ และพรรคเพื่อไทยลงมติขานรับ คือ 1.พรรคขอสนับสนุนแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติเพื่อนำความสุขกลับมาสู่ประเทศไทย 2.พรรคขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างความเป็นประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียมกันให้เกิดขึ้นในประเทศ 3.พรรคไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงและการสร้างสถานการณ์เพื่อประโยชน์ทางการเมือง
4.พรรคขอเรียกร้องอย่างจริงจังให้ทุกฝ่ายร่วมกันถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เป็นที่ประจักษ์และหยุดกระทำการใดๆ อันอาจเป็นการที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท 5.หัวหน้าพรรคและคณะผู้แทนที่ได้รับมอบหมายจะเป็นผู้ดำเนินการเจรจาและติดต่อประสานงานเพื่อให้แนวทางการปรองดองเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย
ดูเหมือนเป็นการเขียนบทให้พรรคเพื่อไทยแสดงบทบาทมากขึ้น จากเดิมการสั่นคลอนรัฐบาลจะอยู่ในกลุ่มส.ส.ฮาร์ดคอร์ และแนวร่วมนปช.นอกพรรค เช่น สมบัติ บุญงามอนงค์, สมยศ พฤกษาเกษมสุข, จาตุรนต์ ฉายแสง ฯลฯ คราวนี้ให้บทแก่ นายยงยุทธ นายปลอดประสพ และกรรมการบริหารพรรคอีก 2-3 คน รวมโฆษกรายวัน พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์
เบื้องต้นพรรคเพื่อไทย กำหนดให้ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ กับนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค เป็นตัวแทนเจรจา และยังอยากให้ จตุพร พรหมพันธุ์ ร่วมคณะด้วย แต่ยังออกตัวรอดูกระแสการยอมรับก่อน ซึ่งก็เป็นคนหน้าเดิม ๆ มีชนักคดีติดหลัง และเริ่มหมดราคา
เรื่องนี้ทำเป็นขบวน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาโต้ตอบข่าวลือเรื่องทักษิณป่วยหนัก ตำหนิ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ตามไปถึงมอนเตเนโกร ประเทศที่"ทักษิณ"ถือสัญชาติ ทั้งยังกระจายภาพ ทักษิณจับมือนายเนลสัน แมนเดลา อดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ ส่วนไทยรัฐออนไลน์(2ก.ย.) ลงคลิปเสียงพ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ดับข่าวลือเรื่องป่วย และอยากเห็นบ้านเมืองเกิดความปรองดอง
นายนพดล แถลงว่า พ.ต.ท.ทักษิณยินดีจะเข้าสู่แนวทางปรองดอง และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายทุกกลุ่มทุกสีเข้าร่วมด้วย ภายในวันเดียวกัน(6 ก.ย.) หัวหน้าพรรคแถลงย้ำว่าพรรคเพื่อไทยจะนำแนวทางปรองดองหารือในที่ประชุม ส.ส.พรรควันที่ 7 ก.ย.ต่อไป แม้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะแสดงความไม่ไว้วางใจ และเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยยุติการใช้ความรุนแรง หยุดป่วน หยุดสนับสนุนขบวนการล้มเจ้า
ปัจจุบันแม้ไม่มีระเบิดพร้อมกับการชุมนุมกดดัน แต่ในรอบ 2 เดือนเกิดระเบิด 4 ครั้ง มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บไม่น้อย ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ตูมแรก(25ก.ค.) ลงป้ายรถเมล์หน้าห้างบิ๊กซีราชดำริ ก่อนวันแซยิดทักษิณหนึ่งวัน ตูมลูกที่สอง(30 ก.ค.) ในซอยรางน้ำใกล้ห้างคิงส์พาวเวอร์คอมเพล็กซ์ เพิ่งข้ามวันศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ออกหมายจับ"ทักษิณ"หนีคดีแจ้งบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ
ตูมลูกที่สาม(26 ส.ค.) M 79 ตกใส่ รปภ.ห้างคิงพาวเวอร์ ตรงวันครบรอบ 90 ปีพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ล่าสุด (31 ส.ค.) ยิง M79 ตกใส่ลานจอดรถสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศ กลางวันแสกๆ
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ประเมินสถานการณ์จากข่าวกรองแล้ว คาดว่าในเดือนกันยายนถึงตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นเดือนเหตุการณ์ประวัติศาสตร์อาจจะเกิดเหตุร้ายแรง ผสมโรงกับเสื้อแดงเคลื่อนไหว สรุป คือเริ่มจับทิศทาง เห็นสัญญะ สัญญาณเหตุร้ายแล้ว!
แม้จะอ้างเบื้องหลังแผนปรองดองเพื่อไทย เกิดจากการเจรจาลับๆ ระหว่างตัวแทนพรรคเพื่อไทยกับตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ หลังเหตุการณ์ 10 เมษา 53 ผลักดันโดยนักวิชาการของสหประชาชาติ ทูตอีก 4-5 ชาติ เป็นคนกลางเชิญสถาบันสันติวิธีมาร่วมพูดคุย รวมถึงบุคคลระดับสูง และฝ่ายทหารอยู่ด้วย...แต่ต้องบอกว่า “ฟังไม่ขึ้น” เพราะเงื่อนไขครั้งโน้น จะมาใช้กับสถานการณ์ปัจจุบันไม่ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะตั้งแต่เกิดจลาจลเผากรุง นองเลือด 19 พ.ค.53
ฤๅผู้เฒ่าจะเลี้ยงแกะ - มาร์ควิธีจะพลิ้ว
ระยะนี้ อุปสรรครัฐบาลดูลดลง ในประเทศ สภาผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 รอเพียงวุฒิสภาพิจารณา ด้านต่างประเทศ กัมพูชาก็หันมาญาติดีด้วย จะวุ่นๆ บ้างกับคดี"วิคเตอร์ บูท" และกรณีซาอุดิอารเบียไม่พอใจการแต่งตั้งนายตำรวจใหญ่ผู้ต้องหาคดีอุ้มสังหารนักธุรกิจซาอุดิอารเบีย แต่ก็คงไม่ส่งผลอะไรมากนัก
เหตุที่เป็นเช่นนี้ ต้องประเมินเหตุปัจจัย ข้อจำกัดของขบวนการทักษิณ ดังนี้
1.การจัดม็อบคนจำนวนมากคงทำได้ยากอีกต่อไป ซ้ำคนส่วนใหญ่ผวา เอือมระอา
2.การใช้ดินแดนเพื่อนบ้านป่วนไทยอย่างโฉ่งฉ่างก็ทำไม่ได้ แต่ทำให้เนียนสอดรับทางกัมพูชาญาติดีไทย แต่หันไปโจมตี “เอเอสทีวี” ก้างชิ้นโต ของทั้งทักษิณและเขมร
3.เบรกการรุกทางการทูตของ นายกษิต ภิรมย์ ที่ทำให้“ทักษิณ”กับญาติสนิทอยู่ไม่เป็นสุข
4.เสมือนการตั้งหลัก หลังพ่ายเลือกตั้งซ่อมส.ส.กรุงเทพ เขต 6 พ่ายเลือกตั้งส.ก.และ ส.ข. อีกทั้ง ส.ส.เพื่อไทย ส่วนหนึ่งแปรพักตร์ไปพรรคอื่น ให้ดูเสมือนไม่มีอะไรแน่นอน ระเบิดที่ซอยรางน้ำก็ให้ตีความว่าหมายหัว “เนวิน ชิดชอบ”
5.เบรกการรุกคดีก่อการร้าย ผู้ต้องหามือปืน มือระเบิด คนสมรู้ร่วมคิด ถูกจับกุมสอบสวนจะโยงไปหาบัญชีดำ บัญชีเทา ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษคัดแยกไว้
6.เปิดช่องให้รัฐบาลกัมพูชาเจรจารัฐบาลไทย โน้มน้าวให้นำข้อตกลงเจบีซี 3 ฉบับเข้ารัฐสภาไทยลงมติเห็นชอบ เพื่อจะเดินขั้นต่อไปได้ ซึ่งกัมพูชาและทักษิณ ก็ย่อมได้เดินหน้าต่อเรื่องปราสาทพระวิหาร และธุรกิจพลังงาน
7.หากนั่งโต๊ะเจรจาหลายฝ่ายได้จริง แต่ในรายละเอียด ถ้าฝ่ายค้านเสนอออกกฎหมายนิรโทษกรรม ไม่ให้คนผิดถูกศาลตัดสิน ไม่ให้ข้อเท็จจริงถูกเปิดเผย...ก็ไม่สำเร็จ หรือจะเสนอจัดตั้ง“รัฐบาลแห่งชาติ” ก็จะถูกปัดตกไปได้
8.ถ้าไม่เกิด ไม่ทันจะตั้งโต๊ะเจรจา พรรคฝ่ายค้าน กับขบวนการทักษิณ ขบวนการเสื้อแดงก็คงดำเนินไปตามวิถีของตัวเอง
ประเมินฝ่ายรัฐบาล
1.แม้จะไม่มั่นใจกับพรรคเพื่อไทย แต่คงจะปัดทิ้งให้เสียหายภาพลักษณ์ไม่ได้ รัฐบาลคงจะเล่นบทถนัดซ้อนแผนสร้างภาพให้เห็นว่าอยากให้เกิดความปรองดองยิ่งกว่าพรรคเพื่อไทย
2.หากนั่งโต๊ะเจรจาหลายฝ่าย (ซึ่งพันธมิตรฯ คงไม่เข้าร่วม) รัฐบาลก็คงชอบที่จะเจรจาแบบให้ได้คะแนนมากกว่า
3.ถ้าไม่เกิด ไม่ทันจะตั้งโต๊ะเจรจา รัฐบาลก็คงดำเนินไปตาม “มาร์ควิถี” จนกว่าจะครบเทอม จนกว่าจะจัดเลือกตั้งได้ใหม่
การสมานฉันท์ สมานรอยร้าวด้วยความพอใจของคู่ขัดแย้ง ย่อมดีแน่นอน แต่อย่ากระทบระบบยุติธรรม การปรองดอง ประหนึ่งญาติ"ดอง" ร่วมชายคา ย่อมดีอีกหลายประการ
กลัวแต่ สมานฉันท์ ปรองดองไม่จริง...มันเป็นแค่เกมอำนาจ เป็นแค่ปาหี่การเมืองเท่านั้น!
Tags : ปรองดอง


ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น