กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : บทวิเคราะห์

วันที่ 30 พฤษภาคม 2553 06:19

ปริศนา6ศพวัดปทุมวนาราม ใคร?ยิง....หลังยุติชุมนุม

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

คำถามใครยิงเข้ามายัง "เขตอภัยทาน"พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ... ปริศนา 6 ศพ บนเขตวัดปทุมวนาราม หลังแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศมอบตัวและยุติการชุมนุม

"ผมไม่ต้องการเงิน 4 แสนบาท แต่อยากรู้ว่ายิงเข้ามาทำไมในเขตอภัยทานวัดปทุมวนาราม" น้องชาย "กมลเกด ฮัคฮาด" หรือน้องเกด อาสาสมัครพยาบาลที่ถูกยิงเสียชีวิต ภายในพื้นที่เขตอภัยทานวัดปทุมวนาราม บอกอย่างอัดอั้นหลังพิธีสวดอภิธรรมศพ "กมลเกด" ในค่ำคืนหนึ่ง

แม้จะยังคงเป็นข้อถกเถียง และยังมีความขัดแย้งระหว่างปากคำผู้เห็นเหตุการณ์ ผู้บาดเจ็บ หลายปากยืนยันตรงกันว่า "ทหารบนรางรถไฟฟ้าบริเวณหน้าวัดยิงเข้าไปในวัด ในเวลาประมาณ 18.00 น.ขึ้นไป"

ขัดกับคำชี้แจงของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่ออกมายืนยันว่า ไม่มีทหารเข้าไปถึงหน้าวัดปทุมวนาราม และคงไม่ใช่เจ้าหน้าที่ยิงเข้าไปในวัด น่าจะเป็นโจร ผู้ร้ายมากกว่า

หรือกระทั่ง ถ้อยแถลงของ พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสนาธิการทหารบก ที่ระบุว่า ในช่วงเย็น วันที่ 19 พ.ค. เรากังวลตรงวัดปทุมวนารามมาก เพราะด้านปทุมวันจะเป็นด้านของ พล.1 รอ. ศอฉ.ได้สั่งการให้ พล.1 รอ.หยุดการเคลื่อนที่ก่อนถึงวัดปทุมวนาราม ซึ่งตั้งแต่เย็นวันนั้น พล.1 รอ.ก็ไม่ได้เคลื่อนที่เข้าไปหน้าวัดปทุมวนารามเลย คงอยู่ห่างประมาณ 300-400 เมตร และอยู่ตรงนั้นทั้งคืน ไม่ได้ขยับ เพิ่งเข้าไปเมื่อเช้าวันที่ 20 พ.ค.เพื่อเสริมกำลังตำรวจในการเข้าไปนำประชาชนในวัดปทุมวนารามออกมา

"ฉะนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวัดปทุมวนาราม หรือที่กล่าวกันในสื่อว่ามีผู้เสียชีวิต ก็จะต้องตรวจสอบอีกครั้งว่าเกิดจากอะไร เป็นไปได้หรือไม่ที่ศพผู้เสียชีวิตนั้นถูกยิงมาจากที่อื่น หรือมีกองกำลังติดอาวุธที่อยู่ภายในยิงเอง หรือว่าปะทะกับเจ้าหน้าที่ตรงศาลาแดง แล้วนำมาที่นี่ ซึ่งต้องพิสูจน์กันว่ามาจากไหน แต่หน่วยของเราที่อยู่ตรงนั้นคือ พล.1 รอ. ถูกสั่งให้หยุดอยู่กับที่ ไม่ได้เคลื่อนที่ไปถึงหน้าวัดปทุมวนาราม ตั้งแต่เวลา 17.00 น. วันที่ 19 พ.ค. แล้ว" พล.ท.ดาว์พงษ์ ระบุ

รวมไปถึงคำชี้แจงของ พลตรีกัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการกองที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) ที่เปิดเผยกับสื่อบางฉบับว่า ในการปฏิบัติการกระชับวงล้อมพื้นที่ชุมนุม 19 พ.ค. ได้รับมอบหมายให้นำกำลังเข้าในพื้นที่ปทุมวัน มาทางสยามพารากอน ตอนประมาณ 5 โมงเย็น แต่หยุดอยู่แค่สยามพารากอนเท่านั้น ยังไม่ได้เข้าไปบริเวณหน้าวัดปทุม ดังนั้น กำลังทหารของเขาไม่สามารถยิงเข้าไปในวัด เนื่องจากตรงสยามพารากอนมีอาคารบังอยู่และน่าจะมีกองกำลังติดอาวุธยิงออกมาด้วยซ้ำ

กระนั้นก็ตามคำชี้แจงดังกล่าว หากประมวลข้อเท็จจริงที่ปรากฏพยานหลักฐานและ ปากคำของผู้เห็นเหตุการณ์ ดูจะสวนทางกัน โดยเฉพาะภาพจากมุมสูง ของผู้สื่อข่าวมืออิสระรายหนึ่ง ถ่ายด้วยกล้องแคนนอน DSCO จำนวนหลายสิบรูป ตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไปถึง 18.30 น. บันทึกชัดเจน มีชายแต่งชุดทหารบนรางรถไฟฟ้าชั้น 2 บริเวณหน้าวัด ทำท่ายิงประทับยิงเข้าในบริเวณเขตอภัยทานวัดปทุมวนาราม

เป็นที่น่าสังเกตว่า ภาพถ่ายชุดดังกล่าวระบุเวลาใกล้เคียงกับปากคำของผู้บาดเจ็บและผู้เห็นเหตุการณ์ภายในวัดปทุมวนาราม ประกอบกับแหล่งข่าวจากนายทหารระดับปฏิบัติการนายหนึ่ง ที่ให้สัมภาษณ์ในวันที่ 22 พ.ค.ภายในวัดปทุมวนาราม เพื่อดูแลความเรียบร้อยก่อนที่ ศอฉ.จะคืนพื้นที่ให้กับกรุงเทพมหานคร

แหล่งข่าวนายทหารระดับปฏิบัติ บอกว่า มีทหารประจำสถานีรถไฟฟ้าและเขาเป็นทหารที่ยืนอยู่บนรางรถไฟฟ้าชั้นสอง โดยในเวลาประมาณ 18.00 น. เขาได้ยิงปะทะกับทหารพรานบริเวณฝั่งห้างพารากอน

นายทหารระดับปฏิบัติการนายนี้ บอกอีกว่า ไม่รู้บริเวณดังกล่าวเป็นวัด จนเช้าและได้ลงมาประจำในบริเวณวัด เขารู้เพียงว่าน่าจะมีกองกำลังทหารพรานอยู่ เพราะเขาสังเกตเห็นว่ามีความเคลื่อนไหวของชายใส่เสื้อสีดำ วิ่งหายเข้าไปในประตูและสักพักมีชายใส่เสื้อขาววิ่งหายเข้าไปในประตู ทำให้เขาต้องยิงสกัดลงมาจากรางรถไฟฟ้า

"ตอนนั้นไม่ค่อยมีใครกล้าออกมายิงสกัด ผมต้องออกมายิงสกัด" นายทหารรายนี้บอก

เขายังบอกอีกว่า บนรางรถไฟฟ้าทั้ง 3 ชั้นมีทหารประจำหมด บริเวณชั้น 3 เป็นของหน่วยหนึ่ง หน่วยของเขาอยู่บริเวณชั้นสอง ซึ่งมีพลแม่ปืนอยู่ประจำชั้นนี้ประมาณ 4-5 คน โดย เขาเป็นหนึ่งในจำนวนดังกล่าว วันนั้น เขาลั่นกระสุนไปจำนวนไม่น้อยราวๆ 70 นัดได้

"ผมไปประจำที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มา 3 ปี ไม่เคยได้ใช้กระสุนมากเท่ากับครั้งนี้ เพราะบริเวณแถวใกล้ฝั่งพารากอนน่าจะมีทหารพราน ยิงปะทะกันอยู่นาน" เขาบอกพร้อมกับชี้ให้เดินไปดูรอยเลือดภายในรั้ววัดติดฝั่งพารากอน

ขณะที่ปากคำของผู้บาดเจ็บ คือพยานของเหตุการณ์ที่จะคลี่คลายปริศนา 6 ศพได้ นายกิติชัย แข็งขัน อายุ 41 ปี บ้านหินลาด อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ถูกยิงเข้าช่องท้อง และมือ คือหนึ่งผู้บาดเจ็บภายในวัด จากจำนวน 6 คนซึ่ง เจ้าหน้าที่กู้ชีพกาชาดต้องฝ่ากระสุนเข้าไปรับในเวลา 4 ทุ่มของคืนวันที่ 19 พ.ค.

กิติชัยบอกว่า ช่วงเช้าของวันที่ 19 พ.ค.เขาอยู่บริเวณศาลาแดงขณะที่แกนนำประกาศยุติการชุมนุม แต่เมื่อทหารบุกเข้ามาด่านศาลาแดงแตก เขาและผู้ชุมนุมจำนวน 200 คนเป็นทัพสุดท้ายที่เข้ามาถึงเวที ขณะนี้ก็สลายหมดแล้ว และไฟกำลังไหม้บริเวณห้างอยู่แล้ว

"ประมาณ 4 โมงเย็นเขาได้หลบเข้ามาอยู่ในวัด และตอนนั้นมีผู้ชุมนุมเข้าไปจำนวนมากเข้าไปอยู่ในนั้น ผมสบายใจแล้วคิดว่าปลอดภัย ไปหาที่พักผ่อนนอนได้งีบหนึ่งตื่นขึ้นมาใกล้ค่ำช่วงก่อนเกิดเหตุ ผมเดินออกมาไปซื้อบุหรี่ร้านๆ เล็กๆ ภายในวัดอยู่ข้างสระน้ำ ตอนนั้นเริ่มได้ยินเสียงปืนมาตั้งแต่ทางแยกเฉลิมเผ่ายิงมาเรื่อยๆ ไม่คิดว่าจะมาถึงวัดแต่สักพักมีลูกปืนหลายลูกยิงเข้ามาภายในวัดพวกผมก็พากันหลบ"

กิติชัยบอกว่า เขาเห็นกับตาว่า ทหารชุดลายพรางยิงมาจากรางรถไฟ เขาและผู้ชุมนุมหลายคนวิ่งเข้าไปหลบใต้รถยนต์ติดรั้ววัดใกล้ประตูวัดฝั่งพารากอนเพราะตอนนั้นไม่รู้จะหลบตรงไหนเลยเข้าไปหลบใต้ท้องรถมีผู้ชุมนุมหลายคนเข้าไปหลบในนั้น

กิติชัยบอกว่า ทหารชุดลายพรางบนชั้น 2 รางรถไฟฟ้า ตะโกนลงมา บอกให้พวกเขาที่หลบใต้ท้องรถยนต์ออกมา พร้อมกับกระสุนที่ยิงลงมาจนเขาโดนยิงเข้าบริเวณท้อง

"ผมเห็นตัวคนยิงด้วยใส่ชุดทหารลายพรางยิงมาจากรถไฟฟ้าร้อยเปอร์เซ็นต์ ยิงแล้วตะโกนบอกว่าออกมาเดี่ยวนีถ้าไม่ออกมากูยิงให้ตายหมด ตอนนั้นผมโดนยิงแล้วประมาณ 6 โมงเย็นพอผมยกมือขึ้นก็โดนยิงลงมาอีกนัดหนึ่งที่มือ" กิติชัยบอก

กิติชัยบอกว่า ทหารบนชั้น 2 ตะโกนลงบอกว่าให้ออกมา แล้วสั่งให้ผมถอดเสื้อออกแล้วให้วิ่งไป ผมก็ตัดสินใจถอดเสื้อออกและวิ่งไปหาพยาบาลเขายิงเป็นห่าฝนเลย กลัวมากเพราะตอนที่เขาบอกว่าถ้าไม่ออกมาจากใต้ท้องรถจะยิงให้ตายหมดเลย

"ผมเข้ามาที่เต็นท์พยาบาล ใกล้ประตูวัด พยาบาลที่ชื่อ กมลเกด เป็นคนทำแผลให้ผม ขณะที่กำลังแผล มีนักข่าวฝรั่งคนหนึ่งมาถ่ายรูป แต่สักพักก็มีเสียงปืนยิงลงมาอีกนักข่าวฝรั่งคนนั้นก็ถูกยิง พอนักข่าวฝรั่งโดนยิงพยาบาล คนนั้นก็ลากฝรั่งคนนั้นเข้ามาทำแผลอีก จนมีกระสุนลงมาอีกที่เต็นท์พยาบาลอีก ตอนนั้นพยาบาลกำลังจะเอาผ้าก็อซมาทำแผลให้ผมต่อ แต่กระสุนยิงลงมาอีก ทุกคนฟุบลงไป คนในเต็นท์ต่างคนต่างหลบ กระจายออกจากกันหมด เห็นพยาบาลล้มลง แล้วได้ยินเสียงว่า ตะโกนว่าพยาบาลโดนยิงกระสุนมาจากทางบนสะพานรถไฟฟ้า"

กิติชัยบอกว่า เขาได้ยินเพียงแค่นั้นเนื่องจากเขาเสียเลือดมาก เขาสลบไป และฟื้นอีกทีก็อยู่ข้างในวัดมีคนหามเข้าไปข้างในวัดแล้ว จนมีหน่วยกู้ชีพนำตัวออกมาส่งที่โรงพยาบาล

กิติชัยบอกว่า เขาไม่ใช่การ์ด นปช.มาร่วมชุมนุมเพราะว่าเพื่อนที่ อ.น้ำพองมากันเยอะและต้องการประชาธิปไตย ส่วนใหญ่มาร่วมชุมนุมช่วงหลังจากเลิกงานเพราะว่าทำงานที่กรุงเทพฯ แต่วันนั้นเขาใส่เสื้อสีดำ

"แม่ผมโทรมาถามว่า ไม่ได้เป็นโจร ไม่ใช่ก่อการร้ายแค่มาชุมนุม ทำไมเขายังยิงเข้ามาในวัด ผมไม่รู้จะตอบยังไงแต่ตอนนี้ผมยังรู้สึกโกรธเพราะพวกเราแค่มาชุมนุมทำไมต้องทำขนาดนี้"

ผู้บาดเจ็บอีกหนึ่งราย คือผู้สื่อข่าวชาวต่างชาติ คือ นายแอนดริว บันคอมบ์ (Andrew Buncombe) ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ The Independent ประจำภูมิภาคเอเชีย โดยมีสำนักงานที่กรุงเดลฮี ประเทศอินเดีย เขาบอกว่า เขาและเพื่อนได้เข้าไปภายในวัดปทุมฯ ประมาณ 4 โมงเย็นของวันที่ 19 พ.ค.หลังจากที่มีการสลายตัวของผู้ชุมนุมบริเวณเวทีปราศรัยและมีคนจำนวนมากเข้าไปอยู่ในวัด

"ผู้ชุมนุมย้ายจากพื้นที่บริเวณเวทีและเราได้สัมภาษณ์ผู้ชุมนุมบางส่วนขณะนั้นก็มีการยิงกันตลอดเวลา" นายแอนดริว กล่าว

เมื่อเรามาถึงบริเวณวัดเพื่อออกจากพื้นที่ประมาณ 18.00 น. ก็มีการยิงปืนพุ่งมาที่ทางเข้าวัดคนที่อยู่ในวัดก็มุ่งหาหลังคาและพยายามหลบกระสุน เขาบอกว่าการยิงปืนที่เกิดขึ้นบริเวณวัดปทุมวนารามแบ่งเป็นสองระยะด้วยกันครั้งแรกเริ่มขึ้นประมาณ 4 โมงเย็นและหลัง 4 โมงเย็นและอีกช่วงเกิดขึ้นประมาณ 6 โมงเย็น

"คนส่วนใหญ่ต่างวิตกกังวล เพราะพวกเขาเข้ามาในวัด ผมคิดว่าเนื่องจากแกนนำหรือรัฐบาลต่างบอกว่าวัดเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยและพวกเขาก็หวังเช่นเดียวกัน แต่มันไม่ใช่อย่างที่พวกเขาคิด พวกเขาต่างตกอยู่ในภาวะหวาดกลัว" นายแอนดริวบอก

แอนดริวบอกว่า ในความรู้สึกของเขาคิดว่าผู้ชุมนุมเชื่อว่าการชุมนุมจบแล้วอย่างน้อยก็คนที่เขาได้สัมภาษณ์ พวกเขาอยากกลับบ้านถ้ามันปลอดภัยสำหรับเขา แต่พวกเขาไม่สามารถออกไปได้เพราะมีการยิงข้างนอกวัดตลอดเวลาในวัดเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ความสับสน และข่าวลือต่างๆ

"ผมไม่เห็นผู้ชุมนุมมีปืน แต่เห็นคนหรือสองคนที่ถือหนังสติ๊ก แต่ผมไม่ได้ออกไปบนท้องถนนเมื่อมีการยิงเกิดขึ้น ผมอยู่ภายในวัดและมีการยิงเข้ามาในวัด ผมถูกยิงในช่วงเย็นน่าจะประมาณ 18.20 น. ของวันนั้นคนที่อยู่ข้างๆ ผมก็ถูกยิงเช่นเดียวกัน ตอนนั้นผมอยู่ภายในวัดห่างจากประตูทางเข้าประมาณ 20 หลาหรือ 60 ฟุต ใกล้ๆ กับร้านขายของที่ระลึกของวัด"

แอนดริว บอกว่า เขาเห็น 3-4 คนมีเลือดไหลและมีบาดแผลสาหัสและเจ้าหน้าที่พยาบาลตอนนั้นมีเจ้าหน้าที่พยาบาลเพียงกลุ่มเล็กๆ อยู่ข้างในวัดและมีพยาบาลคนหนึ่งเขาคิดว่าน่าจะเป็นพยาบาลที่เสียชีวิตเข้ามาช่วยเขาและมีคนนำเขาออกไปทางด้านหลังของวัดหลังจากนั้นประมาณ 4 ทุ่มมีรถพยาบาลพาเขาออกมาส่งที่โรงพยาบาล

"ผมไม่รู้ว่าเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดสำหรับชีวิตหรือเปล่าแต่ที่แน่นอนเป็นครั้งแรกที่ผมถูกยิง ผมคิดว่ามันไม่ดีสำหรับทุกคนที่ถูกยิง และผมมั่นใจคนไทยก็ไม่ได้พอใจกับการยิงอย่างนั้นเช่นเดียวกัน" แอนดริวบอก

 

 

Tags : เสื้อแดง

advertisement

advertisement

advertisement