เปิดตัวกันออกมาแล้วสำหรับคณะกรรมการปฏิรูป ที่มี นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
และคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป ที่มี ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส เป็นประธาน
ไล่ดูรายชื่อต้องบอกว่าแทบไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ เพราะส่วนใหญ่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาต่างๆ ที่เคยร่วมงานกับทั้ง นายอานันท์ และ ศ.นพ.ประเวศ มาแล้วทั้งสิ้น
หากดูตามกรอบการตั้งคณะกรรมการทั้ง 2 ชุด ค่อนข้างชัดว่า คณะกรรมการปฏิรูปชุดของ นายอานันท์ น่าจะพิจารณาจัดทำแผนปฏิรูปประเทศไทยในภาพใหญ่ โดยใช้คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปของ ศ.นพ.ประเวศ เป็นกลไกในการระดมความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ เนื่องจากรายชื่อกรรมการชุด ศ.นพ.ประเวศ ดูจะเป็นตัวแทนของบุคคลที่ทำงานแก้ไขปัญหาใหญ่ๆ ของประเทศเกือบจะครบทุกเซคเตอร์
"กรุงเทพธุรกิจ" สำรวจความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิสาขาต่างๆ ที่ได้รับแต่งตั้งให้เดินหน้าภารกิจปฏิรูป เพื่อนำพาประเทศไปสู่ความสมานฉันท์และปรองดอง
หนุนปฏิรูปราชการ-ดูแลรากหญ้า
นายบัณฑร อ่อนดำ ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน หนึ่งในคณะกรรมการปฏิรูป กล่าวว่า ได้รับการติดต่อทาบทามจากนายอานันท์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนายอานันท์บอกว่า อยากให้มาช่วยงาน เนื่องจากเขาเป็นที่ปรึกษาสมัชชาคนจน
"ตอนที่ท่านติดต่อมา ผมก็ถามท่านว่ากรรมการคนอื่นมีใครบ้าง ท่านอานันท์ก็ยกตัวอย่างมาหลายชื่อ เช่น อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ทำให้ผมตัดสินใจตอบรับ"
นายบัณฑร กล่าวต่อว่า รายชื่อกรรมการที่ประกาศออกมา มองว่ามีความหลากหลาย ทั้งนักวิชาการ ข้าราชการ และคนที่ทำงานกับประชาชน เช่น นางสมปอง เวียงจันทร์ แกนนำชาวบ้านปากมูล ถือว่าได้สัดส่วนที่สมดุล เพราะมีตัวแทนจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง
ต่อข้อถามถึงแนวทางการปฏิรูปที่คิดเอาไว้ในใจ นายบัณฑร กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่ากรอบการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้เป็นอย่างไร คงต้องมาคุยกันเสียก่อน อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมองว่าการปฏิรูปนั้นต้องเดินหน้าทั้งมิติการเมือง การปกครอง การบริหาร รวมถึงด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมไปพร้อมกัน
"จากการที่ผมทำงานอยู่กับสมัชชาคนจน ทำให้ผมไม่คิดการใหญ่ แต่จะค่อยๆ ทำ และแก้ปัญหาไปเรื่อยๆ อย่างกรณีเขื่อนปากมูลที่ชาวบ้านยังไม่ได้รับค่าชดเชย เราก็ต้องเข้าไปเสนอแนวทางแก้ปัญหา และแนวทางช่วยเหลือในระยะยาว จนกระทั่งถึงเรื่องการออกกฎหมาย เรื่องลักษณะนี้ไม่ได้มีอยู่เฉพาะกับสมัชชาคนจน หรือกรณีเขื่อนปากมูลเท่านั้น แต่ยังมีอีกเป็นจำนวนมาก การที่ผมได้เข้ามาร่วมในคณะกรรมการปฏิรูป จะทำให้เสียงของชาวบ้านดังขึ้น"
นายบัณฑร ยังบอกว่า นอกจากการปฏิรูปเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชนฐานรากแล้ว ในมิติอื่นๆ ก็ต้องทำด้วยเช่นกัน โดยจะนำองค์กรธุรกิจ และองค์กรที่ไม่ค้ากำไร รวมถึงองค์กรภาครัฐมานั่งคุยกัน โดยต้องมาละลายความคิดของแต่ละกลุ่ม ที่สำคัญ จะไม่ละทิ้งเรื่องการปฏิรูประบบราชการ แม้จะเป็นเรื่องยาก และเป็นเรื่องของรัฐบาลก็ตาม
ผลักดันวาระประชาสังคม
น.ส.สารี อ๋องสมหวัง หนึ่งในคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป กล่าวว่า ตัดสินใจยากมากก่อนจะรับเข้ามาเป็นกรรมการ เพราะขณะนี้ ภาคประชาชนมีความเห็นแตกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าการปฏิรูปประเทศตอนนี้จะไม่สำเร็จ เพราะว่าความจริงหลายเรื่องยังไม่ปรากฏ และไม่มีใครยอมใคร แต่ส่วนตัวมองว่าคณะกรรมการชุดนี้ จะเป็นเวทีให้เครือข่ายภาคประชาสังคมได้ผลักดันวาระต่างๆ ที่เคยเคลื่อนไหวมาก่อนหน้านี้ นำไปสู่การปฏิบัติได้
"ยอมรับว่าสถานการณ์ตอนนี้มีความแตกแยกกันมาก แต่เมื่อแตกแยก ทุกฝ่ายยิ่งต้องช่วยกัน เพื่อหาทางออกให้ประเทศ" น.ส.สารีระบุ
ขณะที่นายชัยวัฒน์ ถิระพันธ์ หนึ่งในคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป กล่าวว่า เพิ่งได้รับการติดต่อเมื่อ 2-3 วันก่อนหน้านี้ ซึ่งก็ยินดีที่จะร่วมกันทำประโยชน์ให้บ้านเมือง แต่สิ่งแรกที่ต้องดำเนินการก่อนเรื่องอื่นๆ คือ สร้างบรรยากาศให้สังคมมีความกระตือรือร้นที่จะปฏิรูปเสียก่อน เพราะตอนนี้หันไปทางไหนมีแต่ความห่อเหี่ยว ขาดพลังงาน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ เพราะหากประชาชนขาดแรงกระตุ้น หรือไร้พลังงานเสียแล้ว ก็ยากที่จะทำเรื่องใหญ่ๆ ได้สำเร็จ
"สถานการณ์โลกและสถานการณ์ประเทศไทยวันนี้อันตรายอย่างยิ่ง จำเป็นต้องมีการยกเครื่องครั้งใหญ่ ดังนั้น สิ่งแรกที่ต้องดำเนินการ คือ กระตุ้นพลังสังคมเพื่อทำให้บรรยากาศคึกคัก" นายชัยวัฒน์กล่าว
ลุ้นสางปัญหาแปรนโยบายสู่ปฏิบัติ
ผศ.ชิดชนก ราฮิมมูลา รองคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี) และคณะทำงานขับเคลื่อนสันติวิธีในภาครัฐ ของคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) หนึ่งในคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป กล่าวว่า ได้รับการทาบทามจากทีมงานของ ศ.นพ.ประเวศ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยสาเหตุที่ได้รับเลือกคิดว่าน่าจะมาจากงานที่เคยทำ โดยเฉพาะในฐานะคณะทำงานขับเคลื่อนสันติวิธีในภาครัฐ
ผศ.ชิดชนก กล่าวว่า ปัญหาใหญ่ลำดับต้นๆ ของประเทศในขณะนี้ คือ การแปรนโยบายไปสู่การปฏิบัติที่ผิดเพี้ยน ทำให้หลายๆ กรณีนโยบายที่กำหนดโดยรัฐบาลไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชน ทั้งๆ ที่มีแผนและกรอบแผนงานที่เหมาะสม โดยจุดที่เป็นปัญหา คือ การแปรนโยบายไปสู่การปฏิบัติ
"เท่าที่เคยสัมผัสมากรณีปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีบางหน่วยงานเท่านั้นที่แปรนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้อย่างดี เช่น ตชด. (ตำรวจตระเวนชายแดน) เพราะเขานำนโยบายแนบไปกับคำสั่ง และลงไปทำความเข้าใจกับรากหญ้าจนถึงรากฝอยเลย ถ้าทำแบบนี้ได้ ความผิดเพี้ยนก็จะน้อย ประชาชนก็จะได้รับประโยชน์ แต่ที่ผ่านมา เกิดปัญหามีการตีความ และเล่นพรรคเล่นพวกกันเยอะ"
อาจารย์จากคณะรัฐศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี ยังเห็นว่า การที่เธอได้รับเลือกให้เป็นคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศ จึงมีความเป็นไปได้ว่าการทำงานของคณะกรรมการจะมุ่งเน้นไปที่ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย เพราะถือเป็นปัญหาหลักของประเทศปัญหาหนึ่งเช่นกัน
"เท่าที่ดูรายชื่อคณะกรรมการ พบว่ามีมาจากทุกภาคส่วน คาดว่าการทำงานจะมุ่งไปที่การวิเคราะห์ปัญหาของประเทศว่ามีอะไรบ้าง และจะต้องปฏิรูปตรงส่วนไหน ทั้งนี้ ทุกอย่างน่าจะชัดเจนภายหลังการประชุมกันนัดแรกในสัปดาห์หน้านี้" ผศ.ชิดชนกระบุ
หวังวางกรอบปฏิรูปกฎหมาย-ยุติธรรม
ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป กล่าวว่า ได้รับการทาบทามจากทีมงานของ ศ.นพ.ประเวศ แต่ยังไม่ได้คุยกันในรายละเอียด อย่างไรก็ดี เมื่อได้รับการทาบทามก็ยินดีที่จะช่วยงาน เพราะเคยร่วมงานกับ ศ.นพ.ประเวศ มานาน และผลักดันการปฏิรูปประเด็นต่างๆ มาหลายเรื่อง
"ผมร่วมงานกับท่านมาตั้งแต่ยังอยู่สถาบันพัฒนากฎหมายอาญา เคยทำเรื่องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมด้วยกันตั้งแต่ก่อนมีรัฐธรรมนูญปี 2540 และยังทำเรื่องปฏิรูปกฎหมาย อาจารย์ประเวศมีความเข้าใจเรื่องการปฏิรูปกฎหมายและระบบความยุติธรรมเป็นอย่างมาก คาดว่าการทำงานในคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป จะมีการวางกรอบการปฏิรูปในเรื่องเหล่านี้ด้วย" ดร.กิตติพงษ์ระบุ
รายชื่อคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปชุด ศ.นพ.ประเวศ วะสี 27 คน
ประกอบด้วย 1.นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย 2.ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย 3.ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย 4.ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 5.ประธานสมาคมธนาคารไทย 6.เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 7.นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม หนึ่งในกรรมการชุด ดร.คณิต ณ นคร 8.นายชัยวัฒน์ ถิระพันธ์ นักวิชาการอิสระ 9. ผศ.ชิดชนก ราฮิมมูลา อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
10.นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ 11.นายต่อพงษ์ เสลานนท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์มูลนิธิของคนตาบอดไทย 12.นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตวุฒิสมาชิก 13.รศ.นิพนธ์ พัวพงศกร ประธานมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย 14.นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ 15.นายปรีดา คงแป้น ผู้ประสานงานเวทีขับเคลื่อนสภาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย
16.นายปรีดา เตียสุวรรณ์ ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ผู้บริจาคเงินให้พรรคการเมืองใหม่ 17.นางเปรมฤดี ชามภูนท นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก 18.นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป กรรมการบริหาร องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สมัยรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ 19.นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม อดีตรองนายกฯ สมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์
20.นายมานิจ สุขสมจิตร อดีตประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ 21.นายรัชฏะ ศรีบุญรัตน์ ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย 22.นางเรวดี ประเสริฐเจริญสุข สภาพัฒนาการเมือง และกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 23. นพ.วิชัย โชควิวัฒน รองประธานคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 24.นายสน รูปสูง ปราชญ์ชาวบ้าน รองประธานสภาพัฒนาการเมือง 25.นายสมพร ใช้บางยาง อดีตอธิบดีกรมการปกครองท้องถิ่น 26.นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค 27.นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
รายชื่อคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทยชุดของนายอานันท์ ปันยารชุน 19 คน
ประกอบด้วย 1.นายกฤษณพงษ์ กีรติกร อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 2. คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3.นายชัยอนันต์ สมุทวณิช อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์เอเอสทีวีผู้จัดการ 4.นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ 5.นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการอิสระคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ "มติชน"
6.นายบัณฑร อ่อนดำ ที่ปรึกษาสถาบันพัฒนาองค์กรประชาชน (พอช.) 7.นางปราณี ทินกร อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 8.นายพงศ์โพยม วาศภูติ อดีตนายกสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย 9.นายเพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 10.พระไพศาล วิสาโล พระนักกิจกรรม วัดป่าสุคะโต อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ
11.นางรัชนี ธงไชย (แม่แอ๊ว) ครูใหญ่โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ภริยานายพิภพ ธงไชย แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย 12.นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานมูลนิธิ 14 ตุลาคม ประธานสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย 13.นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประธานฝ่ายกฎหมายและสิทธิเสรีภาพมนุษยชน สภาคนพิการแห่งประเทศไทย 14.นายศรีศักร วัลลิโภดม กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร 15.นายสมชัย ฤชุพันธุ์ กรรมการกฤษฎีกา อดีตผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
16.นางสมปอง เวียงจันทร์ แกนนำผู้ชุมนุมชาวปากมูลและตัวแทนคณะกรรมการชาวบ้านเพื่อฟื้นฟูชีวิตและชุมชนลุ่มน้ำมูล 17.นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา อดีตผู้อำนวยการ พอช. 18.นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล อดีตผู้นำนักศึกษาสมัย 14 ตุลา 2516 และอดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 19.ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ อดีตผู้อำนวยการโครงการสร้างสรรค์และพัฒนาชุมชน สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
Tags : ปฏิรูปประเทศ

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น