กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง : บทวิเคราะห์

วันที่ 6 กันยายน 2553 07:47

เปิดขุมทรัพย์ร.ร.นานาชาติ1.4หมื่นล้าน ทุนนอก"รุกเงียบ"รับเปิดเสรี

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

โรงเรียนนานาชาติ หนึ่งในธุรกิจที่มีการแข่งขันเข้มข้นมากขึ้น จากจำนวนโรงเรียนที่เพิ่มขึ้นทำให้ เจ้าของต้องมีการทำการตลาดเพื่อดึงนักเรียน

และกระทรวงศึกษาฯ เริ่มเล็งเห็น การเก็บข้อมูลพิกัดที่ตั้ง เพื่อช่วยลดปัญหาแข่งเปิดซ้ำซ้อน ในขณะที่เร็วๆ นี้ จะมีกิจกรรมใหญ่เพื่อโปรโมทโรงเรียน และให้ข้อมูลผู้ปกครองที่จะเลือกโรงเรียนนานาชาติให้ลูกศึกษา ผ่านกิจกรรมการศึกษานานาชาติของไทยปี 2553 (TIEE2010) ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ระหว่างวันที่ 19-21 พ.ย.นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีโรงเรียนร่วมออกบูธ ถึง 55 แห่ง สะท้อนภาพ ความต้องการโรงเรียนนานาชาติในไทยได้เป็นอย่างดี

"ปัจจุบันโรงเรียนนานาชาติมีมากกว่า 10 หลักสูตรตามประเทศต้นกำเนิด เช่น หลักสูตรอังกฤษมี 53 แห่ง หลักสูตรอเมริกัน 39 แห่ง หลักสูตรญี่ปุ่น 9 แห่ง หลักสูตรไอบี สวิตเซอร์แลนด์ 4 แห่ง และยังมีหลักสูตรเฉพาะชาติ เช่น เยอรมัน สิงคโปร์ ฝรั่งเศส แคนาดา ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ และอินเดีย รวมถึงญี่ปุ่น ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นส่งครูที่คัดเลือกเองเข้ามาสอน ส่วนนักเรียนชาติใดก็มักจะเรียนหลักสูตรของประเทศบ้านเกิดตน เว้นแต่ต้องการศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชื่อดังของโลก ในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเด็กไทยจะเลือกเรียนหลักสูตรของสองประเทศนี้เป็นหลัก" อุษา สมบูรณ์ นายกสมาคมโรงเรียนนานาชาติแห่งประเทศไทย และผู้บริหารโรงเรียนนานาชาติไอเอสบี จ.นนทบุรี ระบุ

ความต้องการโรงเรียนนานาชาติยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากความต้องการของผู้ปกครองในระดับบน ทั้งนักธุรกิจ นักลงทุนชาวต่างชาติในไทย เจ้าหน้าที่ทูต และเหล่าคนดัง ต้องการให้ลูกได้เรียนในโรงเรียนที่มีการรับรองมาตรฐานจากต่างประเทศ จบแล้วไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับโลกได้

ย้อนไปภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลสมัย นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรีได้กำหนดนโยบายให้มีการจัดตั้งโรงเรียนนานาชาติได้อย่างเสรีเป็นครั้งแรก ตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน มีภาคเอกชนให้ความสนใจจัดตั้งโรงเรียนนานาชาติ ทั้งในพื้นที่ส่วนกลางและภูมิภาค เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก อนุญาตให้เด็กไทยสามารถเข้าเรียนได้อย่างเสรี

ข้อมูลจาก สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ถึงวันที่ 16 ก.ค.2553 ระบุว่า โรงเรียนนานาชาติในไทยมีทั้งสิ้น 120 แห่ง แบ่งเป็นในเขตกรุงเทพฯ 83 แห่ง ภูมิภาค 37 แห่ง ในจำนวนนี้ เป็นโรงเรียนนานาชาติที่ได้การรับรองมาตรฐานจากองค์กรต่างประเทศ 19 แห่ง (Accredited Inter School List 2010)

จากสถิติดังกล่าว จะเห็นอัตราการเติบโตที่มีความต่อเนื่อง นับจากปี 2530 มีเพียง 5 แห่ง แต่หลังจากเปิดเสรีโรงเรียนนานาชาติเมื่อปี 2534 จำนวนโรงเรียนนานาชาติในปี 2535 เพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็น 10 แห่ง และจากนั้นก็เพิ่มเฉลี่ย 5 แห่งต่อปีมาจนถึงปัจจุบัน ล่าสุด ณ สิ้นปี 2552 มีนักเรียนในโรงเรียนนานาชาติทั้งสิ้น 29,913 คน แบ่งเป็นนักเรียนในกรุงเทพฯ 22,506 คน และต่างจังหวัด 7,407 คน อัตราค่าเล่าเรียนมีตั้งแต่ 60,000 - 300,000 บาทต่อเทอม แต่ค่าเฉลี่ยทั้งประเทศ ที่ สช.ประเมินไว้อยู่ที่ 80,000 บาทต่อเทอม หรือ 1.6 แสนบาทต่อคนต่อปี มูลค่ารวม 4,800 ล้านบาทต่อปี

แต่สมาคมโรงเรียนนานาชาติแห่งประเทศไทย คิดค่าเฉลี่ยค่าเล่าเรียนไว้ที่ 4 แสนบาทต่อคนต่อปี และปี 2553 นี้คาดว่ามีนักเรียนประมาณ 35,000 คน หรือคิดเป็นมูลค่าตลาดที่ 14,000 ล้านบาท

ด้านวีระชัย เตชะวิจิตร์ ประธานกรรมการ โรงเรียนนานาชาติ เดอะรีเจ้นท์ กล่าวว่า ภาพรวมตลาดการศึกษาหลักสูตรนานาชาติในไทย ตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงปริญญา มีมูลค่ารวม 18,500 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นโรงเรียนนานาชาติ 8,500 ล้านบาท มีอัตราเติบโตรวมเฉลี่ย 5% ต่อปี

การเติบโตของโรงเรียนเหล่านี้ส่วนหนึ่งมาจาก ค่าใช้จ่ายในโรงเรียนนานาชาติของไทย เมื่อเทียบกับประเทศต้นกำเนิด ถือว่าคุ้มค่ากว่ามาก นักธุรกิจในภูมิภาคนี้จึงนิยมส่งบุตรหลานมาเข้าโรงเรียนประจำในไทย เช่น ไอเอสบี หรือโรงเรียนนานาชาติแห่งใหม่ (เอ็นไอเอสที) เก็บ 6 แสนบาทต่อปี หรือราว 1.8 หมื่นดอลลาร์ ขณะที่ประเทศต้นกำเนิดเก็บ 3 หมื่นดอลลาร์

นายชาญวิทย์ ทับสุพรรณ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สช. ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า แนวโน้มของนักลงทุนอังกฤษและอินเดีย มีความสนใจจะเข้ามาเทคโอเวอร์กิจการโรงเรียนนานาชาติในไทยมากขึ้น จากการเปิดเสรีทางการศึกษา ที่กำลังจะมาถึงในปี 2558 ตามข้อกำหนด GATS ขององค์การค้าโลก (WTO) ซึ่งมีเจ้าของโรงเรียนบางแห่งมาปรึกษากับ สช.แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ยอมขาย

อย่างไรก็ตาม หากจะมีการเข้ามาลงทุนจริง ก็ต้องทำในลักษณะนอมินี หรือร่วมทุนกับคนไทย เพราะกฎหมายยังไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียน ส่วนค่าเล่าเรียน แม้โรงเรียนนานาชาติจะไม่ขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาล ก็ใช่ว่าจะสามารถกำหนดค่าเล่าเรียนสูงเท่าใดก็ได้ หากมีการร้องเรียนของผู้ปกครองจะต้องถูกตรวจสอบเช่นกัน

นอกจากนี้ สช.มีแผนจะทำแผนที่การศึกษา (School Mapping) เชื่อมโยงกับระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เพื่อลดการแข่งขันของโรงเรียนนานาชาติในเขตเมือง ที่จะแย่งลูกค้ากัน แล้วยังส่งผลให้การจราจรติดขัด เนื่องจากเด็กนักเรียนส่วนมาก เป็นลูกนักธุรกิจและชาวต่างชาติ มีรถรับ-ส่งเด็กทุกคน

ชาญวิทย์ กล่าวว่า นักเรียนในโรงเรียนนานาชาติ กว่า 70% เป็นลูกคนไทยฐานะดี ที่ต้องการให้ลูกได้ภาษาอังกฤษ ที่เหลือเป็นลูกชาวต่างชาติที่มาทำงานในเมืองไทย ที่ต้องการให้ลูกหลานได้เรียนในโรงเรียนที่ใช้ภาษาอังกฤษ และกลุ่มใหม่ที่กำลังเติบโต คือนักท่องเที่ยวที่รักประเทศไทย โดยเฉพาะชาวสแกนดิเนเวีย จะส่งลูกมาเรียนในโรงเรียนประจำ ค่าเทอมอยู่ที่ 2-3 แสนบาท ตัวเองทำงานอยู่ประเทศบ้านเกิด เมื่อถึงฤดูกาลท่องเที่ยว จะหนีหนาวมาอยู่เมืองไทย 2-3 เดือน เพื่อมาเยี่ยมลูกที่เรียนอยู่ในไทย ส่วนมากที่เชียงใหม่และภูเก็ต

"ยังมีโรงเรียนนานาชาติขออนุญาตเปิดใหม่อีก 3-4 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยว เช่น หาดใหญ่ กำลังขอเปิดเพื่อรองรับนักเรียนชาวมาเลเซีย ที่พ่อแม่อยากให้ได้เรียนนานาชาติ แต่ไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงสิงคโปร์" ชาญวิทย์ กล่าว

ตลาดโรงเรียนนานาชาติ ขณะนี้ขยายตัวอย่างเงียบๆ และมีมูลค่ารวมกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท คาดว่าสถิติการเปิดใหม่ยังคงอยู่ที่เฉลี่ย 5 แห่งต่อปี ซึ่งภาพรวมการลงทุนด้านการศึกษาที่คึกคักเหล่านี้ สอดรับกับการเปิดเสรีการศึกษาของประเทศ ที่กำหนดเปิดเสรีในปี 2558 นั่นเอง

 
 
 
 
 

Tags : ร.ร.นานาชาติ

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement