กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : บทวิเคราะห์

วันที่ 28 กรกฎาคม 2553 01:00

แผน"K2" วิบากกรรมรัฐบาล..ปีนยอดเขา "3G"

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เรียกความพยายามในการ การแปลงสัมปทานระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 2จี มาเป็นการให้ใบอนุญาต

ที่กำลังขับเคี่ยววันนี้ว่า "แผนปฏิรูปอุตสาหกรรมโทรคมนาคม K2 ของรัฐบาล"

แผนปฏิรูปอุตสาหกรรมโทรคมนาคม พอเข้าใจได้...แต่ทำไมต้อง "K2" ?

"เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากในการขับเคลื่อนแนวนโยบายนี้...ซึ่งหากเทียบกับการปฏิรูปภาษีแล้ว ดูเหมือนจะยากกว่า เพราะแผนปฏิรูปอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เหมือนปีนยอดเขา K2 ซึ่งชันและอันตรายที่สุดในโลก "รัฐมนตรีคลัง ระบุที่มาของชื่อ

K2 ยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสองของโลก รองจากเอเวอเรสต์ อยู่ทางตอนเหนือของปากีสถาน ทั้งนี้ K2 เป็นส่วนหนึ่งของเทือกการาโกรัม ที่เชื่อมต่อกับหิมาลัย มีความโดดเด่นในเรื่องของความ "สูงและชัน" เพราะตัวภูเขาเป็นทรงพีระมิด ที่มีด้านทั้งสี่ที่ชันมาก ท้าทายนักปีนเขาทั่วโลก และที่ผ่านมาขึ้นชื่อกับการสังเวยชีวิตนักปีนเขาไปแล้วจำนวนมาก

K2 จึงเป็นยอดเขาสุดอันตรายอันดับหนึ่งของโลก...ดังนั้น K2 ของแผนโทรคมนาคม จึงมีความยากลำบากและสุดอันตรายที่สุดของรัฐบาลก็เป็นได้ เพราะมีเสียงคัดค้าน ว่าจะเป็นการดึงให้ พัฒนาการด้านเทคโนโลยี ที่รอกันมาช้านาน ต้องล่าช้าออกไปอีก...ส่วนจะมีการสังเวยชีวิตหรือตำแหน่งของบางคนหรือไม่...ตรงนี้น่าคิดและน่าติดตามยิ่ง !

แผนปฏิรูปอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ของรัฐบาลนั้น กรณ์ พยายามชี้แจงว่า เป็นแนวทาง "คู่ขนาน" เพื่อให้ประโยชน์ตกแก่ประเทศชาติ และประชาชนมากที่สุด เพราะหากวางแผนไม่ครบองค์ประกอบ ปล่อยให้เฉพาะ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)

เปิดประมูลใบอนุญาต 3จี อาจจะไม่ครอบคลุมทั้งหมด นั้นหมายความความว่าการประมูลใบอนุญาต 3จี ของ กทช.ในเดือนก.ย. ก็ให้ดำเนินการไป ส่วนของรัฐบาลก็จะเสนอแนะในเรื่องแนวทางการออกใบอนุญาต 2จี และสามารถอัพ เป็น 3จี ได้ เพื่อเป็นทางเลือกที่เพิ่มขึ้น

เขาเห็นว่า ถึงแม้รัฐบาลจะไม่มีอำนาจให้ใบอนุญาต 2 จี หรือ 3จี แต่เมื่อมีความสำคัญต่อประเทศและมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและอ้อม จะปฏิเสธเลยคงไม่ได้ ขณะเดียวกันการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม กทช.ไม่สามารถกระทำได้ด้วยตัวเอง

"กทช.เปิดประมูล คือ การปฏิรูปส่วนหนึ่ง แต่จะให้ประโยชน์ใกล้เคียง 100% หรือทำให้ดีที่สุดรัฐบาลก็ต้องเสนอเข้าไปด้วย และแผน K2 สอดคล้องกับคลื่น 2100 ซึ่งระบบ 2จี ในปัจจุบันสามารถอัพเกรดได้ ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่คลื่น แต่อยู่ที่สิทธิ ที่ล็อกเอกชนไว้ ดังนั้นหากเราปลดล็อก ก็จะเพิ่มทางเลือกมากขึ้น 3จี ในความถี่ระบบ 2100 และ 3จี บนคลื่นปัจจุบัน 800 900 และ1800 เมกะเฮิรตซ์ ได้ "

การดำเนินเรื่อง 3จี นั้น ไม่จำเป็นต้องใช้คลื่น 2100 อย่างเดียวอย่างที่หลายคนเข้าใจอย่างเดียว แต่สามารถใช้คลื่นที่เอกชนดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน คือมาส่งให้บริการในระบบ 3จีได้ด้วย ซึ่งเรื่องนี้ทางเทคนิคทำได้ เพียงแต่ติดในเรื่องของใบอนุญาตเท่านั้น ที่เห็นว่าควรมีการปลดล็อกในเรื่องนี้ เพื่อให้ประโยชน์ตกอยู่แก่ประชาชน เพราะการนำคลื่นดังกล่าวมาให้บริการ 3จี นั้น ประชาชนไม่จำเป็นต้องซื้อมือถือใหม่ แต่สามารถใช้ 3จี ได้เหมือนกัน

เขาประเมินว่าเครื่องโทรศัพท์ที่ใช้ในปัจจุบัน ประมาณ 40-50 ล้านเครื่อง (ประเมินปัจจุบันมีโทรศัพท์ประมาณ 10 ล้านเครื่องที่รองรับ 3จี คลื่น 2100 ได้เลย) จะไม่สามารถใช้บริการระบบ 3จี ภายใต้ระบบความถี่ 2100 เมกะเฮิรตซ์ เพราะราคาโทรศัพท์ราคาขั้นต่ำที่รองรับระบบนี้ได้น่าจะอยู่ประมาณ 7,000 บาทขึ้นไปนั้นหมายความว่าหาก จะต้องเปลี่ยนมาใช้ 3จี ต้องมีการเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์ใหม่ ไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ เพราะส่วนใหญ่เครื่องล้วนนำเข้าทั้งสิ้น

เขายังเห็นว่า สาเหตุที่ต้องปฏิรูป ยังเนื่องมาจากปัจจุบัน อายุสัมปทานไม่เท่ากัน เหลือ 3ปี 5 ปี และ 8 ปี ส่วนแบ่งไม่เท่าเทียมกัน และปริมาณคลื่นไม่เท่าเทียมกัน แต่แนวทางที่รัฐบาลเสนอ อายุ 15 ปี ค่าธรรมเนียมเท่ากันและปริมาณคลื่นเท่ากันด้วย ถือเป็นการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ขณะเดียวกันอาจจะมีคลื่นเหลือให้ประมูลใบอนุญาตเพิ่มได้อีก จึงย่อมเป็นประโยชน์แก่ประชาชน ลดการผูกขาด เปิดกว้างให้มีเอกชนรายใหม่ เข้ามาแข่งขันทำธุรกิจนี้ได้มากขึ้นมากกว่า จึงเป็นการแข่งขันมากขึ้น มากกว่าที่จะเรียกว่า "ผูกขาด"

นอกเหนือไปจากนั้นเรื่อง "รายได้" รัฐอาจจะไม่มีรายได้มากนักกรณีที่ มีการโอนย้ายลูกค้าไปยังใบอนุญาต 3จี ใหม่ ที่สำคัญหากยังไม่มีการปฏิรูป กทช.ไม่สามารถควบคุมการให้บริการภายใต้สัมปทานได้อย่างเต็มที่ แต่แนวทางที่รัฐบาลเสนอคู่ขนานกันไป จะทำให้ผู้ประกอบทุกรายและสินทรัพย์ทุกชนิดอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กทช.

"ต้องบอกว่าแผนปฏิรูปเราคิดกันมานาน เสนอเข้า ครม.ตั้งแต่เดือนส.ค. 2552 และช่วงรัฐมนตรี ระนองรักษ์ ก็ได้หารือกันอยู่แล้วและหารือกับ กทช.เขารับรู้แนวคิดเราตลอด และเตรียมที่จะเสนอ ครม. พอดีมีการเปลี่ยนรัฐมนตรี จึงเพิ่งจะมีการพูดถึงอย่างจริงจังกันช่วงนี้ จึงไม่ได้เกี่ยวกับการว่าจะดึงการประมูล 3จี เพราะเรื่องนี้ชัดเจนว่า กทช.ก็สามารถดำเนินการไปตามปกติ การทำงานระหว่างรัฐบาลจึงเป็นแบบคู่ขนานกันไป เพื่อให้แผนครบองค์ประกอบ เป็นประโยชน์มากที่สุด"

Tags : K2 3G

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement