"ธเนศ"ชี้พรรคการเมืองไทยเกิดจากความต้องการของคนนอกรัฐสภาเขียนกฎระเบียบให้พรรคการเมืองนำไปปฏิบัติและถูกยุบตั้งแต่ปี2488 จึงเป็นของ"เหลือใช้"
คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.)จัดสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง"การเมืองและระบบพรรคการเมืองเปรียบเทียบ:กรณีศึกษา การเมืองและระบบพรรคการเมืองของสหรัฐอเมริกาและไทย" โดยมีนายโรเบิร์ต ฟิสต์ ผู้อำนวยการโครงการสหรัฐอเมริกาและนานาชาติ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อดีตคณบดี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต.เป็นวิทยากร ซึ่งมีนางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ เป็นประธานการเปิดสัมมนา
นายธเนศ กล่าวว่า อเมริกาก่อนประกาศเอกราช เริ่มต้นตั้งแต่ชุมชนมาเป็นประเทศ มีรูปแบบปกครองตนเองที่เป็นจุดเด่น เมื่อประกาศเอกราชก็มีรัฐบาลปกครองในระบบ 2 พรรคการเมือง ในขณะที่ประเทศไทยปกครองส่วนกลางแล้วจึงกระจายอำนาจ ดังนั้นทั้ง 2 ประเทศจึงมีความแตกต่างกัน ประเทศสหรัฐมีลักษณะเด่นคือ ระบบพรรคการเมืองที่เป็นระบบ 2 พรรค เป็นหลัก โดยเกิดและพัฒนาไปด้วยของมันเอง ท่ามกลางปัจจัยทางสังคมและเศรษฐกิจการเมือง ไม่มีกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายเลือกตั้งมาควบคุมหรือพัฒนา เพราะพรรคเป็นของประชาชนทั่วไป และการพัฒนาการเมืองเป็นการพัฒนาภายในระบบรัฐสภา ที่สำคัญพรรคการเมืองของสหรัฐไม่เคยยุบพรรคโดยกฎหมาย แต่หากจะยุบพรรคก็เป็นเพราะตนเอง
นายธเนศ กล่าวว่า ตรงกันข้ามกับพรรคการเมืองไทยทีเกิดจากภายนอกรัฐสภา คือเป็นความต้องการหรือเป็นความฝันของคนนอก ที่เขียนกฎระเบียบกฎเกณฑ์ให้แก่พรรคการเมืองนำไปปฏิบัติ พรรคการเมืองไทยที่เกิดขึ้นก็ถูกยุบพรรคมาตั้งแต่ปี 2488 เรื่อยมา ถูกรัฐประหาร จนกระทั่งปัจจุบัน ซึ่งพรรคการเมืองไทยส่วนใหญ่เกิดขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่ม ก๊วนหรือมุ้งของตนเอง เป็นการรวมกันอย่างหลวมๆ ดังนั้นพรรคการเมืองไทยจึงเป็นของ"เหลือใช้"
ในส่วนของบทบาทพรรคการเมืองไทยนั้นก็ไม่มีการพัฒนา แต่เป็นการสร้างความแตกแยกมากกว่า ซึ่งประเทศไทยควรเรียนรู้จากพรรคการเมืองของสหรัฐใน 6ประการว่า อย่าทำรัฐประหาร อย่ายุบพรรค ให้ประชาชนควบคุมพรรคการเมือง ระบบรัฐสภาต้องมีประสิทธิภาพ และรัฐบาลต้องไม่ลุแก่อำนาจ
นางสดศรี กล่าวว่า พรรคการเมืองทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบายเพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชน และเป็นผู้คัดเลือกบุคลลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส. เพื่อเข้าไปทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ดังนั้นจึงถือได้ว่าพรรคการเมืองเป็นสถาบันที่สำคัญต่อระบบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย การเรียนรู้ความเป็นมารูปแบบและโครงสร้างระบบพรรคการเมืองของไทยและประเทศในระบบประชาธิปไตยต่างๆ ซึ่งระบบพรรคการเมืองที่เป็นเรื่องเก่าแก่และเข้มแข็ง การช่วยเสริมสร้างและกระตุ้นการพัฒนาพรรคการเมืองของไทยให้มีความเข้มแข็งมากขึ้นจะเป็นประโยชน์ต่อการช่วยพัฒนาตัวประชาธิปไตยระยะยาว
" ประเทศสหรัฐอเมริกาแม้ว่าจะมีการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดี ซึ่งมีความแตกต่างกับการปกครองของไทยที่มีการปกครองแบบระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่ระบบพรรคการเมืองทั่วโลกให้การยอมรับระบบพรรคการเมืองของสหรัฐที่มีความเข้มแข็งและมีการจัดองค์กรที่เป็นการบริหารงานแบบประชาธิปไตย "นางสดศรี กล่าว
นายโรเบิร์ต ฟิสต์ กล่าวว่า ระบบพรรคการเมืองของสหรัฐอเมริกาไม่มีกฎหมายพรรคการเมืองโดยเฉพาะ เพราะพรรคการเมืองไม่ได้เกิดขึ้นมาจากกฎหมาย แต่เกิดขึ้นมาจากความเคลื่อนไหว และความต้องการของประชาชน ที่ถือว่าเป็นสิทธิทางการเมืองในรัฐธรรมนูญ พรรคการเมืองในสหรัฐอเมริกามีพรรคการเมืองใหญ่ 2พรรค คือพรรคเดโมแครท และพรรครีพับบลิคกัน
นอกจากนี้ยังมีพรรคอิสระอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่เคยมีใครได้เป็นประธานาธิบดี ซึ่งพรรคอิสระเหล่านั้นจะมีการแต่งตั้งหัวหน้าพรรคกันเอง เช่นเดียวกับพรรคการเมืองในไทย แต่พรรคใหญ่ 2พรรคไม่ได้มีการแต่งตั้งหัวหน้าพรรค เพราะคนที่ลงสมัครเป็นหัวหน้าพรรคจะต้องหาเสียงจนชนะ จึงจะได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าพรรคอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ในการบริจาคเงินอุดหนุนพรครคการเมืองสหรัฐมีกฎหมายเฉพาะกำหนดให้ประชาชนสามารถบริจาคเงินให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งคนละไม่เกิน 2,300เหรียญสหรัฐต่อการเลือกตั้ง 1 ครั้ง เปรียบเสมือนการหยั่งเสียงเพื่อชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ในการลงเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ซึ่งเป็นการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในพรรคการเมืองของตนเอง
นายสุทธิพล กล่าวว่า แม้ระบบพรรคการเมืองของสหรัฐจะมีระบบและมีการพัฒนาที่ดีและเป็นต้นแบบของพรรคการเมืองทั่วโลก แต่วัฒนธรรมการการเมืองของแต่ละประเทศก็มีความแตกต่างกัน ดังนั้นอยู่ที่การนำมาประยุกต์เพื่อให้เข้ากับวัฒนธรรมการเมืองไทย อย่างไรก็ตามมองว่า ประเด็นที่สำคัญไม่อยู่ที่กฎหมาย แต่อยู่ที่คนที่ไม่ใช่แค่นักการเมืองเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นทุกภาคส่วนที่ต้องเคารพกติกา สิทธิเสรีภาพ ไม่ใช่เห็นว่าฝ่ายบริหารทำไม่ดีก็รวมกลุ่มปิดสนามบิน ยึดทำเนียบ ยึดราชประสงค์
Tags : ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อดีตคณบดี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น