ดูทีมกฎหมายประชาธิปัตย์"ปากกล้าขาไม่สั่น"กับคดียุบพรรค จับตาหลังไต่สวนหนที่3 ไปแล้ว จาก"หลักฐานเอกสาร"ชัดโคตร พยานบุคคลก็น่าจะหนาวๆ ร้อนๆ
คดีที่ กกต.ยื่นคำร้องให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากใช้เงินกองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมือง 29 ล้านบาทผิดวัตถุประสงค์ กำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ หลังจากสืบพยาน กกต.ผู้ร้องผ่านไปแล้ว 3 นัด
นัดหน้าวันที่ 6 ก.ย. จะมีการสืบพยานจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) 3 ปาก คือ นางสาววาศิณี ทองเจือ นายสุชาติ เกิดเมฆ และ นางสาวมรกต กาญนะนันท์ ผ่านไปแล้ว จากนั้นก็จะถึง "ไฮไลต์" ซึ่งก่อนหน้าไม่เคยมีใครคาดฝัน จากที่ กกต.ขอศาลสืบพยานเพิ่มเติมในวันที่ 13 ก.ย. คือ พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันตชัย อดีตรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ซึ่งเป็นผู้จับคดีนี้มาโดยตลอดในชั้นสอบสวน
พ.ต.อ.สุชาติ เป็น "คีย์แมน"สำคัญ เพราะ"กุมความลับ" คดีนี้ไว้มาก ที่ผ่านมา พ.ต.อ.สุชาติก็ได้เข้าฟังการไต่สวนพยานคดีทุกนัด
เขาถูกมองว่าใกล้ชิดกับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตอธิบดี ดีเอสไอ และพรรคไทยรักไทย จนทำให้ถูกเด้งไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงไอซีที จนถึงทุกวันนี้
ว่าไปแล้ว..คดีเงินกองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมือง 29 ล้านบาท ค่อนข้างหนักหนาสาหัสสำหรับพรรคประชาธิปัตย์
แหล่งข่าวดีเอสไอ ระบุถึงขนาดว่า ต่อให้ "พยานบุคคล" กลับคำให้การในชั้นศาล ก็ไม่มีผลในทางคดี
เพราะตัวชี้เป็นชี้ตายในคดีคือ "พยานเอกสาร" ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ 2 ประเด็น
ประเด็นที่หนึ่ง กล่าวหา พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ทำกิจกรรมตามที่ขอจาก กกต. ซึ่ง"ข้อมูลเชิงลึก" จากดีเอสไอ ระบุ ปชป.ขอทำโครงการประชาสัมพันธ์ ทำป้าย "ฟิวเจอร์บอร์ด" จำนวน 175,115 ป้ายๆ ละ 217 บาท รวม 39.99 ล้านบาท ซึ่งเงิน ปชป.ได้จาก กกต. ก็ต้องไปทำป้าย"ฟิวเจอร์บอร์ด" ให้ได้จำนวน 175,115 ป้าย ขนาด 1.3.2.4 ตามที่ทำเรื่องขอ
แต่จากหลักฐาน ปชป.ยื่นต่อ กกต.ปรากฏว่านับป้าย "ฟิวเจอร์บอร์ด" ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้แค่ 130,000 ป้าย ไม่ถึง 175,115 ป้าย
เงินที่เหลือปรากฏว่า ปชป.ไปทำนอกเหนือจากขอจาก กกต. คือ ไปทำป้ายขนาด 60 ซ.ม. ทำแบรนเนอร์ ตกแต่งเวที ไปทำธง ไปทำหาเสียงอย่างอื่น ซึ่งไม่ตรงกับกิจกรรมที่ขอ แล้วเอาสิ่งเหล่านั้นมา"ดีแคร์" กับกกต.ในกิจกรรมที่ ปชป.ขอจาก กกต.ไป
กกต.จึงชี้ว่าผิด เพราะถ้าจะทำในกิจกรรมที่ต่างออกไปจากที่ขอจาก กกต. และต้องทำเรื่องขออนุมัติจาก กกต.
ถึงกับตะลึง วันที่ ปชป.นำป้ายไปแสดงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มี"ป้ายผู้สมัคร"แม้แต่ป้ายเดียว แต่เป็น"ป้ายนโยบายพรรค" ข้างล่างป้ายมีชื่อ"บริษัท เมสไซอะ"
ถามว่าป้ายนี้ ปชป."ดีแคร์" ต่อ กกต.แล้วหรือยัง เพราะป้ายที่ "ประจวบ สังข์ขาว" ดีแคร์ต่อ กกต.คือป้ายผู้สมัคร ไม่ใช่ป้ายนโยบายพรรค แสดงว่าทำป้ายเกินขอจาก กกต. จึงยิ่งไปกันใหญ่เลย
อีกประเด็นหนึ่ง คือ การไม่ใช้จ่ายเงินให้ตรงกับปีงบประมาณ คือ เงินจำนวน 29 ล้านบาทที่ได้มา เป็นงบสนับสนุนปี 2548 ซึ่งจะเริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2548 จนถึงวันสิ้นสุดโครงการที่ขอ
ซึ่งตอนที่ ปชป.ทำเรื่องขอเงินจาก กกต.เป็นการขอใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. จนถึงวันสิ้นสุดโครงการ คือ วันประกาศผลเลือกตั้ง ซึ่งตามกฎหมาย ปชป. สามารถใช้เงินที่ได้มา ได้เพียงช่วงนี้เท่านั้น
แต่ปรากฏว่ามีการส่งของ-รับเงินตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีการใช้จ่ายเงินตามปีงบประมาณ ซึ่งทำไม่ได้
เพราะงบปี 2548 จะนำไปใช้ก่อนหรือหลังปี 2548 ไม่ได้เว้น แต่ได้รับอนุญาตจาก กกต. เท่านั้น
และเมื่อเข้าไปดูรายละเอียดเกี่ยวกับบัญชีของ "บริษัท เมสไซอะ" ปรากฏว่า พรรคประชาธิปัตย์ จ่ายเงิน 23 ล้านบาทในวันที่ 10 มกราคม 2548 ให้"เมสไซอะ" อ้างว่าเป็นค่าจ้างทำป้าย
ปรากฏ วันรุ่งขึ้น "ประจวบ สังข์ขาว" ถอนเกลี้ยง แล้วโอนไปให้ "ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์- นิพนธ์ บุญญามณี" และโอนไปให้กับญาติพี่น้อง โดยไม่ได้นำเงินไปซื้อป้าย แผ่นฟิล์ม หรือสี มาทำป้ายแต่อย่างใด
"ทั้งคดีเงินกองทุนฯ 29 ล้านบาท และคดีเงินบริจาคทีพีไอ 258 ล้านบาท มันพลาดก็ตรงที่เงินออกจาก "เมสไซอะ" ไปสู่ญาติของประดิษฐ์ นิพนธ์ และพื้นฐานของคนที่รับเงิน ก็ไม่ทำธุรกิจอะไรที่เกี่ยวข้องกับเมสไซอะ ไม่มีการทำสัญญาการค้าหรือว่ามีหนี้สินต่อกันเลย บางคนก็เป็นลูกจ้าง เป็นพนักงาน รับเงิน 10 ล้าน 20 ล้านได้อย่างไร และเงินที่รับก็ไปอยู่กับคนกลุ่มนี้ ซึ่งทำให้เห็นถึงการฉ้อฉล การทำนิติกรรมอำพราง คำถามว่าทำไม เมสไซอะและบริษัทต่างๆที่ทำธุรกิจหาเสียงกับ ปชป. ไม่ทำสัญญากับ ปชป.เลย เหตุก็เพราะว่า เมื่อปชป.ทำป้ายเกินวงเงินที่ กกต.กำหนดให้ใช้ ปชป. ก็ใช้วิธีขอบิลจากบริษัททำป้ายเพียงเท่าที่ไม่เกินวงเงินที่ กกต.กำหนดให้ใช้เงิน ซึ่งที่ทำอย่างนี้ได้เพราะไม่มีหลักฐานสัญญาจ้างต่อกัน "
ข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในมือของ "ดีเอสไอ" หาก พันตำรวจเอกสุชาติ วงศ์อนันตชัย เกิดล่วงรู้เข้า และนำไปเบิกความในชั้นศาล พรรคประชาธิปัตย์จะแก้ต่างอย่างไร!?
Tags : พันตำรวจเอกสุชาติ วงศ์อนันตชัย • ประจวบ สังข์ขาว • คดียุบพรรค


ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น