กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : บทวิเคราะห์

วันที่ 1 มิถุนายน 2553 01:00

สรุป 3 ประเด็นซักฟอกสลายม็อบ

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

กรุงเทพธุรกิจ สรุปประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านในวันแรก และคำชี้แจงจากฝ่ายรัฐบาล โดยมุ่งเป้าไปที่การปฏิบัติสลายชุมนุมเสื้อแดง

ฝ่ายค้าน : ทหารยิงเข้าไปในวัดปทุมฯ
รัฐบาล : 4 ใน 6 ศพถูกยิงจากแนวราบ
 
ประเด็นสำคัญที่มีการอภิปรายโต้ตอบกันมากที่สุด คือ การมีกำลังทหารอยู่ที่หน้าวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร เมื่อเย็นวันที่ 19 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันสลายการชุมนุม และมีการกล่าวอ้างว่าทหารกราดยิงเข้าไปในวัด จนมีผู้เสียชีวิต 6 ศพ
 น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เคยชี้แจงว่า ไอ้โม่งบนรางรถไฟฟ้าบีทีเอสหน้าวัดปทุมวนารามฯ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ก่อนเกิดเหตุยิง 6 ศพ คือ โจรผู้ร้าย แต่ส่วนตัวคิดว่าไอ้โม่งที่นายสุเทพ กล่าวอ้างคือทหาร ที่เชื่อมโยงกำลังนอกเครื่องแบบของรัฐบาลเพื่อปฏิบัติการต่อผู้ชุมนุม เพื่อรัฐบาลจะไม่ต้องรับผิดชอบในคำสั่งฆ่าประชาชน

นางอรุณี ชำนาญยา ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า การฆ่าประชาชนในวัดปทุมวนารามฯ ซึ่งเป็นเขตอภัยทาน มีเด็ก ผู้หญิง คนแก่ต้องวิ่งหนีตายกัน ภายหลังนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. ประกาศยุติการชุมนุมแล้ว แต่ช่วงเวลา 18.00 น. ที่มีการประกาศให้ผู้ชุมนุมกลับบ้าน กลับเกิดเหตุการณ์สั่งสลายการชุมนุม มีการกระชับพื้นที่ ทหารล้อมอยู่รอบวัดปทุมวนารามฯ

"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนกลุ่มนายพรานเข้าไปล่าสัตว์ มีการยิงแก๊สน้ำตาเข้าไปด้านหลังวัด ทำให้คนกระเจิงออกมาด้านหน้าให้ทหารที่ยืนอยู่บนรางรถไฟฟ้ากราดยิงลงมา สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นคืนหฤโหดในทุ่งสังหารแห่งนี้ พี่น้องประชาชนหลายพันคน ต้องอยู่รวมกับ 6 ศพที่เสียชีวิต แม้จะรอดชีวิตคงทำใจไม่ได้"

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย อภิปรายพร้อมเปิดคลิปประกอบ โดยเป็นคลิปเจ้าหน้าที่เดินบนสกายวอล์ค และรางรถไฟฟ้า อ้างว่าเป็นเหตุการณ์ตอนบ่ายวันที่ 19 พฤษภาคม และว่าคลิปช่วงต้นมีภาพแสดงให้เห็นว่าขณะนั้นมีควันไฟจากห้างสยามพารากอนและโรงภาพยนตร์สยาม จึงเป็นช่วงบ่ายวันที่ 19 พฤษภาคม แน่นอน แต่ไม่ทราบว่าภาพส่วนนั้นหายไปไหน

 นายวรวัจน์ กล่าวว่า ภาพทั้งหมดสามารถยืนยันได้ว่าใครอยู่บนรถไฟฟ้า ชัดเจนว่าเป็นทหาร เพราะมีสติกเกอร์สีชมพูติดอยู่เป็นสัญลักษณ์ พร้อมเปิดคลิปภาพจากสำนักข่าวแห่งหนึ่ง เป็นภาพภายในวัด มีเสียงปืนดัง แล้วมีคนวิ่งหนีหลบกระสุนปืน จากนั้นอธิบายประกอบว่า "เป็นการไล่ยิงประชาชนในวัด เห็นฆาตกรแล้วหรือยังครับ"

ฝ่ายรัฐบาลได้ลุกขึ้นประท้วงและชี้แจงประเด็นนี้หลายคน โดยนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นตอบโต้ว่า สำนักข่าวต่างประเทศที่นำภาพมาเปิดอ้าง มีเสียงบรรยายภาษาอังกฤษชัดเจนว่าเป็นเหตุการณ์การยิงต่อสู้ระหว่างการ์ด นปช.กับทหาร ไม่ใช่ทหารยิงประชาชน

ขณะที่นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงว่า ภาพวีดิโอทหารบนรางรถไฟฟ้าแล้วอ้างว่าเป็นวันที่ 19 พฤษภาคม เป็นภาพตัดต่อ เพราะเป็นภาพคนละวัน และไม่มีควันไฟ ภาพที่นายวรวัจน์ส่งให้คณะกรรมการตรวจสอบก็ไม่มีควันไฟตั้งแต่ต้นแล้ว แต่นายวรวัจน์กลับอ้างว่าคลิปมีปัญหา

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ชี้แจงว่า ภาพทหารอยู่บนรางรถไฟฟ้าบีทีเอส มีการอ้างว่าเป็นภาพทหารในเวลา 18.30 น. ของวันที่ 19 พฤษภาคม ขอเรียนว่าภาพนี้ เป็นภาพที่เป็นปัญหาอยู่ตลอดในเวลานี้ และคงจะต้องมีการพิสูจน์กัน ว่า เป็นภาพที่ถ่ายในวันที่ 19 พฤษภาคม เวลา 18.30 น.จริงหรือไม่

ทั้งนี้ จากการซักถามเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติงานในวันที่ 19 พฤษภาคม ยืนยันว่า ณ จุดที่ปรากฏในภาพ เวลา 18.30 น. ไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารอยู่บนรางรถไฟฟ้าบีทีเอส โดยเจ้าหน้าที่ชุดที่เคลื่อนที่มาจากสี่แยกปทุมวันมาได้แค่แยกเฉลิมเผ่า ไม่สามารถเข้าไปด้านหน้าวัดได้ ขณะนั้น มีเพียงเจ้าหน้าที่ที่พยายามเข้าไปคุ้มครองเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เพราะถูกฝ่ายผู้ก่อการร้ายยิงใส่ จนต้องถอยไปยังสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส

ภายหลังต้องจัดกำลัง 1 กองร้อย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่ยังมีผู้ก่อการร้ายยิงใส่ทหาร โดยผู้ก่อการร้ายอยู่ด้านสยามพารากินติดกับกำแพงวัด หนึ่งในสองคนถูกทหารยิง และปีนหนีเข้าไปในวัด คาดว่าจะเป็นคนร้ายที่ไปตายในวัดหรือไม่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ถอนกำลังกลับ เพราะเกรงว่าหากเดินหน้าต่อไป ประชาชนจะถูกลูกหลง ฉะนั้นหลังเวลา 18.00 น. ขอยืนยันไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารบนรถไฟฟ้าบีทีเอส

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ภาพที่นำมาแสดงเชื่อว่าเป็นภาพทหารแน่นอน แต่เป็นภาพที่ถ่ายเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ตอนที่เข้าไปคุ้มกันให้มีการเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุมออกจากวัดปทุมวนารามฯ ข้อเท็จจริงเรื่องนี้พิสูจน์ได้ในวันข้างหน้า
 วันที่ 19 พฤษภาคม ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนได้เข้าไปภายในวัดปทุมวนารามฯ จึงไม่มีทางเป็นไปได้ ที่จะมีเจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตาเข้าไปบริเวณหลังวัด เพื่อล่อให้คนออกมาด้านหน้าวัดแล้วยิงเข้าใส่ ที่สำคัญ ระยะทางจากหน้าวัดไปถึงหลังวัดไกลมากประมาณ 400-500 เมตร จึงไม่มีทางยิงได้ไกลขนาดนั้น หากจะมีควันอาจเป็นควันจากไฟที่ไหม้ด้านหลังห้างสรรพสินค้าพารากอน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ที่วัดปทุมวนารามฯ ยืนยันว่า ต้องสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดก่อน และให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ มีรายงานเพียงว่า ตอนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปคุ้มครอง มีการยิงต่อสู้กับกองกำลังติดอาวุธบริเวณสยามพารากอน มีบันทึกและรอยกระสุนเป็นพยานชัดเจน ส่วนคืนวันที่ 19 พฤษภาคม ได้รับการประสานว่าในนั้นมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บต้องช่วยเหลือเร่งด่วน แต่เจ้าหน้าที่พยาบาลก็เข้าไปไม่ได้ จึงเป็นการยืนยันว่า ตอนนั้น 2-3 ทุ่มแล้ว การยิงต่อสู้ยังมีอยู่ และได้รับรายงานว่า คนที่โดนยิง โดนยิงบริเวณเต็นท์พยาบาท ซึ่งน่าเสียใจมาก
 มีบางคนบอกว่า มีการยิงมาจากรางรถไฟฟ้า หรือสกายวอล์ค ซึ่งถ้าจะมาได้น่าจะต้องมาจากราชประสงค์ เพราะทิศจากสยามสแควร์มีประตูปิดล็อกอยู่ ส่วนการชันสูตรทั้ง 6 ราย จะมีการเปิดเผยต่อไป แต่ 4 คนในนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าโดนยิงจากแนวราบ ไม่ได้มาจากที่สูง ทั้งนี้ ทั้ง 6 รายที่เสียชีวิต เราทุกคนรู้สึกไม่ต่างกัน จึงต้องหาความเป็นธรรมให้ได้

ฝ่ายค้าน : กระทำเกินกว่าเหตุ-ป้ายสี
รัฐบาล : ปฏิบัติตามกฎหมาย-ไม่เหมารวม

ประเด็นกล่าวหารัฐบาลว่ากระทำการเกินกว่าเหตุในการสลายการชุมนุมและป้ายสีผู้ชุมนุมว่าเป็นผู้ก่อการร้าย มีผู้อภิปรายหลายคน เช่น นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า รัฐบาลกระทำผิดพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ที่ไม่ให้จับผู้ต้องหาไว้ในเรือนจำ แต่กลับพบว่ามีผู้ชุมนุมถูกจับในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ หรือเรือนจำกลางคลองเปรม

"วันนี้น่าแปลก ประชาชนเสียชีวิตเกือบ 100 ศพ มีความแตกแยกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ขนาดนี้ แต่ทำไมนายอภิสิทธิ์ถึงอยู่ได้ ทั้งๆ ที่ในทางการเมืองต้องรับผิดชอบการร่วมฆาตกรรม และถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปโดยไม่เอาคนผิดมาลงโทษ ก็เท่ากับเป็นการยอมรับมาตรฐานให้รัฐปราบได้ รัฐใดที่ไม่คำนึงถึงชีวิตประชาชน สุดท้ายต้องพังทลาย"

นายสุนัย อภิปรายด้วยว่า แม้รัฐบาลจะอ้างเรื่องแผนปรองดอง แต่ยังมีความพยายามใส่ร้ายป้ายสีให้คนเสื้อแดงอยู่ จะเกิดความปรองดองได้อย่างไร

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า การสลายการชุมนุมในวันที่ 10 เม.ย. เป็นการออกคำสั่งและกระทำการเกินสมควร ไม่ได้ปฏิบัติตามหลักสากล และละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จึงไม่ได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทั้งยังส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก อย่างเช่น นายเกรียงไกร คำน้อย คนขับสามล้อจาก จ.ร้อยเอ็ด ถูกยิงที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ที่ผ่านมาไม่มีไอ้โม่ง ไม่มีชุดดำ ซึ่งเป็นตัวละครที่อ้างถึงเสมอว่าเป็นผู้ก่อการร้าย นำมาซึ่งการใช้อาวุธโดยเสรี ขณะที่ผู้ชุมนุมที่เสียชีวิตล้วนมือเปล่า ไม่มีอาวุธ ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย ส่วนการสั่งสลายการชุมนุมในเวลากลางคืน เป็นการปฏิบัติการทางทหารกับผู้ชุมนุม ไม่ต่างกับการใช้กำลังทำร้ายอริราชศัตรู

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงประเด็นนี้ว่า เป็นนักการเมืองที่เติบโตมาจากรัฐสภา จึงไม่เชื่อว่าการใช้กำลังจะแก้ไขปัญหาหรือยุติข้อเรียกร้องของประชาชนได้ รัฐบาลไม่เคยมีแนวความคิดหรือประกาศว่ากลุ่มเสื้อแดงหรือกลุ่ม นปช.ทั้งหมดเป็นกลุ่มก่อการร้ายหรืออยู่ในขบวนการล้มเจ้า แต่บอกว่าผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ชุมนุมโดยสงบ และแม้ศาลจะชี้ว่าการชุมนุมจะเกินเลยจากการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ ก็ยังยืนยันว่าไม่เคยคิดเรื่องการสลายการชุมนุม
 สิ่งที่ได้ดำเนินการคือการปฏิบัติการเป็นขั้นตอน และในวันที่ 14-19 พ.ค. 2553 แม้มีการสูญเสียเป็นจำนวนมาก แต่ตรงราชประสงค์ซึ่งมีเด็ก ผู้หญิง คนชราอยู่ก็ไม่มีการปฏิบัติการใดๆ ทั้งสิ้น

ส่วนเรื่องแผนปรองดองนั้น รัฐบาลรู้ดีว่าต้องใช้ความอดทน อดกลั้น และต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย แม้ ส.ส.บางท่าน เช่น นายสุนัย จะบอกว่าไม่ได้ร่วมกับคนเสื้อแดง แต่ก็มีหลายท่านที่นำพาบ้านเมืองมาถึงจุดนี้ มีส่วนสำคัญทำให้เกิดความรุนแรงเป็นลำดับ ด้วยการบิดเบือนข้อมูล ซึ่งความรับผิดชอบทางการเมืองต้องมีเช่นกัน

ฝ่ายค้าน : จับพระติดคุกทั้งผ้าเหลือง
รัฐบาล : ปฏิบัติตามขั้นตอนทางศาสนา

ประเด็นการจับกุมพระสงฆ์ทั้งผ้าเหลือง มีผู้อภิปรายหลัก 2 คน กล่าวคือ ร.ต.ท. เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า พระ 2 รูปที่ถือธงนำหน้าผู้ชุมนุม จนถึงวันนี้ ยังไม่รู้ว่าศพอยู่ที่ไหน และยังมีการจับพระมัดมือไว้กับเก้าอี้

ทั้งนี้ ร.ต.ท.เชาวริน ได้แสดงรูปพระสงฆ์ที่กำลังถูกมัด พร้อมระบุว่า พระสงฆ์ที่ถูกมัดมีรูปหนึ่ง ที่มีศักดิ์เป็นพระครู ได้รับพระราชทานพัดยศจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การกระทำเช่นนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะประกาศสงครามกับพระใช่หรือไม่ ระวังตายไปจะไม่มีพระมาสวด

นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า อยากให้นายกฯ เห็นภาพพระรูปที่หนึ่งจาก อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ถูกจับมัดมือไพล่หลัง ดูน้ำตาพระ นายกฯ ไม่ได้ดูพระอย่างจริงจัง ทราบแต่รายงาน ตอนนี้พระติดคุกอยู่ อยากยืนยันว่า เป็นพระจริงๆ

จากนั้น นายสุชาติได้โชว์ภาพพระรูปที่สองที่อ้างว่าถูกจับ เป็นพระอายุ 50 ปีจาก จ.ขอนแก่น แต่ถูก ส.ส.รัฐบาลประท้วง จนไม่ได้แสดงภาพ

อย่างไรก็ดี นายสุชาติได้อภิปรายพร้อมแสดงภาพพระรูปที่สาม อายุ 61 ปี จาก จ.อุบลราชธานี โดยบอกว่า พระมาชุมนุมเรียกร้อง แต่วันนี้ กลับถูกจำคุก ทหารไม่อยากรังแก แต่เอาพระไปสึกในคุก ส่วนพระรูปที่ 4 อายุ 46 ปี อยู่ที่ อ.กุดชุม จ.อุบลราชธานี ถูกจำคุกในแดน 9 ก็โดนสึก พระรูปที่ 5 อายุ 48 ปี มาจาก อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี การที่เข้าร่วมชุมนุมก็หาว่าพระทำผิด ซึ่งเป็นการกระทำแบบไม่ลืมหูลืมตา ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยที่จับพระจำคุกแล้วไปสึกในคุก วันนี้ถือว่ารัฐบาลกระทำเกินเลยไปแล้ว เป็นการทำลายพระสงฆ์

จากนั้นฝ่ายรัฐบาลได้ลุกขึ้นชี้แจง โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า กรณีที่นำภาพมาแสดงว่ากระทำทารุณกับพระนั้น ภาพที่เกิดขึ้นเป็นภาพด้านล่างอาคารบางกอกเคเบิล ถนนราชดำริตัดถนนสารสิน ซึ่งที่ต้องจับกุมเพราะขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมพื้นที่สวนลุมพินี มีคนร้ายยิงลงมาจากอาคารสูง คือ อาคารบางกอกเคเบิล ยิงเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชน โดยมีคนยิงจากอาคารสูง และมีคนรักษาฐานที่มั่นให้ด้านล่าง เจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุมได้ 30 คน มีคนห่มผ้าเหลืองรักษาฐานที่มั่นให้ 4 คน ก็จับกุมไปโดย และทำการสึกก่อนดำเนินคดีตามกฎหมาย

การสึกพระที่ว่านั้น เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามหลักการทางศาสนาทุกอย่าง เมื่อสึกแล้วก็ได้นำไปดำเนินคดี ซึ่งทั้ง 4 คนปฏิเสธทุกข้อหา และขณะนี้ ได้มีการฝากขังที่ศาลแขวงปทุมวัน

การอภิปรายถึงพระก็กลัวกระทบความรู้สึกของประชาชน ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ เพราะช่วงนั้น จะเข้าใจว่าเป็นพระจริงหรือคนห่มผ้าเหลืองกันแน่ (จังหวะนี้นายสุเทพได้แสดงภาพพระนั่งซ้อนรถจักรยานยนต์) มีพระนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ และอีกวันก็ถูกจับได้ในชุดรบ พร้อมอาวุธ

คนเหล่านี้เป็นผู้ต้องหา ถือเป็นความผิดซึ่งหน้า ที่อาคารบางกอกเคเบิล วันที่ 19 พ.ค.มีการยิงเอ็ม 79 ทำให้เจ้าหน้าที่และผู้สื่อข่าวต้องเสียชีวิต สามารถจับกุมได้ 38 คน พร้อมนำพระไปสึกตามที่มหาเถรสมาคมได้ประกาศไว้ เพราะตอนที่จับได้ไม่ได้ห่มจีวร แต่มีเข็มขัดทหาร พร้อมชุดดำ มีการตีทหาร แล้วจะให้ทหารทำอย่างไร เมื่อเจอความผิดซึ่งหน้าก็ต้องจับ

ส่วนที่อ้างถึงพระจาก อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรีนั้น ได้ตรวจสอบแล้วจากญาติได้รับการยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวออกจากบ้านไปตั้งแต่เด็กๆ และเมื่อเช็คไปทางเจ้าอาวาสวัดกับเจ้าคณะจังหวัด ก็ยืนยันไม่มีรายชื่อเป็นพระในสารบบแต่อย่างใด

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นชี้แจงว่า กรณีของพระสงฆ์ เมื่อปลายเดือน เม.ย. เลขาธิการมหาเถรสมาคมได้ออกแถลงข้อปฏิบัติในการจับกุมพระสงฆ์ ว่า กรณีความผิดซึ่งหน้าสามารถดำเนินการได้ จากนั้นค่อยพาไปสึกทีหลัง
 

 

Tags : อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement